กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายดินปืนยังคงคละคลุ้งอยู่ในโสตประสาท ทว่าสิ่งที่แผดเผาร่างกายของคาร์ลอส วาเลนติโน่ ให้มอดไหม้จนแทบไม่เหลือความเป็นมนุษย์ กลับไม่ใช่กลิ่นความตายเหล่านั้น... แต่มันคือภาพเงาของเอเลน่า ร่างระหงที่เขาเพิ่งฝากฝังรอยแผลแห่งความเร่าร้อนและสزตว์ป่าในตัวลงไป ทว่าตอนนี้ เธอกลับกลายเป็นเปีกนกในมือของพวกมัน—ไอ้โดมินิค!
ปัง!
เสียงทุบกำแพงคอนกรีตเปลือยดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้ฝ่ามือหนาที่มีรอยแผลเป็นกรอะกรังอาบไปด้วยหยาด3ลือดซึม แต่คาร์ลอสไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านทะยานขึ้นถึงขีดสุดจนเส้นเลือดขมับปูดโปน ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความตายที่พร้อมจะผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล
"นายท่าน... ทีมจู่โจมพร้อมแล้วครับ" เสียงลูกน้องคนสนิทเอ่ยรายงานด้วยความหวาดหวั่น แต่คาร์ลอสกลับยกมือขึ้นตวัดห้าม ปล่อยให้ความเงียบงันอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้องใต้ดินมืดทึบ
เขากำลังพยายาม... พยายามอย่างยิ่งที่จะตีตัวออกห่างจากเธอ
เพราะคาร์ลอสรู้ดีว่า ในโลกมืดที่เขาเหยียบย่าง เต็มไปด้วยคมเขี้ยวและหยาดโลหิต การเอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาพัวพัน รังแต่จะทำให้เธอถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ ยิ่งเอเลน่าฉลาดเท่าไหร่ ยิ่งเธอดื้อดึงและมีดวงตากล้าหาญคู่นั้นมองตรงมาที่เขามากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า... เธอคือจุดอ่อนที่อันตรายที่สุดในชีวิตของนักฆ่ามือหนึ่งอย่างเขา
แต่ให้ตายเถอะ... มันสายเกินไปแล้ว
ภาพสัมผัสความนุ่มหยุ่นของผิวเนียนละเอียด ภายใต้แรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่เขาเป็นผู้ชี้นำเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายนิ้ว เสียงครางหวานหูที่เว้าวอนขอความเมตตาจากปากอิ่มคู่นั้น ยังคงดังสะท้อนอยู่ในหัวใจที่ด้านชาของเขา ร่างกายของเขายังคงจำรส2าติความหวานล้ำที่เสพสมร่วมกันได้อย่างแม่นยำ และความคิดที่ว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของโดมินิค—ไอ้สารเลวที่จ้องจะทำลายทุกอย่างที่เขาครอบครอง—ก็ทำให้สติสัมปชัญญะของคาร์ลอสขาดผึ่งลงอย่างสิ้นเชิง
"ปล่อยให้เธอคลาดสายตาไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว..." คาร์ลอสเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจมืดที่กดดันจนอากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง "ถ้ามันแตะต้องเส้นผมเเพรวพราวของเธอแม้แต่เส้นเดียว กูจะควักหัวใจมันออกมาให้หมาแดก!"
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ใจกลางกรุงปารีส—สถานที่ซึ่งถูกเนรมิตให้กลายเป็นกรงขังทองคำขาว เอเลน่า เกรย์ กำลังยืนอยู่หน้าบานกระจกใสบานใหญ่ ชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทขับเน้นให้ผิวขาวราวน้ำนมของเธอยิ่งดูโดดเด่น ทว่าร่องรอยสีแดงเข้มที่ประทับอยู่บริเวณซอกคอระหงและลาดไหล่ คือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าเธอเพิ่งรอดพ้นจากอ้อมแขนอันดุร้ายของซาตานมาได้อย่างเฉียดฉิว
มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปสัมผัสรอยช้ำจางๆ นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ตีรวนปะปนกัน ทั้งความโกรธ ความหวาดกลัว... และความปรารถนาอันน่าละอายที่ยังคงค้าง3าอยู่ในกระแสเลือด เธอกลเกลียดคาร์ลอส เกลียดความดิบเถื่อน เอาแต่ใจ และท่าทีราวกับเธอเป็นเพียงสมบัติชิ้นหนึ่งที่เขาจะทำลายหรือครอบครองเมื่อไหร่ก็ได้ แต่กระนั้น... ทุกครั้งที่หลับตาลง เธอกลับโหยหาอุณหภูมิร้อนรุ่มจากฝ่ามือคู่นั้น โหยหาอ้อมกอดที่โอบล้อมเธอไว้ราวกับจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
"คิดถึงมันอยู่ล่ะสิ... แม่นกน้อยปีกหักของฉัน"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากความมืดมุมห้อง เอเลน่าสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปมองด้วยแววตาตื่นตระหนก ร่างสูงโปรดของ โดมินิค ก้าวออกมาจากเงาสลัว รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่แฝงแววโรคจิตอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงของเธอด้วยความกระหายใคร่รู้
"แกเข้ามาในนี้ได้ยังไง..." เอเลน่าถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนติดกับกระจกเย็นเฉียบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่มือกลับกำหมัดแน่น พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ "ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่แกจะเข้ามาตามอำเภอใจ โดมินิค!"
"โอ้... สาวน้อย อย่าใจร้ายนักเลย" โดมินิคก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าคางคราบน้ำตาของเธอ แต่เอเลน่าเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็ว
ผลีผลาม!
โดมินิคหัวเราะในลำคอด้วยความขบขัน ดวงตาคู่คมหรี่ลงอย่างอันตราย "ดุเสียจริง... สมแล้วที่เป็นผู้หญิงที่คาร์ลอสยอมลดตัวลงไปคลุกคลีด้วย แต่น่าเสียดายนะเอเลน่า... ของเล่นชิ้นโปรดของมันชิ้นนี้ ถึงเวลาเปลี่ยนมือแล้วล่ะ"
"ไสหัวไปซะ!" เธอตวาดกร้าว พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าแจกันคริสตัลบนโต๊ะข้างเตียงทุ่มใส่เขาทันที!
เพล้ง!
เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น แต่โดมินิคหลบได้อย่างฉิวเฉียว รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม เขาพุ่งเข้าตะครุบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือข้างเดียวแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะ แรงมหาศาลนั้นทำให้เอเลน่าไม่มีทางสู้ ร่างกายของเธอถูกดันจนแนบชิดกับแผงอกแข็งแกร่งของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มจนเธอรู้สึกสะท้านสะเทือน
"พยศนักนะ... ดูซิว่าถ้าฉันทำให้เธอแปดเปื้อนจนคาร์ลอสไม่อยากชายตามองอีก ไอ้นักฆ่าหน้าโง่นั่นจะคลั่งขนาดไหน!" โดมินิคกระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าต่ำช้า มืออีกข้างกำลังจะฉีกทึ้งชุดผ้าไหมสีดำของเธอออก
เอเลน่ากรีดร้องสุดเสียง น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินลงมาอาบแก้ม เธอดิ้นรนสุดกำลัง แต่ยิ่งขัดขืน แรงกดทับยิ่งเพิ่มมากขึ้น ความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมหัวใจ เธอกำลังจะตกเป็นเหยื่อของซาตานอีกตน... และคาร์ลอสคงมาไม่ทันการณ์
ทันใดนั้นเอง!
เปรี้ยง!
เสียงกระจกหน้าต่างห้องชุดชั้นบนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างสีดำสนิทที่พุ่งทะยานเข้ามาม้วนตัวลงกับพื้นอย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับพญามาร กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนและหยาดเลือดแผ่ซ่านไปทั่วห้องในเสี้ยววินาที
โดมินิคชะงักกึก หันขวับไปมองยังต้นเสียง
ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้น... เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความตายที่แท้จริง คาร์ลอสยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น มือหนากำด้ามปืนพกกระบอกโปรดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มเย็นเยียบจนน่ากลัว
"ปล่อยมือจากเมียกู... หรือมึงอยากตายก่อนจะได้เห็นตะวันขึ้นวันใหม่?"
กุหลาบอาบแสงจันทร์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าจะประทับใจในความเร่าร้อนและปมอันเข้มข้นนี้ค่ะ
กระสุนสังหารกับนิทานของมือปืน•ตอนที่ 9
ในกรงขังของความรู้สึก
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระสุนสังหารกับนิทานของมือปืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!