เสียงโลหะบดขยี้กันดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก เศษซากศิลาเวทมนตร์กระเด็นว่อนราวกับห่าฝน ท่ามกลางความมืดมิดของดันเจี้ยนชั้นใต้ดินระดับลึก เรย์พุ่งตัวหลบคมดาบมหึมาที่ฟาดเฉียดหัวไหล่ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงลมจากการโจมตีนั้นรุนแรงพอจะกรีดผิวหนังจนแสบแปลบ ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานกะพริบถี่รัวอยู่ตรงหน้า ทว่าเขากลับไม่มีเวลาแม้แต่จะกวาดสายตาอ่านตัวเลขเหล่านั้น
"เรย์! ทางขวา! มันกำลังปรับรูปแบบการโจมตีตามค่าความเร็วที่เราเพิ่งใช้ไปเมื่อกี้ค่ะ!"
เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของเอลล่าดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวบางที่พุ่งเข้ามาปัดป้องหอกหินขนาดมหึมาด้วยโล่พลังงานสีฟ้าคราม ประกายไฟจากการปะทะสาดกระจายสว่างวาบไปทั่วโถงถ้ำ เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของ "ผู้พิทักษ์จักรกลโบราณ (Ancient Guardian Automaton)" บอสประจำชั้นที่ในยามปกติควรจะมีรูปแบบการโจมตีตายตัวตามตำราสถิติ แต่ในตอนนี้... มันกลับเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือกว่าค่ามาตรฐานในฐานข้อมูลถึงสามเท่าตัว และทุกครั้งที่พวกเขากดใช้สกิลหลบหนี มอนสเตอร์ตัวนี้จะคำนวณทิศทางล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำรากับอ่านใจได้
นี่ไม่ใช่บั๊กของเกม... แต่มันคือ "กับดักของระบบป้องกัน" ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกำจัดผู้เล่นที่ล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามโดยเฉพาะ
เรย์กัดฟันกรอด ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสะท้อนแสงสีฟ้าจากอินเทอร์เฟซระบบ สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักร หากวิเคราะห์จากโค้ดการทำงานของดันเจี้ยนแห่งนี้ การที่บอสตอบสนองต่อรูปแบบการต่อสู้ได้รวดเร็วขนาดนี้แสดงว่ามันไม่ได้ใช้ AI พื้นฐาน แต่มันกำลังเชื่อมต่อกับ "อัลกอริทึมส่วนกลาง" เพื่ออัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ ยิ่งพวกเขาสู้และขัดขืนมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเรียนรู้และแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
มันคือการต่อสู้ที่ไม่มีวันชนะ หากยังใช้กลยุทธ์เดิมๆ
"เอลล่า ถอยหลังไปสามก้าว ใช้สกิล [ลวงตาความทรงจำ] พรางซิกเนเจอร์มานาของเราซะ!" เรย์ออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด มือเรียวคว้าขวดโพชั่นฟื้นฟูมานาขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด หลอดมานาที่เกือบแตะขีดแดงพุ่งทะยานกลับขึ้นมาครึ่งหนึ่งในทันที
"เข้าใจแล้วค่ะ! แต่ถ้าทำแบบนั้น พื้นที่หลบภัยของเราจะแคบลงนะ—ระวัง!"
เอลล่าไม่ปล่อยให้ประโยคขาดหายไปอย่างไร้ความหมาย ร่างของเธอหมุนตัวควงโล่รับการโจมตีระลอกใหม่แทนเรย์ แรงกระแทกส่งผลให้เธอกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว รอยเท้าไถลไปกับพื้นหินจนเกิดควันจางๆ แต่ด้วยสัญชาตญาณของอดีตเกมเมอร์ระดับตำนาน เธออาศัยแรงเหวี่ยงนั้นดีดตัวกลับพร้อมกับปลดปล่อยละอองแสงสีม่วงอ่อนกระจายออกไปทั่วบริเวณ ปกปิดกลิ่นอายและตัวตนของพวกเขาทั้งคู่จากเรดาร์ของบอส
ทันทีที่ละอองแสงทำงาน ผู้พิทักษ์จักรกลโบราณชะงักกึก ดวงตาสีแดงฉานบนหัวกะโหลกเหล็กกะพริบติดๆ ดับๆ มันกวาดลำแสงสแกนไปทั่วห้องด้วยความสับสนเนื่องจากเป้าหมายหายไปจากระบบการติดตามชั่วขณะ
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของเรย์และเอลล่าที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความมืด
"เราซื้อเวลาได้ไม่เกินสิบวินาทีค่ะ เรย์" เอลล่ากระซิบเสียงเบาหวิว หยดเหงื่อไหลย้อยลงตามกรอบหน้าเรียวสวย มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยจากการรับแรงกระแทกมหาศาลเมื่อครู่ "ระบบประเมินความเสียหายบอกว่าพลังชีวิตของฉันเหลือไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ถ้าโดนอีกทีเดียว... จบเห่แน่ๆ ค่ะ"
เรย์ไม่ตอบคำเขาก้มมองแผงควบคุมระบบที่ปรากฏขึ้นปลายนิ้ว นิ้วเรียววาดลวดลายกลางอากาศอย่างรวดเร็วเพื่อเขียนโค้ดคำสั่งฉุกเฉิน นี่คือความสามารถพิเศษของอาชีพ "นักแกะรอยอัลกอริทึม" ที่ผู้เล่นคนอื่นไม่มี ทว่าการแก้ไขระบบภายในดันเจี้ยนระดับสูงนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก หากพิมพ์ผิดแม้แต่ตัวอักษรเดียว ระบบความปลอดภัยจะลงโทษทันทีด้วยการลบตัวละครถาวร
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หน้าต่างสีทองอร่ามที่เรย์ไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้นตรงหน้า ตัวหนังสือสีแดงฉานสลักข้อความที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก
[ตรวจพบการเข้าถึงโค้ดต้องห้ามระดับสูงสุด]
[ระบบป้องกันอัตโนมัติขั้นที่ 3: "เงาผู้เล่นนิรนาม" กำลังถูกปลุกจากการจำศีล]
[คำเตือน: สิ่งที่ท่านกำลังเผชิญหน้าไม่ใช่บอสของดันเจี้ยน แต่เป็น "ข้อมูลตกค้าง" ของผู้เล่นคนแรกที่เคยหายสาบสูญไปในระบบเมื่อสามปีก่อน...]
เอลล่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความนั้น สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งรอยยิ้มร่าเริงเช่นเคย "นั่นมัน... หรือว่าข่าวลือเรื่องผู้เล่นที่ถูกกลืนหายไปในเซิร์ฟเวอร์ทดลอง จะเป็นเรื่องจริง..."
ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยปากอธิบายอะไรเพิ่มเติม พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำสนิทปริแตกออกเป็นวงกว้างใจกลางห้องโถง ไอความมืดทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาราวกับควันไฟจากขุมนรก และที่น่ากลัวที่สุดคือ... เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและคุ้นเคยอย่างประหลาดกำลังก้าวเดินขึ้นมาจากความมืดเบื้องล่าง เป็นจังหวะก้าวเดินที่เยือกเย็นและแม่นยำ ราวกับกำลังเดินมาทวงคืนบางสิ่งที่เคยเป็นของตนเอง
เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวพ้นจากรอยแยกนั้น ร่างกายครึ่งหนึ่งเป็นมนุษย์และอีกครึ่งหนึ่งเป็นโครงสร้างข้อมูลดิจิทัลที่กำลังพังทลาย ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เรย์ด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจคาดเดา—ทั้งความโกรธแค้น ความว่างเปล่า และเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นในหัวของเรย์โดยตรง
*“ในที่สุด... ก็มีคนมาปลุกฉันสักทีนะ... รุ่นน้อง”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคไปกับเรย์และเอลล่าในตอนนี้นะคะ พรีสต์สายลุยสัญญาว่าจะพาไปไขปริศนาสะใจในตอนต่อไปอย่างแน่นอนค่ะ!
อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ กับเงาผู้เล่นนิรนาม•ตอนที่ 8
กับดักของระบบป้องกัน
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ กับเงาผู้เล่นนิรนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!