สูตรลับฉบับรูมเมต: ปฏิกิริยาเคมีหัวใจยัยตัวดีกับนายอัจฉริยะกวนประสาท•ตอนที่ 6

กลิ่นกาแฟกับรอยยิ้มที่ไม่คุ้นเคย

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดอราบิก้าแท้ตีเข้าจมูกของผมทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องครัวเล็กๆ ของอพาร์ตเมนต์ แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่ากลิ่นหอมนั้น คือแผ่นหลังกว้างของนายอัจฉริยะกวนประสาทที่กำลังยืนฮัมเพลงหน้าเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซราคาแพงระยับ ซึ่งเป็นสมบัติส่วนตัวที่เขาหวงเสียยิ่งกว่าไข่ในหิน ให้ตายเถอะ... นี่มันวันโลกาวินาศหรือไง ทำไมคนอย่าง "คิน" ถึงยอมตื่นแต่เช้ามาทำตัวเป็นพ่อบ้านใจกล้า ชงกาแฟไว้รอผมที่เพิ่งตื่นนอนและยังมีสภาพหัวฟูเหมือนรังนกกระจาบ "ยืนทำหน้าเหวอเป็นหุ่นยนต์กระป๋องขึ้นสนิมไปได้นะครับ คุณรูมเมตตัวแสบ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันกลับมามอง เหมือนเขามีนัยน์ตาอยู่ที่หลังทายใจผมได้ทุกอย่าง "หรือว่ากำลังคิดว่าผมใส่ยาพิษลงไปในแก้วนี้ เพื่อกำจัดพยานปากเอกที่รู้เรื่องความลับในห้องแล็บเมื่อวานกันแน่ครับ" "ใครเป็นพยานปากเอกของนายกันฮะ!" ผมโวยวายเสียงดังลั่น พยายามกระชับเสื้อคลุมอาบน้ำให้แน่นขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เหตุการณ์เมื่อวานที่หน้าคณะยังวนเวียนอยู่ในหัว ประโยคกระซิบชวนสั่นประสาทรอยยิ้มร้ายกาจพวกนั้น... มันทำให้ผมเผลอใจเต้นแรงไปหลายริกเตอร์จนถึงตอนนี้ คินหันกลับมาพร้อมกับแก้วเซรามิกสีขาวสะอาดตาในมือ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นประจำถูกประดับไว้บนใบหน้าคมคายนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ เขาเดินเข้ามาใกล้ผมทีละก้าว... ทีละก้าว จนผมต้องถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ครัวโดยอัตโนมัติ "ระวังหน่อยครับ เดินเซ่อซ่าแบบนี้ เดี๋ยวก็สะดุดรักผมเข้าจริงๆ หรอก" เขาพูดด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เจือความขี้เล่น พร้อมกับยื่นแก้วกาแฟอุ่นๆ มาตรงหน้า "รับไปสครับ กาแฟแก้วนี้พิเศษมากนะ... ผมตั้งใจสกัดมันด้วยอุณหภูมิที่พอเหมาะ เพื่อดึงสารคาเฟอีนออกมาให้ดีที่สุด" ผมรับแก้วมาถือไว้อย่างเก้ๆ กังๆ ไออุ่นจากเซรามิกแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือเข้ามาช่วยบรรเทาความหนาวเย็นในห้องแอร์ได้ดี แต่ทำไมไม่รู้... หน้าผากของผมกลับเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น "ทำไมต้องทำเป็นพิเศษด้วยปกติฉันก็กินกาแฟกระป๋องเซเว่นได้น่า" ผมพึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมกริบคู่นั้นที่จ้องมองมาเหมือนกำลังวิเคราะห์ปฏิกิริยาเคมีในตัวผมอยู่จริงๆ "ก็เพราะว่ากาแฟกระป๋องทั่วไปมันให้พลังงานแบบฉาบฉวยไงครับ" คินวางมือข้างหนึ่งค้ำเคาน์เตอร์ครัวไว้ Gักขังผมให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนผมได้กลิ่นหอมจางๆ จากสบู่ที่เขาใช้ "คุณรู้ไหมครับว่า ทำไมคาเฟอีนถึงทำให้คนเราตื่นตัวได้?" "อ๊ะ! ถอยไปไกลๆ เลยนะ นายจะมาติววิชาชีวเคมีอะไรตอนนี้เล่า!" ผมดันอกเขาเบาๆ แต่เจ้ากรรม... กล้ามเนื้อแน่นๆ ใต้เสื้อยืดสีดำตัวนั้นกลับแข็งราวกับแผ่นปูน จนมือผมเองที่เป็นฝ่ายเจ็บ คินหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างชอบใจ นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ "โมለეკูل (Molecule) ของคาเฟอีนเนี่ย มันมีโครงสร้างทางเคมีที่คล้ายคลึงกับ 'อะดีโนซีน' (Adenosine) มากครับ คุณรูมเมต..." เขาเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน ร้ายกาจที่สุดคือสายตาของเขาที่ยังคงจ้องมองริมฝีปากผมสลับกับดวงตา "อะดีโนซีนคือสารสื่อประสาทที่คอยส่งสัญญาณบอกสมองว่า *'ฉันเหนื่อยแล้วนะ อยากพักผ่อนจัง'* แต่พอคาเฟอีนเดินทางเข้าไปในสมอง มันจะเข้าไปแย่งชิงจับกับตัวรับ (Receptor) ของอะดีโนซีนหน้าตาเฉย โดยที่ไม่มีฤทธิ์กดประสาทเหมือนกัน สมองก็เลยโดนหลอกว่ายังไม่เหนื่อย... ผลลัพธ์ก็คือ หัวใจคุณจะเต้นเร็วขึ้น เลือดสูบฉีดดีขึ้น และตื่นตัวอย่างเต็มที่ยังไงล่ะครับ" ผมฟังสิ่งที่เขาพูดค้างเติ่ง หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวแรงขึ้นมาจริงๆ ตามทฤษฎีที่เขาอธิบายเป๊ะๆ แต่สาบานได้เลย... อาการใจสั่นตอนนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับปริมาณคาเฟอีนในแก้วกาแฟนี่เลยแม้แต่น้อย! มันเป็นเพราะระยะห่างระหว่างเราสองคนต่างหากที่ใกล้เกินไปจนเกือบจะแนบชิด "อะ... อ๋อเหรอ งั้นนายก็คงใส่คาเฟอีนมาเกินขนาดแน่ๆ เลย เพราะฉันรู้สึก... รู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดออกมาอยู่แล้วเนี่ย!" ผมโพล่งออกไปอย่างไร้กระบวนคิด เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ คินยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ไม่คุ้นเคย... รอยยิ้มที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความกวนประสาทเหมือนทุกที แต่มีความอ่อนโยนและจริงจังเจืออยู่ลึกๆ จนผมเผลอกลั้นหายใจ "จริงๆ แล้ว... อาจจะไม่ใช่เพราะคาเฟอีนหรอกครับ" เขาพกระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมหูผมจนขนลุกซู่ "แต่เป็นเพราะปฏิกิริยาเคมีระหว่าง 'คุณ' กับ 'ผม' ต่างหากล่ะครับ ที่กำลังทำให้สารพادสารสื่อประสาทในสมองของคุณทำงานหนักเกินพิกัด... จริงไหมครับ คุณรูมเมตตัวแสบ" บรรยากาศในห้องครัวเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงหัวใจของผมที่เต้นโครมครามดังแข่งกัน จนกระทั่งหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าวข้างๆ ส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ดังขึ้น ทำลายมนต์สะกดนั้นลงอย่างกะทันหัน ผมสะดุ้งสุดตัวรีบผละออกจากวงแขนของเขา ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหวังจะเปลี่ยนเรื่อง ทว่าข้อความล่าสุดที่ปรากฏบนหน้าจอแชตกลุ่มคณะวิทยาศาสตร์... กลับทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว *[กลุ่ม: วิทย์ซดเหล้า-เอ๊ย ซดกาแฟ (52)]* **รุ่นพี่ดาว:** "@ไออุ่น @คิน ไหนๆ สองคนก็เปิดตัวแรงขนาดนั้นแล้ว คืนนี้ตึกแล็บเคมีตอนเที่ยงคืน มีคนตาดีเห็นพวกนายแอบไปทำ 'ปฏิกิริยา' อะไรกันสองต่อสอง... อย่าลืมเคลียร์ความสัมพันธ์ให้เคลียร์นะจ๊ะ น้องๆ ทั้งคณะรอดูอยู่!" ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ กำโทรศัพท์ในมือแน่นจนสั่นระริก ยังไม่ทันได้ตั้งสติพิมพ์ข้อความปฏิเสธ หน้าจอโทรศัพท์ก็เด้งข้อความใหม่จากแชตส่วนตัวของ 'คิน' ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ส่งเข้ามาพอดีเป๊ะ *[คิน]: "ในเมื่อพวกเขาอยากเห็นของจริงนัก... คืนนี้เที่ยงคืน เจอกันที่ห้องแล็บเคมี 3 นะครับ คุณรูมเมต"* ผมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งสายตาท้าทายกลับมา ทว่าก่อนที่ผมจะได้อ้าปากโวยวายอะไรใส่เขา เสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่จากแชตของคินก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง เป็นข้อความยาวยืดที่เขาพิมพ์ส่งมาแล้วกด 'ยกเลิกข้อความ' ทันทีอย่างรวดเร็ว—แต่ไม่ทันความไวสายตาของผมที่กวาดตามองเห็นมันเข้าเต็มๆ ตา! *[คิน]: "อันที่จริง... ผมไม่ได้อยากพิสูจน์ให้ใครดูหรอกนะ แต่ผมแค่อยากบอกว่า... [ข้อความถูกยกเลิก]"* หัวใจของผมกระตุกวูบอย่างแรง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสมองพยายามประติดประต่อข้อความที่หายไปกับสายตาคมกริบที่มองตรงมาอย่างมีความหมาย... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมสนุกไปกับเคมีป่วนๆ ของทั้งคู่เสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับรูมเมต: ปฏิกิริยาเคมีหัวใจยัยตัวดีกับนายอัจฉริยะกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%