แก้วไวน์คริสตัลในมือของธามสั่นไหวเล็กน้อย ตามแรงบีบกระชับของนิ้วเรียวยาวที่ข้อข้อนิ้วเริ่มขึ้นสีขาวซีด บรรยากาศบนดาดฟ้าชั้นบนสุดของโรงแรมหรูย่านใจกลางเมือง ยามนี้ถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน ทว่าความเงียบงันระหว่างคนสองคนกลับสร้างแรงกดดันเสียยิ่งกว่าพายุฝน
"คุณจะมองหน้าผมแบบนี้ไปถึงไหนครับ คุณพาย"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดเหมือนทุกครั้ง หากแต่เจือไปด้วยความสั่นพร่าที่คนฟังสามารถสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะภายใต้สูทเข้ารูปสีเข้มนั้น
พายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มเย้าหยอกตามนิสัยเดิม แม้ในอกข้างซ้ายจะเต้นรัวจนแทบกระกระสนออกมาข้างนอก ดวงตากลมโตไหวระริกยามสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและซึนเดเระเป็นที่หนึ่ง
"ก็แค่อยากสำรวจดูครับว่า... คนที่ชอบทำเป็นดุใส่ผมทุกวัน ชี้นิ้วสั่งโน่นสั่งนี่ ทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ไร้หัวใจ แท้จริงแล้วข้างในกำลังซ่อนความรู้สึกอะไรไว้อยู่กันแน่" พายลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงติดจะกวนประสาทเล็กน้อยเพื่อปกปิดความประหม่าที่เริ่มกัดกินพื้นที่ในใจ
ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองร่างโปร่งที่ยืนกอดอกพิงระเบียงกระจกใส รินดาก็เพิ่งผ่านพ้นไป ความวุ่นวายจากอดีตคนรักที่พยายามกลับมาทวงคืนพื้นที่ถูกสะ the dust ทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างไร้เยื่อใย เพราะตอนนี้ สิ่งเดียวที่มีอิทธิพลต่อความนึกคิดของเขา ไม่ใช่เกมธุรกิจหรือภาพลักษณ์บริษัท แต่คือรอยยิ้มกวนๆ ของเลขาหนุ่มคนนี้ต่างหาก
ก้าวเท้าเพียงสามก้าว ธามก็ย่นระยะห่างระหว่างกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นอายบุรุษเพศทำเอาพายถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับกระจกใสโดยมีร่างสูงใหญ่กักตัวเขาไว้ตรงกลาง
"ปากเก่งนักนะ..." ธามกระซิบชิดริมหู เสียงนั้นแหบพร่าจนสั่นสะท้อนถึงขั้วหัวใจ "เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นทำเป็นเก่ง ทำเป็นไม่แคร์ แต่รู้ไหมครับว่าเวลาที่คุณทำหน้าดื้อใส่ผม... มันน่าจับมาตีให้เข็ดเสียให้ The world รู้แล้วรู้รอด"
"อ้อเหรอครับ? เสียดายจังที่ท่านประธานไม่มีสิทธิ์นั้นแล้ว..."
พายยังคงดึงดันจะต่อปากต่อคำ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลักออกมานอกอกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างเบามือ สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนผิดวิสัย จนพายเผลอชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก
ธามไม่ปล่อยให้มีช่องว่างให้พูดจาถางถางอีกต่อไป มืออีกข้างวางทาบลงบนกระจกใสข้างศีรษะของพาย ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววไหวระริกอย่างปิดไม่มิด ความซึนเดเระที่สะสมมาตลอดหลายเดือนถูกเผาผลาญจนมอดไหม้ในวินาทีนี้
"ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับ พาย"
น้ำเสียงของธามเปลี่ยนเป็นจริงจัง ไร้ซึ่งร่องรอยของการหยอกล้อ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดกันและกัน
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ผมพยายามหลอกตัวเองว่าเราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง พยายามบอกตัวเองว่าความหงุดหงิดเวลาที่คุณไปยิ้มให้คนอื่น มันเป็นแค่เรื่องของความรำคาญใจ พยายามทำเป็นใจร้ายใส่คุณ เพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ว่า..."
ธามหยุดเว้นจังหวะ ดวงตาคู่คมไหววับ สื่อสารความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในอกออกมาผ่านสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะหาคำบรรยาย
"...เพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ว่า ผมขาดคุณไม่ได้"
พายเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ คำพูดที่เคยเตรียมไว้จะเถียงกลับหายวับไปกับอากาศ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านจากกลางอกลามเลียไปทั่วร่างจนขอบตาร้อนผ่าว ปากที่เคยบอกว่าเก่งนักหนากลับเม้มเข้าหากันแน่นอย่างไร้คำพูด
"คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย..." พายพยายามเค้นเสียงออกมา แต่มันกลับสั่นเครือเสียจนน่าอาย
ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนจากลมหายใจของกันและกัน แววตาของซีอีโอหนุ่มอ่อนโยนลงอย่างถึงที่สุด ไม่มีฟอร์ม ไม่มีมาดประธานบริษัท มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองอย่างราบคาบ
"ผมรักคุณครับ... พาย"
คำสารภาพที่รอคอยถูกเอ่ยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำในบรรยากาศที่เงียบสงบและโรแมนติกที่สุด มันไม่ใช่คำพูดที่กลั่นกรองมาจากแผนการทางธุรกิจ แต่มันคือเสียงหัวใจที่สะท้อนออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง
พายรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกอึดอัด ขัด e-motion และกำแพงที่เคยสร้างไว้พังทลายลงในพริบตา น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคู่สวยอย่างห้ามไม่อยู่
"คุณมัน..." พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมเสียงสั่นๆ ของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงตรงด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา "พูดคำนี้ออกมา... รู้ตัวไหมครับว่าตัวเองเสียฟอร์มขนาดไหน"
ธามระบายยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่จริงใจและอบอุ่นที่สุดเท่าที่พายเคยเห็นมา มือหนาเลื่อนลงมากุมมือเรียวที่สั่นเทาของอีกฝ่ายไว้แน่น สอดประสานปลายนิ้วเข้าหากันอย่างมั่น
"ยอมเสียฟอร์มให้คุณคนเดียว... มันคุ้มค่าที่สุดแล้วครับ"
บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่สะสมมานาน พายเม้มปากน้อยๆ ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่งดงามที่สุดในค่ำคืนนี้ มืออีกข้างยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของอีกฝ่ายไว้โดยไม่ต้องรอให้ขอ
ธามไม่รอช้า มือหนาประคองท้ายทอยของคนตรงหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากนุ่มอย่างแผ่วเบาและลึกซึ้ง ความหวานละมุนที่ปะปนไปด้วยความโหยหาทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เคมีที่เคยปะทะกันอย่างดุเดือดแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่หลอมละลายหัวใจของทั้งคู่ให้เป็นหนึ่งเดียว
ทว่า... ในวินาทีที่หัวใจกำลังพองโตและดื่มด่ำกับความหอมหวานของช่วงเวลาอันแสนวิเศษนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับประตูห้องพักบนดาดฟ้าที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
"ธามคะ! คุณอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย..." เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมกับร่างของรินดาที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก และดวงตาที่เบิกกว้างเมื่อเห็นภาพบาดตาตรงหน้า "คุณกำลังทำอะไรกันน่ะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ•ตอนที่ 28
คำสารภาพที่รอคอย
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!