ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 28

คนนอกที่แทรกกลาง

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวูดดี้ปนส้มแมนดารินราคาแพงระยับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูหราดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับยิ่งขับเน้นความอึดอัดระอุราวกับออกซิเจนกำลังถูกสูบออกไปทีละนิด รอยยิ้มที่มุมปากของมาร์คไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดีแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแบรนด์ดังคู่นั้นกวาดมองร่างสูงของคิรากรที่ยืนบังน่านฟ้าเอาไว้มิดชิด ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ข้อมือเรียวของนายเอกที่ยังคงมีรอยแดงจางๆ จากแรงบีบเมื่อครู่ "อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะ 'เวลาส่วนตัว' ของคู่รักข้าวใหม่ปลามันเข้าซะแล้วสิ..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือแววเยาะหยันนั้นดังขึ้นทำลายความเงียบ ประโยคเดิมที่ทิ้งค้างไว้จากวินาทีวิกฤตถูกขยายความด้วยท่าทีสบายๆ ไร้ซึ่งมารยาทในการเคาะประตู มาร์คก้าวเท้าเข้ามาในห้องชุดส่วนตัวอย่างไร้ความเกรงใจ ราวกับที่นี่เป็นห้องทำงานสาธารณะของเขาเอง คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ความหึงหวงที่เดือดพล่านอยู่ก่อนแล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุดจนแทบควบคุมไม่อยู่ ดวงตาคมกราบดุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจ้องเขม็งผู้มาเยือน นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะ มือหนาที่ปล่อยจากข้อมือน่านฟ้าเปลี่ยนเป็นกำหมัดแน่นข้างลำตัวเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนที่อยากจะซัดหน้าไอ้คนไม่ได้รับเชิญสักหมัดสองหมัด "ออกจากห้องฉันไปซะ มาร์ค" คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเย็นชาแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "นายไม่มีสิทธิ์ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต และที่สำคัญ... เลิกทำตัวเป็นพวกชอบเสือกเรื่องชาวบ้านสักที" มาร์คหัวเราะในลำคอเบาๆ สีหน้าของเขายังคงกวนประสาทไม่เปลี่ยน ชายหนุ่มยักไหล่พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องราวกับกำลังสำรวจสินค้าในร้านค้าปลีก "ใจBoringน่าคุณคีย์... แค่แวะมาเยี่ยมเยียนในฐานะ 'เพื่อนร่วมธุรกิจ' ของคุณน่านฟ้าแค่นี้ ถึงกับต้องไล่กันเลยเหรอครับ? หรือว่า... กลัวความจริงที่ผมคาบมาบอกจะทำลายบรรยากาศหวานๆ ของพวกคุณล่ะ" น่านฟ้าที่ยืนเงียบมาตลอดค่อยๆ ขยับตัวหลุดพ้นจากเงาร่างสูงของพระเอก ดวงตากลมโตฉายแววไหวระริกเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งสนิท สมองอันปราดเปรื่องของเด็กหนุ่มสู้ชีวิตประมวลผลอย่างรวดเร็ว ข่าวลือที่มาร์คพูดถึง... คงหนีไม่พ้นเรื่องที่กำลังกัดเซาะความน่าเชื่อถือของโปรเจกต์ใหญ่ที่เขาและคิรากรกำลังร่วมมือกันอยู่ "ข่าวลืออะไรของนาย ว่ามาให้จบสิ มาร์ค" น่านฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ดวงตาดื้อรั้นตวัดมองหน้าคู่ปรับทางธุรกิจของคิรากรอย่างไร้ความเกรงกลัว "ถ้าคิดจะมาเพื่อป่วนประสาทเฉยๆ นายเสียเวลาเปล่า แต่ถ้ามีเรื่องงาน... เชิญพูดมาให้เคลียร์" คำพูดของน่านฟ้าไม่ได้ทำให้นายเอกดูอ่อนแอลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาตรงๆ กลับทำให้คิรากรยิ่งรู้สึกหงุดหงิดปนเป็นห่วงจนแทบคลั่ง คุณชายตระกูลใหญ่เอื้อมมือไปคว้าข้อศอกเรียวของน่านฟ้าไว้แน่นขึ้นอีกนิด ดึงรั้งให้ถอยหลังมาอยู่ข้างหลังตนเองโดยสัญชาตญาณของการปกป้อง แม้ปากจะร้ายใส่กันแค่ไหน แต่ในยามวิกฤต คิรากรไม่เคยยอมปล่อยให้น่านฟ้าต้องเผชิญหน้ากับอันตรายลำพัง "น่านฟ้า ถอยไป นายไม่ต้องไปฟังคำพูดขยะๆ ของมัน" คิรากรเอ่ยเสียงเข้ม สันกรามขบเข้าหากันจนตึงเปรี๊ยะ "ไอ้นี่มันหวังผลประโยชน์ มันไม่ได้หวังดีอะไรกับนายทั้งนั้น" "อุ๊ย หวงจังเลยนะครับ กลัวคนของตัวเองจะรู้ความจริงเหรอคุณคีย์?" มาร์คยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า เขาลควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทออกมาก่อนจะหมุนหน้าจอให้ทั้งสองคนเห็นภาพบนหน้าจอชัดๆ "น่าเสียดายนะคุณน่านฟ้า... คนที่คุณกำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานให้อย่างถวายหัวเนี่ย เบื้องหลังเขาไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์อย่างที่ปากพูดหรอกนะ ภาพหลุดเซ็ตนี้... น่าจะอธิบายได้ดีกว่าคำแก้ตัวร้อยคำ" บนหน้าจอโทรศัพท์คือภาพถ่ายมุมสูงในห้องทำงานส่วนตัว ภาพของคิรากรที่กำลังยืนประจันหน้ากับคู่ค้ารายใหญ่จากต่างประเทศ ทว่ามุมกล้องถูกบิดเบือนอย่างจงใจจนทำให้ดูคล้ายกับการรับสินบนใต้โต๊ะ เอกสารสำคัญในมือถูกตอกย้ำว่าเป็นสัญญาซื้อขายลับที่ฉ้อฉล และสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดคือ... ข้อความแชทปลอมที่ถูกตัดต่อขึ้นมาราวกับว่าคิรากรกำลังเตรียมจะหักหลังและลอยแพโปรเจกต์ของน่านฟ้าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ น่านฟ้ามองภาพบนหน้าจอนั้นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้เขาจะมองความสัมพันธ์เป็นแค่เรื่องธุรกิจ แต่ลึกๆ แล้ว... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความใกล้ชิด การปกป้อง และความเอาใจใส่ที่คิรากรแสดงออก แม้จะมาพร้อมกับคำพูดถางถาง แต่มันก็มีความจริงใจเจืออยู่เสมอ เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมความสั่นไหวของเสียง "นี่... หมายความว่ายังไง?" คิรากรหันขวับมามองหน้าน่านฟ้าทันที ดวงตาคมกริบฉายแววร้อนรนเป็นครั้งแรก "น่านฟ้า! นายอย่าบอกนะว่านายเชื่อภาพตัดต่อปัญญาอ่อนนี่? มันเป็นฝีมือของมัน! มาร์คมันจงใจใส่ร้ายฉัน!" "แล้วหลักฐานล่ะคุณคีย์? นายมีอะไรมายืนยันว่ามันปลอม นอกจากคำพูดของคุณเอง" น่านฟ้าเงยหน้าสบตากับพระเอกนิ่ง น้ำเสียงแม้จะยังคงความนิ่งสงบ แต่แววตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "นายก็รู้ว่าโปรเจกต์นี้มีความหมายกับฉันมากแค่ไหน ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปสู่สาธารณะ ทุกอย่างที่ฉันพยายามสู้มา... พังหมดแน่" มาร์คยิ้มเยาะอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นรอยร้าวเล็กๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋าตามเดิมก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เตรียมจะปิดฉากละครฉากนี้ด้วยหมัดน็อค "ผมเตือนด้วยความหวังดีนะคุณน่านฟ้า คนอย่างคุณคีย์... ไว้ใจไม่ได้หรอกครับ เขาเห็นคุณเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อในห้องชุดหรูๆ นี้เท่านั้นแหละ ถ้าอยากรอด... มาร่วมงานกับผมดีกว่า รับรองว่าโปรเจกต์ของคุณจะไม่มีวันพังคามือแน่นอน" คิรากรแทบจะพุ่งตัวเข้าไปซัดหน้ามาร์คให้หงายเงิบหากน่านฟ้าไม่เอื้อมมือมาแตะที่ต้นแขนของเขาไว้เสียก่อน สัมผัสเบาๆ นั้นหยุดยั้งความรุนแรงไว้ได้ชะงัก แต่มันกลับสร้างความเจ็บปวดในอกให้คุณชายตระกูลดังยิ่งกว่าถูกหมัดน็อคเสียอีก น่านฟ้านิ่งงันไปชั่ววินาที ดวงตากลมโตมองหน้าคิรากรสลับกับมาร์ค สมองกำลังประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็นที่สุด ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของมาร์คพลันแข็งค้างทันที เมื่อร่างของบุคคลที่สามก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง พร้อมกับเอกสารตัวจริงเสียงจริงในมือที่ทำให้สถานการณ์พลิกกลับตาลปัตรในเสี้ยววินาที! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านทุกตัวอักษรไปกับแบล็กเวลเวตนะคะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%