สูตรลับฉบับรูมเมต: ปฏิกิริยาเคมีหัวใจยัยตัวดีกับนายอัจฉริยะกวนประสาท•ตอนที่ 17
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"ตู้ม!"
เสียงหม้อแปลงไฟฟ้าหน้าหอพักระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยความมืดสนิทที่กลืนกินห้อง 404 จนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วของตัวเอง แสงไฟนีออนสีขาวนวลดับวูบลงพร้อมกับเสียงพัดลมเพดานที่ค่อยๆ
หยด
ช้าลงก่อนจะหยุดหมุนสนิท ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความอับชื้นของอากาศยามค่ำคืน
"เชี่ย! อะไรวะเนี่ย!"
เสียงโวยวายของไออุ่นดังลั่นห้องทันที เจ้าตัวกำลังนั่งกุมขมับอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊กที่หน้าจอสีฟ้าเพิ่งดับพรึบ ข้อมูลรายงานเคมีอินทรีย์ความยาวสิบหน้าที่นั่งปั่นมาตั้งแต่หัวค่ำหายวับไปกับตา แถมแบตเตอรี่สำรองดันเสื่อมสภาพในวันที่ดวงซวยที่สุดในรอบปี วันเกิดอายุครบยี่สิบปีที่ควรจะได้นอนกอดหมอนข้างกินเค้กอร่อยๆ กลับกลายเป็นความพินาศสันตะโร
"ใจเย็นครับคุณรูมเมต ไฟฟ้าดับก็แค่เปลี่ยนพลังงานศักย์ไฟฟ้าเป็นความมืดมิดชั่วคราว ไม่เห็นต้องสติหลุดขนาดนั้นเลยนี่ครับ"
เสียงทุ้มนิ่งๆ ของคินดังขึ้นมาจากมุมห้อง ฝั่งเตียงนอนของอัจฉริยะหนุ่มผู้ไม่เคยสะทกสะท้านกับอะไรง่ายๆ
"เย็นอะไรไหวเล่าคุณคิน! นี่มันวันเกิดผมนะเว้ย! วันเกิด! ทำไมฟ้าดินถึงใจร้ายกับไออุ่นคนนี้จังวะ!" ไออุ่นฟุบหน้าลงกับโต๊ะอ่านหนังสืออย่างหมดแรง เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังสะท้อนในความมืด บรรยากาศรอบตัวช่างน่าหดหู่จนอยากจะร้องไห้โฮออกมาจริงๆ
แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในตอนนี้มาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ถูกเปิดโหมดประหยัดพลังงาน คินลุกขึ้นเดินถือไฟฉายจากสมาร์ทโฟนมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของไออุ่น แสงสีขาวนวลสาดกระทบใบบานหน้าของคนตัวเล็กที่กำลังทำหน้ามุ่ย แก้มป่องๆ นั้นพองลมด้วยความขัดแย้งในใจ
"ไหนดูซิ วันเกิดปีนี้ของเด็กโวยวายทำไมถึงได้ดราม่าเบอร์นี้ล่ะครับ" คินย่อตัวลงเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับไออุ่น กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่เด็กและกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้หัวใจของคนขี้โวยวายกระตุกวูบอย่างแปลกประหลาด
"คุณก็พูดได้สิ... ไม่ได้เป็นคนโดนอาจารย์สั่งแก้งานใหม่แถมโน้ตบุ๊กแบตหมดในวันเกิดสักหน่อย" ไออุ่นเบือนหน้าหนีสายตาพราวระยับคู่นั้น แกล้งทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่างที่ฝนปรอยๆ เริ่มโปรยปลงมา "เบื่อ... เบื่อทุกอย่างเลย อยากกลับบ้านไปกินแกงไตปลาฝีมือแม่ชะมัด"
ประโยคหลังถูกพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เจือความเศร้าสร้อยที่ซ่อนอยู่ลึก
คินสังเกตเห็นความไหววูบในดวงตากลมโตคู่นั้น ชายหนุ่มลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ อย่างเงียบๆ วางมือถือไว้บนโต๊ะเพื่อให้แสงสะท้อนขึ้นเพดานเกิดเป็นแสงสลัวๆ ออบอุ่นเหมือนอยู่ในคาเฟ่เล็กๆ
"รู้ไหมครับว่าทำไมเวลาฝนตกแล้วไฟดับ บรรยากาศถึงทำให้คนเรามักจะอ่อนไหวเป็นพิเศษ" คินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ผิดจากมาดกวนประสาทปกติ
ไออุ่นหันกลับมามองด้วยความฉงน "อะไรอีกอ่ะคุณ จะมาขายมุกวิทยาศาสตร์อะไรอีก เลี่ยนตายชัก"
"ไม่ใช่เรื่องเลี่ยนครับ แต่เป็นเรื่องจิตวิทยาผสมชีววิทยา" คินอมยิ้มบางๆ "เวลาที่ประสาทสัมผัสทางการมองเห็นถูกลดทอนลงจากความมืด สมองส่วนอะมิกดาลาร์ (Amygdala) ที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และความกลัวจะทำงานเด่นชัดขึ้น ในขณะเดียวกัน ฮอร์โมนออกytocin หรือฮอร์โมนแห่งความผูกพันจะหลั่งออกมามากกว่าปกติเมื่อเราอยู่ในพื้นที่ปิดและมืดร่วมกับใครสักคน... มันเป็นกลไกธรรมชาติที่บังคับให้มนุษย์เราต้องการความอบอุ่นและการเชื่อมโยงทางใจครับ"
ไออุ่นกะพริบตาปริบๆ ฟังข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์ที่ฟังสรุปได้ว่า 'ตอนนี้อยากอ้อน' อย่างเนียนๆ ของอีกฝ่าย "คุณนี่นะ... หาเรื่องมาพูดจนได้ตลอดแหละ"
"แล้วเรื่องบ้านล่ะครับ... ทำไมพูดถึงแม่แล้วทำหน้าเหมือนแมวโดนทิ้งแบบนั้น" คินถามต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้น ไม่มีเค้าลางความกวนประสาทเหลืออยู่เลย
ห้องทั้งห้องเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเม็ดฝนกระทบกระจกหน้าต่างเบาๆ เป็นฉากหลัง ไออุ่นก้มมองมือตัวเองที่ประสานกันบนตัก ความทรงจำวัยเด็กไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว
"ก็... ครอบครัวผมไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนคนอื่นเขานี่ครับ" ไออุ่นเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "พ่อกับแม่หย่ากันตั้งแต่ผมยังเด็ก แม่ต้องทำงานหนักเพื่อส่งผมเรียน ส่วนผมก็เป็นเด็กดื้อที่เอาแต่ใจตัวเอง... ทุกๆ ปีวันเกิด ผมก็แค่อยากให้ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนคนอื่นเขาบ้าง แต่ปีนี้... แม้แต่โทรศัพท์อวยพรสักสายก็ยังไม่มีเลย"
ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมานานนับปีทะลักออกมาในรูปของหยาดน้ำใสๆ ที่คลอเบ้า ไออุ่นรีบกะพริบตากลั้นมันไว้ ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้รูมเมตจอมกวนคนนี้เห็นเด็ดขาด
ทว่า... มือหนาอุ่นจัดของคินกลับเอื้อมมาสัมผัสเบาๆ ที่เส้นผมของไออุ่น แล้วออกแรงโยกเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"ใครบอกว่าไม่มีใครอวยพรล่ะครับ" คินกระซิบเสียงนุ่ม แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความลึกซึ้งที่ไออุ่นไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมอยู่นี่ทั้งคนนะ... และสำหรับผมแล้ว การได้นั่งมองคนขี้โวยวายบ่นเรื่องชีวะทุกวัน มันคือของขวัญที่ดีที่สุดในรอบปีของผมเลยล่ะครับ"
หัวใจของไออุ่นเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก ความอบอุ่นจากฝ่ามือของคินแผ่ซ่านเข้ามาถึงขั้วหัวใจ ความมืดรอบตัวราวกับถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างวาบจากปฏิกิริยาเคมีลึกลับที่ไม่มีตำราเล่มไหนอธิบายได้
"คุณคิน... พูดบ้าอะไรเนี่ย" ไออุ่นหน้าแดงก่ำ แม้ในความมืดก็ยังพอมองเห็นแก้มที่ขึ้นสีระเรื่อ
"ไม่ได้บ้าครับ... ผมพูดจริง" คินเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นทีละนิด จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณข้างแก้ม "ทางเคมีเขาบอกว่า สารประกอบสองชนิดจะเกิดพันธะที่แข็งแรงที่สุดได้ ก็ต่อเมื่อต้องผ่านความร้อนและแรงกดดันสูง... เหมือนเราสองคนตอนนี้ไงครับ"
"เกี่ยวอะไรกับเคมีเล่า!" ไออุ่นโวยวายแก้เขิน พยายามจะถอยหนีแต่ติดพนักพิงเก้าอี้
ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะและระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบนั้นเอง...
"ครืนนน-!"
เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่นพร้อมกับแสงไฟนีออนบนเพดานที่กะพริบสว่างวาบขึ้นมาพรวดเดียวจนทั้งห้องสว่างจ้า ไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว!
ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต ไออุ่นหน้าแดงแจ๋รีบหันไปสนใจหน้าจอโน้ตบุ๊กที่ติดขึ้นมาเอง ส่วนคินก็กระแอมไอเบาๆ กลบเกลื่อนอาการประหม่าก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความแชตจากสมาร์ตโฟนของไออุ่นก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบ
*Ping!*
ไออุ่นก้มลงมองหน้าจอด้วยความตกใจ เป็นข้อความจากคินที่นั่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงเมตร ส่งเข้ามาในแชตส่วนตัว ทั้งๆ ที่นั่งอยู่ตรงหน้ากันแท้ๆ
[Khin]: "สุขสันต์วันเกิดนะครับ... เจ้าตัวเล็กของผม ถ้ารายงานเสร็จแล้ว ไปกินชาบูกัน ห้ามปฏิเสธ ไม่งั้นผมจะจูบทำโทษข้อหาดื้อ"
ไออุ่นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนไฟดับเสียอีก นิ้วเรียวรีบกดปุ่มค้างเพื่อจะ "ยกเลิกข้อความ" ทันทีด้วยความลนลาน แต่เพราะความตื่นเต้นทำให้ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันไปกดโดนปุ่ม
*แชร์ตำแหน่งที่ตั้ง และ... ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจรัวๆ กลับไปให้อีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ!*
คินที่ยืนมองอยู่มุมห้องยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชิดอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาไออุ่นแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี
"ส่งหัวใจมาแบบนี้... แปลว่าตกลงไปกินชาบูกับผมแล้วสินะครับ ห้ามคืนคำเด็ดขาดนะไออุ่น"
ความอบอุ่นยังคงอบอวล ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "วิทยาศาสตร์รอบตัว" นะครับ