กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดระดับสิบในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบสาม ทำให้บรรยากาศเช้าวันจันทร์ดูเหมือนสนามรบขนาดย่อม เรย์ สถาปนิกหนุ่มเจ้าของโปรเจกต์รีสอร์ตริมผา กำลังเคาะปากกาในมือเบาๆ เป็นจังหวะเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งขึ้นสู่ขีดสุด สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะอาดสะอ้านจ้องเขม็งไปยังหน้าจอโปรเจกเตอร์ ที่ซึ่งเส้น “คานยื่น” (Cantilever) ความยาวสิบเมตรถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉาน พร้อมข้อความสั้นๆ แต่กวนประสาทที่สุดในสามโลกจากฝีมือของไอ้ตัวปัญหาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ผมบอกคุณรอบที่ห้าแล้วนะครับคุณคิน ว่าโครงสร้างเหล็กกล่องตามที่คุณคำนวณมาเนี่ย มันรับน้ำหนักโมเมนต์ดัดของเทอเรซยื่นไม่ได้ ถ้าฝนตกแล้วแขกวิ่งมารวมกันตรงปลายระเบียงจุดนั้นจุดเดียว มีหวังภาพตัดพับลงไปนอนกินแซลมอนอยู่ก้นเหวแน่ๆ”
เรย์เปิดฉากปะทะทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดสนิท น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเฉียบคมและรังสีความหงุดหงิดที่แผ่ซ่านออกมาจนคนในทีมออกแบบคนอื่นไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
คิน หัวหน้าทีมวิศวกรโครงสร้างหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนตามสัญชาตญาณคนทำงานหน้างานจริง เจ้าตัวไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับคำพูดเชือดเฉือนนั้นเลยแม้แต่น้อย เขากลับยกยิ้มมุมปาก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ราวกับกำลังฟังเพลงบรรเลงเบาๆ ในคาเฟ่ มากกว่าจะมารับฟังการท้วงติงทางวิศวกรรม
“คุณเรย์ครับ… ใจเย็นก่อนสิครับ หน้าตึงแต่เช้า เดี๋ยวริ้วรอยถามหานะครับ ด้วยความหวังดีจากวิศวกรหน้าตาดี” คินทิ้งน้ำเสียงกวนประสาทเจือความขี้เล่นลงในประโยค “ที่ผมปรับลดขนาดโครงสร้างลง ไม่ใช่เพราะผมอยากพาแขกไปกินแซลมอนก้นเหวอย่างที่คุณจินตนาการหรอกนะ แต่เพราะถ้าทำตามแบบเนี๊ยบๆ ไร้ที่ติของคุณ ประเมินงบประมาณมันจะทะลุเพดานจนท่านประธานเรียกพวกเราไปปรับทัศนคติก่อนสร้างเสร็จต่างหากล่ะครับ”
“สถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขในกระดาษนะครับคุณคิน!” เรย์กระแทกปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเอกสารในมือสั่นไหว ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธ “งานของผมคือศิลปะและความปลอดภัยของมนุษย์ ถ้าโครงสร้างมันพัง ศิลปะก็ไม่มีค่าอะไรทั้งสิ้น! ถ้าคุณคำนวณใหม่ไม่ได้ ก็ลาออกไปนั่งคำนวณคานบ้านตัวเองเถอะครับ”
“โอ้โห… แรงมากครับ” คินหัวנסในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นสถาปนิกหนุ่มผู้เبيبทุกกระเบียดนิ้วสติหลุดได้ขนาดนี้ เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะประชุมยาวเข้ามาประชิดตัวเรย์ทีละก้าวอย่างคุกคาม “ปากคอเราะร้ายแบบนี้… ที่บ้านเลี้ยงด้วยพริกแกงใต้หรือครับ ถึงได้เผ็ดร้อนขนาดนี้”
เรย์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่คืบเดียว เรย์เห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้น คินไม่ได้ถอยหนี แถมยังก้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน รอยยิ้มมุมปากของวิศวกรหนุ่มไม่ได้มีความสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความท้าทายที่ชวนให้อยากซัดสักหมัดให้หายหมั่นไส้
“ถอยไปไกลๆ เลยนะครับคุณคิน พื้นที่ส่วนตัวผมมีค่า อย่าล้ำเส้น” เรย์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ขยับตัวถอยหลังแต่สะโพกกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะประชุมพอดี กลายเป็นว่าตอนนี้เขาถูกคินต้อนให้จนมุมโดยสมบูรณ์
“ถ้าผมบอกว่าไม่ถอยล่ะครับ…” คินกระซิบเสียงต่ำทุบหัวใจคนฟังให้หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม นิ้วเรียวแกร่งเอื้อมออกไปราวกับจะปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเรย์ “เรายังต้องร่วมงานกันอีกสี่สิบสี่ตอน… เอ๊ย สี่สิบสี่สัปดาห์เต็มๆ นะครับคุณสถาปนิก ปรับตัวเข้าหากันหน่อยไม่ได้หรือไงครับ”
เรย์กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบที่สุดในชีวิตเพื่อไล่ไอ้บ้านี่ให้พ้นหน้า แต่ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันขัดจังหวะความตึงเครียดที่ผสมความวาบหวิวแปลกๆ นี้เสียก่อน
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหน้าห้อง พร้อมกับร่างสูงสง่าของประธานบริษัทที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“คุณเรย์ คุณคิน… ผมมีข่าวดีและข่าวร้ายจะแจ้งให้ทราบ…”
ดาร์กไนท์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากแรกไปด้วยกันนะครับ
เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 1
แค่เห็นหน้าก็อยากลาออก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
