หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากตึกสูงระฟ้าข้างนอก ยอดไลก์และคอมเมนต์นับหมื่นที่หลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับแฮชแท็กติดเทรนด์อันดับหนึ่ง—*#ดีลลับไฮโซค*—ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ทำให้น่านฟ้ารู้สึกชาไปทั้งร่าง แต่เป็นภาพถ่ายใบเสร็จการโอนเงินก้อนโตและภาพโคลสอัปของเขากับมาร์คที่ยืนคุยกันหน้าห้องอาหารส่วน عندما ค่ำวานนี้ มันถูกบิดเบือนข้อความจนกลายเป็นข่าวฉาวโฉ่ว่า ‘เด็กปั้นราคาแพงกำลังปันใจให้คู่แข่ง’
“นี่คือแผนของแกสินะ มาร์ค...” คิรากรแค่นยิ้มเย็นเยียบ นัยน์ตาคมกริบที่เคยทอดมองน่านด้วยความอ่อนโยน บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟแห่งความเกรี้ยวกราดและผิดหวังอย่างรุนแรง ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวางกดดันจนแทบหายใจไม่ออก น่านฟ้ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า เพราะคำว่า ‘ดีลลับ’ ของพวกเขา ไม่เพียงแต่กลายเป็นข่าวฉาวที่จะทำลายทุกอย่าง... แต่มันกำลังเผาทำลายหัวใจของเขาให้เป็นจุล
น่านฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามฝืนกลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไป มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยแต่ก็พยายามกำเข้าหากันแน่นเพื่อเรียกความมั่นคง “คุณคีย์ฟังผมก่อน... เรื่องภาพนั้นมันไม่ใช่...”
“ไม่ใช่แล้วมันคืออะไร!” คิรากรตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง แรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านทำให้สันกรามของชายหนุ่มขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ท่าทางเย่อหยิ่งและมาดนิ่งที่เคยมีพังทลายลง เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังถูกความหึงหวงและพิษรักแผดเผาจนควบคุมตัวเองไม่ได้ “หลักฐานคาตาขนาดนี้ แกยังจะกล้าอ้าปากแก้ตัวอีกเหรอ น่านฟ้า! หรือว่าที่ผ่านมา ที่แกทำตัวเป็นเด็กดี คอยอยู่ข้างฉัน คอยปั่นหัวฉัน มันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเกมที่แกกับไอ้มาร์คมันร่วมมือกันวางแผนไว้ เพื่อสูบข้อมูลบริษัทฉันไปให้มัน!”
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความโกรธขึงเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนกลางใจ น่านฟ้าเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดแลابแปลบขึ้นมาจนหน้าชา รอยยิ้มขื่นขมผุดขึ้นที่มุมปากทันที เมื่อตระหนักได้ว่า... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความเชื่อใจที่เขามอบให้อีกฝ่ายมันช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน
“คุณมองผมเป็นคนแบบนั้นมาโดยตลอดเลยสินะคะ... อ้อ ไม่สิ ผมมันก็แค่เด็กสู้ชีวิตที่เข้ามาพัวพันกับเกมธุรกิจของคุณตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่” น่านฟ้าเชิดหน้าขึ้น แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวจนหยาดน้ำใสเอ่อคลอ แต่เขาจะไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้เด็ดขาด น้ำเสียงที่เคยหวานหูตอนนี้สั่นเครือแต่ก็ยังคงความดื้อรั้นเอาไว้ “ถ้าคุณคิดว่าผมมันเลวทรามต่ำช้าขนาดนั้น... ถ้างั้นเราก็จบกันแค่นี้เถอะค่ะ!”
“จบงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!” คิรากรก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว แรงบีบที่ต้นแขนทั้งสองข้างหนักหน่วงราวกับคีมเหล็ก นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวจ้องลึกลงมาในดวงตาของน่านฟ้า ประกายไฟในแววตานั้นน่ากลัวเสียจนคนมองแทบหยุดหายใจ “แกคิดจะเขี่ยฉันทิ้งแล้วเดินไปซบไอ้มาร์คงั้นเหรอ น่านฟ้า? ไม่มีทาง! ในเมื่อแกเป็นคนเริ่มเกมนี้เอง แกก็ต้องรับมือกับจุดจบที่ฉันเป็นคนกำหนดด้วย!”
“ปล่อยผมนะ! คุณคีย์! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับผม!” น่านฟ้าพยายามบิดข้อมือหนีและดันแผงอกกว้างออก แต่แรงมหาศาลของคนตรงข้ามกลับทำให้เขาขยับเขยื้อนไม่ได้เลย ร่างกายที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำด้วยความโกรธเกรี้ยว ไม่ได้สร้างความวาบหวามเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา หากแต่มันเต็มไปด้วยความอึดอัดและร้าวราน
“ไม่มีสิทธิ์เหรอ? หึ...” คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขและเต็มไปด้วยความหยันหยือก “จำไม่ได้หรือไงว่าบนตัวแก มีรอยประทับตราความเป็นเจ้าของของใครอยู่บ้าง... เด็กน้อย”
สัมผัสหยาบโลนที่ลากไล้ไปตามกรอบหน้าและริมฝีปากไม่ได้มีความอ่อนโยนเหมือนเคย มันคือการลงทัณฑ์ เป็นการครอบครองด้วยความโมโหและหึงหวงที่ขาดสติ น่านฟ้าเม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยเจ็บแปลบจนแทบแหลกสลาย เมื่อความสัมพันธ์ที่เคยคิดว่ามันก้าวข้ามคำว่า ‘ธุรกิจ’ ไปแล้ว แท้จริงกลับถูกตัดสินด้วยความระแวงและคราบน้ำตา
“ถ้าเกลียดผมมากนัก... ก็ปล่อยผมไปสิคะ” น่านฟ้ากระซิบเสียงแผ่วเบา หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบหลังมือของคิรากรราวกับหยดน้ำกรดที่ทำให้ชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ คิรากรชะوกมือที่บีบต้นแขนอีกฝ่ายออกเล็กน้อย ความตระหนึกวาบผ่านเข้ามาในแววตาชั่ววินาทีเมื่อเห็นหยาดน้ำตาบนแก้มเนียน แต่ทิฐิและอีโก้ที่ค้ำคออยู่กลับทำให้ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ไม่ยอมปริปากเอ่ยคำขอโทษออกมาสักคำ
ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์ตึงเครียดจะได้คลี่คลายไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยการผลักเปิดเข้ามาของเลขาหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนก
“ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางฝั่งหุ้นส่วนหลักโทรศัพท์เข้ามาแจ้งด่วนที่สุดว่า พวกเขาต้องการยกเลิกสัญญาดีลใหญ่ทั้งหมดในคืนนี้ทันทีครับ!”
คิรากรหันขวับไปมองเลขาด้วยใบหน้าถมึงทึง น่านฟ้าสะดุดลมหายใจเฮือกใหญ่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อตระหนักได้ว่าพายุลูกใหญ่ที่แท้จริงไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น แต่มันเพิ่งจะพัดถล่มทำลายทุกสิ่งทุกอย่างจนไม่เหลือชิ้นดีแล้วต่างหาก
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 30
พายุลูกใหญ่กำลังมา
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!