กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมกับฝุ่นผงจากการรื้อถอนคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่ชั้นสามของอาคารพาณิชย์เก่า เสียงเครื่องเจาะกระแทกผนังดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก แต่เสียงที่รบกวนสมาธิของเรย์มากที่สุดในเวลานี้ กลับไม่ใช่เสียงจากเครื่องมือช่าง
"ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วครับว่าคานตัวนี้รับน้ำหนักส่วนต่อเติมไม่ได้ ถ้าดันทุรังเทปูนลงไป มีหวังตึกนี้ได้กลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความโง่เขลาแน่ๆ"
เรย์ปัดฝุ่นออกจากปกเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ตอนนี้กลายเป็นสีเทาฝุ่นปูน ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งในชุดช่างสีเข้ม คินปลดหมวกนิรภัยสีเหลืองออก เผยให้เห็นเรือนผมชื้นเหงื่อที่ลู่ลงปรกหน้าผาก ใบหน้าคมคายนั้นระบายด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่เห็นทีไรเป็นต้องอยากคว้าประแจเลื่อนมาฟาดสักที
"สถาปนิกครับ ฟังผมนะ" คินก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนเรย์ต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาคอนกรีตเปลือย "ถ้าเราไม่ต่อเติมตรงนี้ ตามแบบแปลนที่คุณวาดมา พื้นที่ใช้สอยมันจะหายไปสิบเปอร์เซ็นต์ ลูกค้าของคุณจะเซ็นรับงานเหรอ หึ... หรือว่าคุณยอมรับความจริงไม่ได้ว่า ตัวเองคำนวณสเปซพลาดตั้งแต่แรก"
"ผมไม่มีทางพลาดเรื่องนี้ครับ คุณต่างหากที่อ่านแบบ structural drawing ผิดเพี้ยน หรือว่าตอนเรียนวิชาโครงสร้าง คุณเอาแต่หลับในห้องเลคเชอร์ครับ คุณวิศวกร"
เรย์เชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบไม่ยอมหลบแม้ระยะห่างระหว่างเขากับผู้รับเหมาหนุ่มตัวแสบจะเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชายตรงหน้าลอยเข้าจมูกจนเรย์ต้องแอบสูดหายใจลึก ความใกล้ชิดแบบกะทันหันนี้ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเขาเริ่มรวนเรอีกแล้ว ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะรักษาพื้นที่ส่วนตัวให้ดีที่สุด
คินไม่ตอบ เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ดวงตาคมดุคู่นั้นพินิจพิจารณาใบหน้าของสถาปนิกปากเก่งตั้งแต่กรอบแว่นลงมาถึงริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ
"ปากเก่งจังนะครับ... เวลาอยู่หน้ากระดาษแบบน่ะเก่งแบบนี้ตลอดเลยรึเปล่า" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์ที่จงใจยั่วประสาท "แต่เวลาอยู่หน้างานจริง คุณก็แค่อภิสิทธิ์ชนตัวเล็กๆ ที่ไม่อยากให้รองเท้าหนadแบรนด์เนมเปื้อนฝุ่นไม่ใช่หรือไง"
"ถอยไปเลยนะคิน!" เรย์ใช้มือดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่าแรงของเขาแทบจะไม่ได้ทำให้วิศวกรหนุ่มสะเทือนเลยแม้แต่น้อย กลับกลายเป็นว่าคินฉวยโอกาสคว้าข้อมือของเขาไว้ รวบมันขึ้นไปแนบกับเสาคอนกรีตด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดออกไป เสียงเครื่องมือช่างที่เคยดังหนวกหูรอบด้านคล้ายกับเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และแรงปะทะทางอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ เรย์กัดริมฝีปากล่างด้วยความคับแค้นใจ สมองประมวลผลหาทางหนีทีไล่ แต่สายตาคมกริบของคินที่มองลงมามันกลับตรึงเขาไว้กับที่อย่างน่าประหลาด
"ปล่อยผมนะ ถ้าไม่อย่างนั้นผมจะฟ้องบริษัทว่าคุณคุกคามผู้ร่วมงาน" เรย์ขู่เสียงลอดไรฟัน แม้ใบหน้าจะเริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรืออาจจะด้วยความรู้สึกอื่นที่เขาไม่อยากยอมรับ)
"เชิญฟ้องเลยครับ" คินยิ้มมุมปาก ยิ่งแกล้งให้เรย์โมโห เขากยิ่งรู้สึกว่าคนตรงหน้าน่ามองเป็นบ้า "แต่ก่อนจะไปฟ้อง ช่วยตอบคำถามผมก่อน... ที่คุณยอมลงพื้นที่มาลุยฝุ่นกับผมวันนี้ เพราะกลัวแบบแปลนพัง หรือว่ากลัวจะไม่ได้เจอหน้าผมกันแน่ครับ คุณเรย์"
"หลงตัวเองที่สุด!"
เรย์สะบัดข้อมือหลุดจากการพันธนาการอย่างแรง เขาถอยหลังกรูดออกห่างจนเกือบสะดุดเศษอิฐบล็อกบนพื้น คินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ไม่ได้ตามตื๊อต่อเพราะรู้ว่าหยอดมากไปกว่านี้ สถาปนิกหนุ่มคงได้ระเบิดใส่เขาจริงๆ หน้างานสมรภูצ์ปูนซีเมนต์แห่งนี้
"โอเคๆ พักรบก่อนก็ได้ครับ หัวหน้าทีม" คินชูมือสองข้างขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ สายตายังคงพราวระยับ "ผู้รับเหมาอย่างผมหิวข้าวแล้ว พาผมไปเลี้ยงข้าวเที่ยงแถวนี้หน่อยสิครับ ในฐานะที่ทำให้อารมณ์เสียตั้งแต่เช้า"
"ฝันไปเถอะครับ เงินในกระเป๋าผมมีไว้จ้างคนทำงานมืออาชีพ ไม่ใช่เลี้ยงข้าวลิงกังปากมากแบบคุณ" เรย์หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปัดตามแขนเสื้ออย่างรังเกียจ แต่ริมฝีปากกลับกระตุกยิ้มหยัน "แล้วก็จำใส่สมองไว้ด้วยว่า บ่ายนี้ถ้าคุณยังแก้ปัญหาเรื่องคานตัวนั้นไม่ได้ ผมจะรื้อทิ้งทั้งหมดจริงๆ แน่"
คินมองตามแผ่นหลังบางที่เดินดุ่มๆ หนีลงบันไดไปอย่างหัวเสีย รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเอ็นดูระคนทึ่ง เรย์เป็นเหมือนแมวพยศที่ยิ่งดุดก็ยิ่งน่าแกล้ง ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งอยากค้นหาให้ลึกกว่าเดิม
แต่ทว่า... ช่วงเวลาแห่งการต่อฝีปากอันเร่าร้อนกลับต้องสะดุดกึก เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยดังมาจากโถงบันไดชั้นล่าง ตามมาด้วยร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบที่เรย์คุ้นตาเป็นอย่างดี
คินหรี่ตาลงทันingเมื่อเห็นแขกไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาในพื้นที่หน้างาน พร้อมกับลูกน้องอีกสองคนที่ถือแฟ้มเอกสารท่าทางเอาเรื่อง
"อ้าว คุณเรย์ อยู่ที่นี่เองหรอครับ" เสียงทุ้มราบเรียบแต่แฝงความกดดันเอ่ยขึ้น "ผมพยายามโทรหาคุณตั้งแต่เช้าแล้ว... พอดีทางบอร์ดบริหารตัดสินใจกันใหม่แล้วล่ะครับ ว่าโปรเจกต์นี้..."
เรย์ชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองผู้มาใหม่สลับกับคินที่ขยับเข้ามาประชิดด้านหลังเพื่อบังตัวเขาไว้โดยสัญชาตญาณ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความคุคุนด้วยอารมณ์พึงพอใจ กลายเป็นความหนาหนักชวนอึดอัดขึ้นมาทันที
และก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะได้เอ่ยปากถามอะไร เอกสารในแฟ้มก็ถูกเปิดออก พร้อมกับประกาศิตที่ทำให้เลือดในกายของเรย์เย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้เสมอนะครับ
เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 3
สมรภูมิไซต์งาน
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
