"หย่าร้างเสีย! ถ้าไม่อยากตายในบ้านหลังนี้ ก็จงไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้ นางตัวซวย!"
เสียงแหลมสูงราวกับเสียงกรีดของโลหะบาดแก้วแก้วหู ปลุกให้หลินหว่านเอ๋อร์ที่กำลังจมดิ่งอยู่ในความมืดมิดอันหนาวเหน็บต้องลืมตาขึ้น ความรู้สึกแรกคือความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านไปทั่วรยางค์กาย ราวกับถูกรถบรรทุกสิบล้อเหยียบซ้ำลงบนหน้าอก ความเย็นยะเยือกของหิมะที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูกสันหลังไม่ได้ทำให้เธอหวาดกลัวเท่ากับ 'ไออุ่น' ที่สัมผัสได้จากหยาดเลือดที่ไหลรินอาบใบหน้า
เธอไม่ใช่หลินหว่านเอ๋อร์คนเดิมที่อ่อนแอและยอมคน แต่เธอคือศัลยแพทย์มือหนึ่งจากยุคปัจจุบันผู้คุ้นเคยกับการยื้อชีวิตผู้คนในห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและแสงไฟเย็นชา
สตรีวัยกลางคนในชุดผ้าป่านหยาบสีตุ่นหม่นยืนเท้าสะเอวอยู่เบื้องหน้า ดวงตาที่ขุ่นมัวด้วยความเกลียดชังคู่นั้นจ้องมองมายังเธอราวกับเธอมิใช่คน แต่เป็นขยะเปียกที่ต้องกำจัดทิ้งเสียให้พ้นทาง รอบข้างคือเรือนไม้เก่าผุพังที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนในยามค่ำคืน ลมหนาวกรีดผ่านช่องว่างของฝาผนังดุจใบมีดโกน
"นังคนไร้ประโยชน์! ฉันถามว่าได้ยินที่พูดไหม หรือหูหนวกไปแล้วหลังจากโดนฟาดหัวจนสมองไหล!" นางจาง—แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายใจคอคับแคบ ถ่มน้ำลายลงพื้นข้างๆ กายของเธอด้วยท่าทีดูแคลน
หลินหว่านเอ๋อร์พยายามหยัดกายลุกขึ้น แม้ความเจ็บปวดจะประท้วงรุนแรงเพียงใด แต่ทักษะของแพทย์ที่สั่งสมมาทำให้เธอสงบนิ่ง สติสัมปชัญญะของเธอวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว—ยุค 70 การเมืองที่เข้มงวด ความยากจนข้นแค้นที่กัดกินวิญญาณผู้คน และร่างกายที่กำลังอ่อนแอจนถึงขีดสุด
"ท่านแม่..." เสียงของเธอแหบแห้ง สั่นพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด "การขับไล่ลูกสะใภ้กลางดึกท่ามกลางพายุหิมะ ในยุคสมัยที่กฎหมายบ้านเมืองเข้มงวดเช่นนี้ หากลูกเป็นอะไรไป ท่านคิดว่าฝ่ายปกครองคอมมูนจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้โดยง่ายหรือคะ?"
นางจางชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความฉุนเฉียวที่ถูกต้อนให้จนมุม "แกขู่ฉันงั้นรึ! นังหลิน! แกมันก็แค่คนนอกที่สวี่เฉิงหมิงสามีแกเก็บมาเป็นภรรยาเพราะทดแทนบุญคุณพ่อแม่ มันไปรบที่แนวหน้าปีกว่า ไม่แม้แต่จะส่งจดหมายมาหาแกเลยสักฉบับ! วันนี้ต่อให้แกตายไป ก็ไม่มีใครมาเรียกร้องความยุติธรรมให้แกหรอก!"
หลินหว่านเอ๋อร์กวาดสายตามองไปรอบบริเวณ หัวใจเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคง เธอจำต้องมีชีวิตรอด เพื่อค้นหาว่าเหตุใดเธอถึงมาอยู่ในร่างนี้ และใครคือ 'สวี่เฉิงหมิง' บุรุษที่นางจางกล่าวถึงด้วยความหวาดเกรงปนหมิ่นแคลน
ในจังหวะที่นางจางก้าวเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อเธอออกไปโยนทิ้งที่หน้าประตู หลินหว่านเอ๋อร์อาศัยจังหวะที่ร่างนั้นเสียหลัก ก้าวขาขัดขาท่านแม่สามีเบาๆ ด้วยทักษะการป้องกันตัวที่ติดตัวมาแต่เดิม ร่างท้วมของนางจางเสียหลักล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นหิมะทันที
"โอ๊ย! นังเด็กชั่ว! แกกล้าทำกับฉันงั้นรึ!"
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่รอให้ฝ่ายนั้นตั้งตัว เธอรีบคว้ากิ่งไม้แห้งที่วางอยู่ใกล้ๆ มาถือไว้มั่น แววตาคมกริบดุจมีดผ่าตัดจ้องมองไปที่ใบหน้าขรุขระของนางจาง "ข้าไม่ได้ต้องการทำร้ายท่าน แต่ข้าต้องการชีวิตรอด หากท่านยังบีบคั้นข้าถึงเพียงนี้ อย่าหาว่าลูกสะใภ้คนนี้อกตัญญูเลย"
ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกตัดด้วยเสียงลมพัดผ่านราวกับเสียงโหยหวนของวิญญาณ จู่ๆ ประตูไม้หน้าเรือนก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด แรงปะทะของไอเย็นที่พุ่งเข้ามาทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นต้องหรี่ตาลง
บุรุษร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและหิมะก้าวเข้ามา ดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อคู่นั้นกวาดมองภาพความวุ่นวายเบื้องหน้าก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหลินหว่านเอ๋อร์ เขานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
สวี่เฉิงหมิง—บุรุษผู้ถูกกล่าวขานว่าคือภูผาที่ไม่มีวันสั่นคลอน—ค่อยๆ ถอดถุงมือหนังที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำค้างออก เขาไม่ได้หันไปมองมารดาที่กำลังนั่งโวยวายอยู่บนพื้น แต่กลับก้าวตรงมายังหลินหว่านเอ๋อร์
"ใครอนุญาตให้เจ้าออกมาเดินเพ่นพ่านท่ามกลางความหนาวเหน็บเช่นนี้?" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ เย็นเยียบ และทรงอำนาจจนคนฟังขนลุกชัน
ทว่าในมือที่เขายื่นมาเพื่อคว้าข้อมือของเธอนั้น หลินหว่านเอ๋อร์กลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าว... และในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากตอบ จู่ๆ เขาก็โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ
"อย่าเพิ่งตายตอนนี้ เพราะในย่ามที่ข้าสะพายมา... คือราชโองการลับที่จะกำหนดชะตาชีวิตของคนทั้งตระกูลสวี่ในคืนนี้"
ส้มหวานมิติลับหวังว่าบทเปิดตัวนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและอยากติดตามชีวิตของหลินหว่านเอ๋อร์ต่อไปนะคะ
บันทึกหัตถ์เทวะในยุคแร้นแค้น•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนจากความตายใต้กองหิมะ
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัตถ์เทวะในยุคแร้นแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
