กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม สายตาของเธอนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม มือเรียวบางยกแก้วชาอุ่นขึ้นจิบช้าๆ ราวกับไม่ได้ยินเสียงคุกเข่าอ้อนวอนของชายผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นสามี
"ผมรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว... และ... และเด็กคนนั้น..."
เสียงของอคินสั่นพร่า มือหนาที่เคยใช้เซ็นเอกสารมูลค่าหลายร้อยล้านด้วยความมั่นคง บัดนี้กลับสั่นเทาจนน่าสมเพช เขากำลังพยายามเอื้อมมือมาแตะชายกระโปรงของเธอ ทว่ารินรดากลับขยับขาหนีอย่างรังเกียจราวกับเขามันเป็นเพียงสิ่งปฏิกูลที่ไม่อยากแม้แต่จะชายตามอง
"ความจริงอะไรหรือคะ คุณอคิน?" เสียงหวานใสเอ่ยถาม ทว่ากลับเย็นชาเสียจนบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนฟัง "ความจริงที่ว่าคุณเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้หญิงคนหนึ่งจนไม่เหลือชิ้นดี? หรือความจริงที่ว่าคุณเพิ่งมารู้สึกสำนึกผิดเอาในวันที่สายเกินไปกันแน่?"
อคินเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอนหลอกเขา วันที่รินรดายื่นใบหย่าให้พร้อมกับรอยยิ้มที่แห้งแล้งที่สุดในโลก วันที่เธออุท้องโตเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ท่ามกลางสายฝนโดยไม่มีแม้แต่ร่มคันเดียว และวันที่เขาเคยตวาดใส่หน้าเธออย่างไร้เยื่อใยว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา
"ผมขอโทษ..." เขากระซิบ เสียงนั้นแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบ "ผมมันโง่เอง... ผมถูกความริษยาและอีโก้บังตาจนมองไม่เห็นความจริง ลีโอ... ลูกของเรา... แกหน้าเหมือนผมราวกับแกะ ทำไมผมถึงมองไม่ออกตั้งแต่แรก..."
"เพราะคุณไม่เคยสนใจฉันยังไงล่ะคะ" รินรดาย้อนถาม ดวงตากลมโตหันมาสบตาเขาตรงๆ ไร้ซึ่งความรัก ความอาลัย หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด "สำหรับคุณ ฉันเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน เป็นผู้หญิงน่ารำคาญที่คอยเกาะแกะคุณเพื่อเงิน ถึงเวลาที่คุณไล่ตะرد ฉันก็แค่ก้าวออกไปตามคำสั่ง... แต่คุณลืมไปใช่ไหมคะว่า คนเราเวลาที่เจ็บจนตายไปรอบหนึ่งแล้ว... ฟื้นขึ้นมาใหม่มันจะไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิมอีกต่อไป"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเดรสสีดำสนิทขับเน้นให้ผิวของเธอดูกระจ่างใสและทรงพลัง ร่างเพรียวระหงก้าวเข้าไปใกล้อดีสามีที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพรมราคาแพง เธอก้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางของเขาขึ้นบังคับให้สบตา
"คุณกำลังเสียใจใช่ไหมคะ? กำลังรู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ใช่หรือเปล่า?" เธอยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "ความรู้สึกนั้นแหละค่ะ... คือสิ่งที่ฉันต้องทนแบกรับมาตลอดสองปีเต็ม ตอนนี้คุณเพิ่งลิ้มรósมันไปแค่หนึ่งส่วนร้อยเท่านั้นเอง"
อคินกุมมือเธอไว้แน่น แม้จะรู้ว่าเธอรังเกียจแต่เขาก็ไม่กล้าปล่อย "ผมยอมให้คุณลงโทษทุกอย่าง ริน... จะให้ผมกราบเท้าคุณตรงนี้ก็ได้ ขอแค่... ขอแค่ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ชดใช้ความผิดทั้งหมดที่เคยทำไว้"
"การชดใช้เหรอคะ?" รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก เธอสะบัดมือออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ใยดี "คุณคิดว่าเงินทอง อำนาจ หรือแม้แต่ชีวิตบ้าๆ ของคุณ มันจะมีค่าพอที่จะแลกกับหยาดน้ำตาที่ฉันเคยเสียไปหรือไงคะ? แต่... เอาเถอะค่ะ ในเมื่อคุณอยากชดใช้นัก ฉันก็มีข้อเสนอที่สมน้ำสมเนื้อมานำเสนอเหมือนกัน"
อคินรีบเงยหน้าขึ้นด้วยความหวัง "ว่ามาเลยครับ... ไม่ว่าอะไรผมก็ยอมทั้งนั้น"
"คนที่เคยรังแครินรดาคนนี้ คนที่เคยเหยียบย่ำฉันตอนที่ฉันท้องแก่ใกล้คลอด คนที่ส่งคนมาคุกคามฉันถึงห้องพักราคาถูก... คุณจัดการพวกมันเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ?" น้ำเสียงของเธอลดต่ำลง เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ
อคินพยักหน้ารัวๆ ความโกรธแค้นในตัวเขากำลังพลุ่งพล่านไม่แพ้กัน "ผมจัดการพวกมันหมดแล้ว... คนที่เคยร่วมมือกับคุณน้าของคุณในการกลั่นแกล้งคุณ บริษัทของพวกมันถูกซื้อกิจการและล้มละลายภายในคืนเดียว ส่วนพวกเศษสวะที่กล้าแตะต้องคุณ... ตอนนี้พวกมันนอนสำนึกผิดอยู่ในคุกมืดที่ไม่มีวันได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกแล้วครับ"
"ยังไม่พอหรอกค่ะ" รินรดาพูดแทรกขึ้นทันที น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบยาพิษ "คนระดับนั้น... แค่ล้มละลายหรือติดคุก มันยังสบายเกินไปสำหรับบาปที่พวกมันทำไว้"
อคินชะงักไปเล็กน้อยยามที่ได้เห็นแววตาของหญิงสาวตรงหน้า แววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน มันไม่ใช่แววตาของรินรดาคนเดิมที่อ่อนแอและขี้ขลาดอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นพญาหงส์ที่ถูกย้อมด้วยเลือดและเพลิงแห่งการแก้แค้นอย่างสมบูรณ์แบบ
"คุณต้องการให้ผมทำอะไรอีก บอกมาได้เลย..." อคินเอ่ยเสียงเครือ
"พรุ่งนี้เช้า... ฉันอยากให้คุณพาฉันไปที่บริษัทเก่าของคุณ ที่ที่พวกมันเคยหัวเราะเยาะเย้ยฉันต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท อยากให้คุณประกาศให้ทุกคนรู้ว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังความฉิบหายทั้งหมดของพวกมัน และที่สำคัญ..." รินรดาย่อตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงแผ่วเบาแต่น่าขนลุก "ฉันอยากให้คุณเป็นคนเซ็นคำสั่งไล่พวกมันออกด้วยมือของคุณเอง... เพื่อให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่า การสูญเสียทุกอย่างในพริบตาเดียวมันเป็นอย่างไร"
อคินมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหวาดกลัว ทั้งหลงใหล และเจ็บปวดรวดร้าว เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การล้างมลทินให้รินรดา แต่เป็นการประกาศสงครามครั้งสุดท้ายที่เธอจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของทุกคนที่เคยทำร้ายเธอให้จมดิน
"ผมจะทำ..." อคินตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้จะต้องแลกด้วยลมหายใจสุดท้ายของเขาก็ตาม "ผมจะจัดการล้างมลทินให้คุณ... ทุกหยาดหยดของน้ำตาที่คุณต้องเสียไป พวกมันจะต้องชดใช้ด้วยความพินาศสิ้นเชิง"
รินรดายืดตัวขึ้น ถอยห่างจากเขาหนึ่งก้าว สายตาคมปลาบกวาดมองอดี สามีที่ยอมจำนนแทบเท้าเธอด้วยความสะใจลึกๆ ในอก บาดแผลที่เขาฝากไว้ถูกชำระล้างด้วยความพินาศของศัตรูทีละน้อย ทว่า... ในขณะที่เกมการแก้แค้นกำลังดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นสามครั้ง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ทั้งคู่หันไปมองประตูห้องทำงานพร้อมกันด้วยความแปลกใจ เนื่องจากรินรดาสั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวนเด็ดขาด ประตูบานหรูค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างเล็กป้อมของน้องลีโอ ลูกชายวัยสองขวบที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาในห้องโดยมีพี่เลี้ยงพยายามวิ่งตามเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"หม่าม้าฮะ..." เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ น้องลีโอยกมือขึ้นขยี้ตาเล็กน้อยเพราะความง่วง ก่อนจะวิ่งตรงดิ่งเข้าไปหารินรดาแล้วซบหน้าลงกับเรียวขาของเธอ
อคินมองภาพนั้น หัวใจของเขากระตุกวูบ น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งกลับรื้นขึ้นมาอีกครั้ง มือหนาสั่นเทาพยายามจะเอื้อมไปอุ้มลูกชาย ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของอคินจะทันได้แตะตัวเด็กน้อย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นจากหน้าประตูก่อน
"อุ๊ย... ดูเหมือนว่าผมจะเข้ามาขัดจังหวะครอบครัวสุขสันต์สินะครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ก้าวเข้ามาในห้อง รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยเลศนัยปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองอคินที่คุกเข่าอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่กลับจ้องตรงมาที่รินรดาด้วยความเสน่หาที่น่ากลัว
อคินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อจำได้ทันทีว่าผู้มาใหม่คือใคร... คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญ และเป็นคนที่เคยประกาศตัวอย่างเปิดเผยว่ากำลังตามจีบอดีภรรยาของเขาอยู่!
"คุณมาทำอะไรที่นี่..." อคินคำรามด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
ชายหนุ่มผู้มาใหม่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะก้มลงอุ้มน้องลีโอขึ้นมาแนบอกอย่างสนิทสนม เด็กน้อยไม่เพียงแต่ไม่ร้องไห้ แต่ยังส่งยิ้มกว้างหัวเราะคิกคักให้กับคนแปลกหน้าคนนี้ราวกับสนิทกันมานาน
"ผมก็แค่มาทวงสัญญา... ว่าที่คุณภรรยา ที่รับปากว่าจะไปดินเนอร์กับผมคืนนี้ต่างหากล่ะครับ" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับชายตามองอคินที่ยังคงคุกเข่าอยู่ด้วยสายตาเย้ยหยัน "ส่วนคุณ... อดีตสามีผู้โง่เขลา คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกใช่ไหมครับ ถ้าผมจะพาเธอกับลูก... ไปกินข้าวด้วยกัน?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะสะใจกับความเจ็บปวดและการเอาคืนในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 37
การล้างมลทิน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!