"ถ้าคุณพ่อยังไม่หยุดเล่นละครปาหี่เรื่อง 'ผู้สืบทอดวิชาอาคม' ผมว่าเราคงต้องคุยกันผ่านทนายความแทนการดวลฝ่ามือมหาอุตม์นะครับ"
ก้องกิดาการขยับแว่นสายตาพลางพิมพ์โค้ดลงบนหน้าจอแมคบุ๊กด้วยความเร็วสูง เสียงคีย์บอร์ดดังรัวเป็นจังหวะเหมือนกระสุนปืนกล ในขณะที่ตรงหน้าเขากลับเป็นโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่าที่มีกลิ่นธูปอบอวลจนน่าเวียนหัว ชายวัยกลางคนในชุดม่อฮ่อมที่ยืนอยู่ตรงข้ามเขาถึงกับกำหมัดแน่น เส้นเลือดบนขมับปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด
"ไอ้ลูกทรพี! มึงรู้ไหมว่าผ้ายันต์ผืนนี้ราคากี่ล้าน... เอ็งเอาไปทำอะไรน่ะ!" พ่อของก้องคำราม เมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังใช้คัตเตอร์กรีดผ้ายันต์ตระกูลเก่าแก่ที่ตกทอดมาหลายชั่วอายุคน แล้วบรรจงวางชิปเซนเซอร์ขนาดจิ๋วลงไปบนตำแหน่งจารึกอักขระขอมโบราณ
"เปลี่ยนจากเวทมนตร์เป็น IoT ไงครับพ่อ" ก้องตอบเรียบๆ โดยไม่เงยหน้ามอง "ถ้าพ่อจะให้ผมสืบทอดสำนักนี้ สิ่งที่ผมจะทำไม่ใช่การนั่งท่องคาถาไล่ผีแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นการสร้างระบบคลาวด์ที่ระบุพิกัดไอพีของวิญญาณ และติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า... มันดูเป็นมืออาชีพกว่าการพ่นน้ำมนต์เปียกๆ ใส่ลูกค้าเยอะเลยว่าไหมครับ?"
พ่อของก้องทรุดลงกับเก้าอี้ด้วยความช็อก ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวเหยียด "แกมันบ้า... ไอ้ก้อง แกมันเสียสติไปแล้ว"
นั่นคือคำพูดสุดท้ายก่อนที่พ่อจะจากไป—ไม่ใช่ตาย แต่วางพินัยกรรมทิ้งไว้ให้ก้องดูแล 'สำนักปราบผีหิรัญญะ' ซึ่งตอนนี้กลายเป็นตึกแถวโทรมๆ กลางกรุงที่เต็มไปด้วยกลิ่นความชื้นและฝุ่นละออง
ก้องทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทำงานของพ่อ พลางถอนหายใจยาว ในหัวของเขามีแต่เรื่องการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ แต่แล้วหน้าจอแล็ปท็อปที่เขาวางทิ้งไว้บนโต๊ะก็กระพริบถี่ๆ ก่อนจะปรากฏร่างโปร่งแสงของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวซีด เธอคือ 'มิลิน' วิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในฮาร์ดไดรฟ์ของเขาตั้งแต่วันที่เธอถูกฆาตกรรมผ่านระบบออนไลน์
"ก้อง... ระบบที่แกกำลังเขียนอยู่มันมีช่องโหว่" มิลินพูดขึ้น เสียงของเธอเย็นเยียบเหมือนลมพัดผ่านห้องแช่แข็ง "ฉันตรวจเจอสัญญาณแปลกปลอม มันไม่ใช่ผีธรรมดา แต่เป็น 'ไวรัสผี' ที่ถูกเขียนขึ้นด้วยโค้ดชุดเดียวกับที่ฆ่าฉัน"
ก้องชะงัก นิ้วที่กำลังพิมพ์โค้ดหยุดกึก "เธอแน่ใจนะมิลิน? ระบบป้องกันของฉันระดับทหารเลยนะ"
"นายลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนสอนฉันเรื่องรหัสผ่าน?" มิลินแสยะยิ้มที่ดูน่าขนลุก "ศิษย์พี่ของนาย... อาจารย์เพชร ไม่ได้แค่เล่นไสยศาสตร์ เขากำลังเชื่อมต่อโลกวิญญาณเข้ากับเซิร์ฟเวอร์หลักของประเทศ ถ้าเขาสั่งรันโปรแกรมสำเร็จ คนทั้งเมืองจะกลายเป็นร่างแหในการสะสมพลังงานให้เขา!"
ก้องขมวดคิ้ว เขาหยิบเหรียญโบราณที่สลักวงจรไฟฟ้าขนาดจิ๋วขึ้นมาพิจารณา นี่คืออุปกรณ์ต้นแบบที่เขาตั้งใจจะใช้ปราบผีโดยไม่ต้องเหนื่อยแรง แต่ดูเหมือนว่าโลกที่เขากำลังก้าวเข้าไปนั้นจะลึกเกินกว่าเรื่องของตรรกะและเหตุผล
"งั้นเราต้องลองของกันหน่อย" ก้องกดปุ่ม 'Enter' บนคีย์บอร์ด แสงสีฟ้าจากตัวเครื่องรางที่เขาดัดแปลงเริ่มสว่างวาบขึ้น มันเชื่อมต่อกับไวไฟในตึกทันที เสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากลำโพงที่วางอยู่มุมห้อง แต่มันไม่ใช่เสียงจากไฟล์เสียง มันเป็นเสียงที่ส่งตรงมาจากอีกมิติหนึ่ง
ทว่าในจังหวะที่ระบบกำลังรันเต็มกำลัง ประตูบานใหญ่ของสำนักที่ถูกปิดตายกลับเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทเนี้ยบกริบที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางสุขุม เขาคือ 'อาจารย์เพชร' ศิษย์พี่ผู้หันหลังให้ความดีเพื่อแลกกับอำนาจดิจิทัล
"ยินดีด้วยนะก้อง... แกทำให้ 'ของเล่น' ชิ้นนี้ใช้งานได้จริงสักที" อาจารย์เพชรยิ้มมุมปาก มือของเขาถือแท็บเล็ตที่ฉายภาพโฮโลแกรมของยันต์อักขระที่กำลังหมุนวนเป็นรหัสไบนารี "แต่ขอบใจนะที่แกช่วยปลดล็อกพาสเวิร์ดชั้นสุดท้ายให้ฉัน... เพราะจากวินาทีนี้ไป ฐานข้อมูลวิญญาณทั้งประเทศ จะกลายเป็นสมบัติของฉันเพียงผู้เดียว"
ฉับพลันนั้น ลำโพงทุกตัวในสำนักก็ระเบิดออกพร้อมกัน หน้าจอทุกเครื่องขึ้นคำสั่ง ERROR สีแดงฉาน ก้องมองเห็นมิลินเริ่มบิดเบี้ยวและสลายตัวกลายเป็นเศษพิกเซลที่กระจัดกระจายอยู่ในอากาศ ในขณะที่อาจารย์เพชรค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมกับเงาสีดำขนาดมหึมาที่โผล่พ้นออกมาจากหลังของเขา
"แกไม่ได้แค่ปลดล็อกฐานข้อมูลหรอกก้อง... แกเพิ่งจะเปิดประตูสวรรค์ให้กับกองทัพผีของฉันต่างหาก"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในโลกแห่งเทคโนโลยีและไสยศาสตร์ครั้งนี้นะครับ
สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 1
สำนักผีพัง พลังสมาร์ทโฟน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!