“หากเจ้ายังเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่เช่นนี้ อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามลมหายใจของเด็กคนนี้จะดับสูญไปพร้อมกับความโง่เขลาของมารดาที่เลือกเชื่อไสยศาสตร์มากกว่าวิชาแพทย์!”
น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดูตวาดกร้าวขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงไม้เก่าทรุดโทรม กลิ่นธูปไล่ผีฉุนกึกที่อบอวลอยู่เดิมถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ และไอความร้อนที่พุ่งออกจากร่างเล็กของ ‘อาเป่า’ บุตรชายวัยห้าขวบของเพื่อนบ้านที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนแคร่ไม้
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้สนใจสายตาตื่นตระหนกของบรรดาชาวบ้านที่รุมล้อมอยู่รอบข้าง มือเรียวบางที่เคยจับเพียงมีดผ่าตัดเลเซอร์ในโลกอนาคต บัดนี้กลับดูมั่นคงและแม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใด เธอคว้าถุงผ้าใบเล็กที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อ ออกมาเป็นเข็มเงินเล่มบางวาววับ ไม่ใช่เครื่องรางของขลัง แต่มันคืออาวุธสังหารที่เธอกำลังจะเปลี่ยนให้เป็นเครื่องมือช่วยชีวิต
“ท่าน... ท่านจะทำอะไร!” หญิงชาวบ้านเจ้าของบ้านเบิกตากว้าง หวาดกลัวจนตัวสั่น “นั่นเข็มของหมอผีรึ? เจ้าไม่ใช่สะใภ้ขี้โรคที่วันๆ เอาแต่นอนรอความตายหรอกหรือ!”
หว่านเอ๋อร์ไม่ตอบโต้ ดวงตาสีรัตติกาลหรี่ลงด้วยความจดจ่อ เธอปลดกระดุมเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนของเด็กน้อยออก เผยให้เห็นหน้าท้องที่บวมเป่งและแข็งตึงจนน่าตกใจ อาการไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันจนเกือบแตก หากเป็นคนอื่นคงปล่อยให้เด็กน้อยสิ้นใจไปตามเวรตามกรรม แต่สำหรับศัลยแพทย์ผู้ผ่านสมรภูมิในห้องฉุกเฉินมานับครั้งไม่ถ้วน นี่ไม่ใช่เรื่องเหนือวิสัย
“ถ้าไม่อยากให้ลูกตาย ก็จงหุบปากแล้วกดไหล่เขาไว้ให้แน่น”
เธอแทงเข็มเงินลงไปตามจุดชีพจรที่สำคัญด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทัน สลับกับการกดนวดเฉพาะจุดเพื่อบรรเทาอาการอักเสบและลดความดันในช่องท้อง บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนรอบข้าง ความสั่นไหวในใจของหว่านเอ๋อร์ไม่ได้มาจากความยากของเคส แต่มาจาก ‘ราชโองการลับ’ ที่เธอซ่อนไว้ในย่าม ซึ่งสั่นไหวเบาๆ ตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอ
นี่คือยุค 70 ที่ความอดอยากบีบคั้นผู้คนจนแทบคลั่ง การเมืองที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ไม่ได้มีน้อยไปกว่าในวังหลวงที่เธอเคยอ่านพบในประวัติศาสตร์ และการที่เธอลงมือช่วยเด็กคนนี้ คือการ ‘เปิดหน้าสู้’ กับชะตากรรมที่เธอไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
สิบห้านาทีผ่านไปราวกับสิบห้าปี เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นบนหน้าผากเนียนละเอียด ทันใดนั้น เด็กน้อยที่เคยตัวเกร็งก็ผ่อนคลายลง ลมหายใจที่เคยติดขัดกลับมาเป็นปกติอีกครั้งพร้อมกับเสียงร้องไห้จ้าด้วยความตกใจ หว่านเอ๋อร์ถอนเข็มเงินออกมาด้วยอาการอ่อนแรง แต่ใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่สร้างความขนลุกให้กับผู้ที่พบเห็น
“เขาพ้นขีดอันตรายแล้ว... แต่จำไว้ วันนี้ข้าช่วยเขาด้วยวิชาแพทย์ ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ หากใครแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป...” เธอหันไปมองสายตานับสิบที่จ้องมองมาด้วยความหวาดระแวง “ข้าไม่รับรองว่าคนผู้นั้นจะยังรักษาลิ้นของตนไว้ได้หรือไม่”
ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ขยาย กองทัพรถม้าที่แล่นผ่านหน้าบ้านสวี่ในยามวิกาลก็หยุดกะทันหัน เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทหนังกระทบกับพื้นดินหน้าบ้านดังสะท้อนกังวาน ประตูไม้ถูกผลักออกอย่างแรงเผยให้เห็นร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารสีเข้ม ใบหน้าคมสันดุจรูปสลักนั้นเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับคมปลาบดุจดาบที่ผ่านการอาบเลือดมานับไม่ถ้วน
สวี่เฉิงหมิง ก้าวเข้ามาในบ้าน กลิ่นอายของอำนาจและการฆ่าฟันที่เขาติดตัวมาทำให้ทุกคนในบ้านก้มหน้าลงแทบไม่ทัน เขาเดินตรงมาที่หว่านเอ๋อร์ สายตาจับจ้องที่เข็มเงินในมือของเธอ ก่อนจะกวาดมองไปที่เด็กน้อยบนแคร่
“เจ้ากล้าดียังไงถึงทำเรื่องวิปริตเช่นนี้ในบ้านข้า” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน
หว่านเอ๋อร์เงยหน้าสบตากับเขาโดยไม่หลบเลี่ยง แม้จะรู้ว่าบุรุษผู้นี้คืออันตรายที่ใหญ่หลวงที่สุด แต่ในยามนี้ เธอกลับมองเห็นแววตาที่ซ่อนความลับบางอย่างภายใต้ความเย็นชา มือแกร่งของเขาขยับเข้าใกล้เอวของเธอราวกับจะค้นหาบางสิ่ง
“ข้าก็แค่ช่วยชีวิตคน ส่วนท่าน... ท่านกลับมาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่แรงกว่าข้าเสียอีก สวี่เฉิงหมิง ท่านคิดว่าเราสองคน ใครกันแน่ที่กำลังดึงดันโชคชะตาเข้ามาหาความตาย?”
เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคว้าต้นแขนเธอแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกเกรียว “ราชโองการในย่ามของเจ้า... มันไม่ใช่แค่กระดาษเปล่า แต่มันคือคำสั่งตายของคนทั้งตระกูลสวี่ในคืนนี้ และคนที่ส่งมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนของคนที่เจ้าเพิ่งช่วยชีวิตไว้เมื่อครู่นี้เอง”
หว่านเอ๋อร์เบิกตากว้าง ในขณะที่นอกบ้าน เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนนับร้อยกำลังล้อมกรอบบ้านของพวกเขาไว้แน่น แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นจังหวะ นี่คือกับดัก... และเธอก็เพิ่งเดินเข้าไปหามันด้วยมือของเธอเอง
ส้มหวานมิติลับหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะหลงใหลไปกับการเดินทางครั้งนี้และรอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะคะ
บันทึกหัตถ์เทวะในยุคแร้นแค้น•ตอนที่ 2
เข็มเงินสังหารที่ถูกเมิน
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัตถ์เทวะในยุคแร้นแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
