โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ•ตอนที่ 19

ความเปราะบางของความเชื่อใจ

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
แสงไฟจากหลอดนีออนสีขาวนวลบนเพดานห้องสอบสวนกะพริบเบาๆ สั่นไหวตามกระแสไฟฟ้าที่ไม่ค่อยเสถียรนัก มันสะท้อนลงบนพื้นผิวกระจกเงาบานใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องนี้กับโลกภายนอก ทว่า ในวินาทีนี้ สิ่งที่เปราะบางยิ่งกว่ากระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำ กลับเป็นความเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสอง "คุณกำลังโกหกผม... ดร.รินรดา" น้ำเสียงของสารวัตรกรณ์เรียบสนิท ปราศจากคลื่นอารมณ์ใดๆ เจือปน ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะกดดันให้บรรยากาศภายในห้องแคบๆ นี้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าของหญิงสาวแม้แต่นินทเดียว เขากำลังใช้ทักษะโปรไฟล์เลอร์ขั้นสูงในการอ่านทุกอณูการเคลื่อนไหวบนเรือนร่างของเธอ ตั้งแต่จังหวะการเต้นของชีพจรที่ลำคอระหง ไปจนถึงมุมปากที่กระตุกเกร็งขึ้นเพียงเล็กน้อย ด้าน ดร.รินรดา ผู้มักจะมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และคำพูดคมคายเตรียมพร้อมไว้รับมือกับทุกสถานการณ์เสมอ ในยามนี้กลับนิ่งงัน แววตาคู่สวยที่เคยพราวระยับด้วยประกายแห่งความฉลาดเฉลียว กลับไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเด, เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้โลหะ มือเรียวบางทั้งสองข้างประสานกันไว้บนตัก แน่นเสียจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด "สารวัตรกรณ์..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบากว่าปกติ ผิดวิสัยนักจิตวิทยาผู้มั่นใจในตัวเองคนเดิม "คุณรู้จักฉันดีแค่ไหน... ถึงกล้าตัดสินว่าสิ่งที่ฉันทำมันคือการโกหก?" "ผมไม่ได้ตัดสินจากอคติ แต่ผมตัดสินจาก 'หลักฐาน' ที่ผมถืออยู่ครับ" กรณ์เลื่อนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลับสุดยอดลงบนโต๊ะโลหะ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวโต๊ะดังขึ้นเบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก ข้างในนั้นไม่ใช่เอกสารคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่พวกเขากำลังตามล่า แต่เป็นประวัติการเข้า-ออกอาคารวิจัยลับของ1ในองค์กรใต้ดินเมื่อสามปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเพื่อนร่วมงานสนิทของกรณ์เอง และชื่อที่ปรากฏหราในฐานะ 'ที่ปรึกษาพิเศษ' ของโครงการนั้น... คือชื่อของเธอก ดร.รินรดา ก้มมองแฟ้มเอกสารตรงหน้า แววตาของเธอฉายประกายความเจ็บปวดวาบหนึ่งก่อนจะถูกกลบฝังลงไปภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นอย่างรวดเร็ว แต่นั่นก็ไม่รอดพ้นจากสายตาอันเฉียบคมของโปรไฟล์เลอร์หน้านิ่งไปได้ "คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงยอมให้คุณเข้ามามีส่วนร่วมในคดีนี้?" กรณ์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แขนทั้งสองข้างท้าวลงบนโต๊ะ สายตาสะท้อนความผิดหวังและความระแวงที่ฉายชัด "เพราะผมคิดว่าเรามีเป้าหมายเดียวกัน... เพราะผมเชื่อใจคุณ ริน" คำว่า 'เชื่อใจ' ที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเปิดใจให้ใครง่ายๆ นั้น มีน้ำหนักราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของหญิงสาว รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามค้นหาความเห็นอกเห็นใจสักนิด แต่สิ่งที่เธอพบกลับมีเพียงกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อปกป้องตัวเอง "บางครั้ง... ความจริงที่คุณเห็น มันก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดหรอกนะคะ สารวัตร" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากดูเศร้าสร้อยเสียจนน่าใจหาย "คุณใช้ตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ในการวิเคราะห์จิตใจคนอื่น แต่วันนี้... คุณกลับลืมใช้หัวใจมองดูเบื้องหลังเหตุผลเหล่านั้น" "เหตุผลเหรอครับ?" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง "การที่คุณปกปิดความเกี่ยวข้องกับองค์กรที่ฆ่าเพื่อนร่วมงานของผม คือเหตุผลที่ผมควรจะเข้าใจคุณอย่างนั้นหรือ? คุณเป็นใครกันแน่ รินรดา? คุณเข้ามาใกล้ชิดผมเพื่อสืบหาความจริง หรือเพื่อคอยทำลายหลักฐานให้พวกมันกันแน่!" คำถามนั้นพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ ปักฉึกเข้าไปกลางหัวใจของทั้งสองฝ่าย ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความเงียบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ กรณ์นั่งพิงพนักเก้าอี้ สีหน้ากลับคืนสู่ความเย็นชาไร้ความรู้สึกอีกครั้ง ความลังเลใจฉายชัดในแววตา เขาควรจะเดินหน้าไขคดีนี้เคียงข้างเธอต่อไป หรือควรจะสั่งควบคุมตัวเธอในฐานะผู้ต้องสงสัยสมรู้ร่วมคิดดี? ระบบเหตุผลและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐกำลังตีกันอย่างรุนแรงในหัวสมอง ในขณะที่รินรดากำลังอ้าปากจะเอ่ยคำอธิบายบางอย่างเพื่อทำลายกำแพงความระแวงนั้น ทันใดนั้นเอง... *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดดังขึ้นก้องไปทั่วทั้งสถานีตำรวจ แสงไฟสีขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลในชั่วพริบตา หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานด้านนอกดับวูบลงพร้อมกันทุกเครื่อง ก่อนที่หน้าจอทั้งหมดจะปรากฏภาพสัญลักษณ์ประหลาด—รูปดวงตาไร้แววที่ถูกลากเส้นทับด้วยกากบาทสีดำ ไม่เพียงเท่านั้น จู่ๆ ระบบสื่อสารภายในทั้งหมดก็ถูกแทรกแซงด้วยคลื่นสัญญาณรบกวน เสียงซ่าอันน่าขนลุกดังขึ้นตามด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำผ่านลำโพงกระจายเสียง ที่ทำให้เลือดในกายของกรณ์เย็นเฉียบ *“ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย... สารวัตรกรณ์ และคุณนักจิตวิทยาผู้รอบรู้”* เสียงปริศนาดังขึ้นก้องกังวาน ราวกับเจ้าของเสียงกำลังยืนอยู่หลังกระจกเงาบานนั้นเอง *“ความสงสัยที่พวกคุณมีต่อกัน กำลังจะกลายเป็นหลุมฝังศพของพวกคุณทั้งคู่... จงเลือกซะ ว่าจะฆ่ากันเอง หรือจะรอให้พวกเราไปปลิดชีพพวกคุณทีละคน”* สิ้นเสียงประกาศก้อง หน้าจอกระจกเงาบานใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องสอบสวนและห้องควบคุมก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษกระจกนับร้อยชิ้นร่วงหล่นราวกับสายฝน ท่ามกลางควันสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นมาจากช่องแอร์ ร่างของบุคคลปริศนาในชุดโค้ทสีดำสนิทและสวมหน้ากากอนามัยสีขาวสนิท ก้าวเท้าพ้นกลุ่มควันเข้ามาอย่างช้าๆ ในมือถือวัตถุบางอย่างที่มีไฟกะพริบถี่ๆ ส่งเสียงนับถอยหลังอันน่าสะพรึงกลัว กรณ์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยสัญชาตญาณ มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อแจ็กเก็ตอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความระแวดระวังสูงสุด ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตากลับเหลือบไปเห็นรินรดากำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอไม่ได้มองที่ผู้บุกรุก แต่เธอกำลังมองมาที่ตัวเขา พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเปล่งคำพูดไร้เสียงออกมาว่า... *"ระวัง... มันคือกับดักของจริง!"* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลุ่มก้อนความมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%