"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาตีนก้าวเข้ามาในเขตบ้านหลังนี้อีกครึ่งก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่อง ‘ผีไม่มีหัว’ ที่คอยเฝ้าเรือนครัวหลังนี้ก็แล้วกันครับ!"
น้ำเสียงเย็นเยียบแต่แฝงด้วยความกวนประสาทของหลินจื่อดังแทรกขึ้นกลางวงสนทนาทันทีที่ร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่และเหล่าญาติฝ่ายสามีผู้หิวกระหายทรัพย์สินก้าวพ้นธรณีประตูบ้านในยุค 80 แห่งนี้เข้ามา ใบหน้าของหญิงสาวแต้มด้วยรอยยิ้มพราวระยับ ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดอาคมที่พร้อมเชือดเฉือนคนหน้าหนาให้ขาดเป็นสองท่อนโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ ช่วย
กลิ่นหอมอบอวลของ "พะโล้สูตรมิติลับ" ที่เคี่ยวตุ๋นด้วยเครื่องเทศโบราณและอาคมสะกดวิญญาณโชยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวจนกลบกลิ่นอับของความโลภในจิตใจผู้มาเยือนจนหมดสิ้น พันจ่ารบสามีหนุ่มร่างกำยำยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่เบื้องหลังภรรยา สายตาคมดุราวกับพญาอินทรีย์จ้องมองญาติผู้ใหญ่จอมปลอมเหล่านี้ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ เขาไม่จำเป็นต้องเอปากพูดสักคำ เพราะแค่รัศมีอำนาจและความดุร้ายที่แผ่ออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มก็ทำให้ขาของคนพวกนั้นสั่นเทาจนแทบก้าวไม่ออกแล้ว
"หลินจื่อ... นี่พวกเราเป็นญาติผู้ใหญ่นะ! เธอทำตัวแบบนี้มันอกตัญญูเกินไปแล้ว!" ป้าสะใภ้ใหญ่ส่งเสียงแหลมสูงกลบเกลื่อนความกลัว ใบหน้าอ้วนทุ้ยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเคืองเมื่อเห็นว่าแผนการที่จะมาทวงส่วนแบ่งจากธุรกิจโรงครัวและเงินเก็บก้อนโตของสองสามีภรรยาดูท่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
"ญาติผู้ใหญ่เหรอครับ?" หลินจื่อหัวเราะในลำคอเบาๆ เดินถือทัพพีไม้แกะสลักลวดลายยันต์โบราณเข้ามาใกล้โต๊ะไม้เก่าๆ ที่พวกเขานั่งหน้าด้านรอส่วนแบ่ง "ตอนที่สามีฉันบาดเจ็บกลับมาจากชายแดนแล้วพวกท่านรุมกันขับไล่ไสส่งให้พวกเราไปอดตายข้างถนน พวกท่านจำคำว่า ‘ญาติ’ ได้ไหม? หรือว่าความจำของพวกท่านมันสั้นเท่ากับความละอายใจในตัวกันแน่ครับ"
บรรยากาศในห้องครัวอึมครึมลงทันตาเห็น ไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากมิติโรงครัวด้านหลังเริ่มกัดเซาะบรรยากาศรอบตัวจนป้าสะใภ้และญาติคนอื่นๆ ขนลุกซู่ บรรดาผีวิญญาณเร่ร่อนที่หลินจื่อเลี้ยงไว้ในอาณาเขตเริ่มส่งเสียงหัวเราะคิกคักลอดออกมาจากรอยแตกของฝาผนังไม้ แรงกดดันทางจิตวิทยานี้ทำให้ป้าสะใภ้ที่เคยปากกล้าถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ทะ... ที่เรามาวันนี้ ก็เพราะหวังดีกลัวว่าพวกเธอจะดูแลจัดการเงินทองไม่เป็น! ในฐานะผู้ใหญ่ เราแค่จะมาช่วย ‘เก็บรักษา’ สมบัติแทนต่างหากเล่า" ลุงสามผู้เงียบมานานรีบแก้ตัวเสียงสั่น ประสานมือเข้าหากันด้วยความประหม่าเมื่อสังเกตเห็นเงาดำประหลาดเคลื่อนไหวอยู่ใต้โต๊ะอาหาร
"ช่วยเก็บรักษา? โอ้โห... ฟังดูมีคุณธรรมสูงส่งจนฉันเกือบจะกราบขอบพระคุณเลยทีเดียวครับ" หลินจื่อวางทัพพีลงกระทบขอบหม้อเสียงดังสนั่น ก่อนจะตักน้ำพะโล้สีเข้มข้นราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุยที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนกระเพาะของคนหน้าด้านส่งเสียงโครกครากออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย "แต่เสียดายนะ... อาหารมิติลับของฉันเนี่ย มันมีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่ง..."
หญิงสาวเว้นจังหวะ ปรายตามองแต่ละคนด้วยรอยยิ้มเยาะ
"คนตระหนี่ถี่เหนียว คนใจบาปหยาบช้า และพวกที่จ้องจะฮุบสมบัติคนอื่นอย่างไร้ยางอาย... ถ้าได้กินเข้าไปแม้แต่คำเดียว วิญญาณในร่างจะถูกดูดความทรงจำทั้งหมดไปให้ผีเปรตในมิติลงทัณฑ์จนกว่าจะหมดอายุขัย... อยากลองชิมดูสักคำไหมล่ะครับ?"
สิ้นคำพูดนั้น ป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้จนแทบหงายหลัง ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งความฮึกเหิมหลงเหลืออยู่
"นัง... นังเด็กปีศาจ! แกมันไม่ใช่คน!" ป้าสะใภ้กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเหลือบไปเห็นเงาดำรูปร่างประหลาดโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินพยายามคว้าข้อเท้าของนาง
"ขอบคุณที่ชมครับ" หลินจื่อตอบรับด้วยรอยยิ้มหวานหยด "และเพื่อเป็นการต้อนรับญาติผู้ใหญ่ที่อุตส่าห์เดินทางมาเยี่ยมเยียนถึงที่... พันจ่ารบที่รัก ช่วยกรุณาพาแขก ‘ผู้มีเกียรติ’ เหล่านี้ออกไปจากเขตบ้านเราให้พ้นสายตาหน่อยเถอะครับ เดี๋ยวกลิ่นความโลภของพวกเขาจะทำให้อาหารในหม้อของฉันเสียรสชาติหมด"
พันจ่ารบไม่รอช้า เขาพยักหน้ารับคำภรรยาดั่งประกาศิต เดินตรงเข้าไปคว้าคอเสื้อของลุงสามและฉุดกระชากป้าสะใภ้ให้ลุกขึ้นยืนด้วยพละกำลังมหาศาลที่ทำเอาคนพวกนั้นไม่มีทางขัดขืน แรงกดดันจากนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชคโชนประกอบกับบรรยากาศวังเวงชวนสยองทำให้กลุ่มญาติจอมปลอมต้องวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากบ้านอย่างไม่คิดชีวิต เสียงร้องโวยวายโหยหวนดังแว่วหายไปในความมืดของตรอกหมู่บ้านท่ามกลางสายตาของชาวบ้านละแวกนั้นที่แอบมองดูเหตุการณ์ความหน้าหงายครั้งนี้ด้วยความสะใจ
หลินจื่อถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้สามีหนุ่มที่ยืนรอรับคำชมอยู่ข้างกาย บรรยากาศความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นละมุนละไมของกลิ่นอายอาหารและไอรักที่คุกกรุ่นอยู่ในห้องครัวเล็กๆ แห่งนี้
ทว่า ในขณะที่หลินจื่อกำลังจะตักข้าวให้สามีทานเพื่อฉลองชัยชนะในการไล่ญาติใจร้าย เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เป็นจังหวะเคาะที่ประหลาดและคุ้นเคยจนน่าขนลุก พันจ่ารบขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังงานประหลาดที่อยู่นอกประตูบ้าน ซึ่งไม่ใช่ทั้งมนุษย์และไม่ใช่ภูตผีธรรมดาที่เคยพบเจอ
หลินจื่อชะงักมือที่ถือทัพพี ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองลอดผ่านมิติออกไปเห็นเงาร่างของแขกยามวิกาลที่ก้าวเข้ามาในรั้วบ้าน... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญคนนี้ไม่ได้มาเพื่อทวงสมบัติ แต่เขากำลังถือ "กล่องไม้ปริศนา" ที่ส่งเสียงกรีดร้องของวิญญาณดังระงมออกมาจากข้างใน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ มาร่วมลุ้นไปกับความแสบและการทำธุรกิจสุดแหวกแนวของสองสามีภรรยาในตอนต่อไปกันต่อนะครับ!
คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 18
กลั่นแกล้งญาติใจร้ายให้หน้าหงาย
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!