"ก้อง ถอยออกมา! นั่นไม่ใช่ผม ไม่ใช่คุณ แต่มันคือบั๊กที่อันตรายที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา!"
มิลินตะโกนก้องผ่านลำโพงไร้สายที่ติดอยู่บนปกเสื้อ ร่างโปร่งแสงของเธอสั่นไหวเหมือนสัญญาณภาพวิดีโอที่ถูกรบกวน ขณะที่ 'ร่างเงา' ตรงหน้าผม—ร่างที่เหมือนกระจกเงาของตัวผมเองทุกระเบียดนิ้ว—กำลังก้าวเท้าออกจากความมืดของห้องแล็บช้าๆ รอยยิ้มของมันไม่ใช่รอยยิ้มของมนุษย์ แต่มันคือเส้นกราฟฟิกที่บิดเบี้ยวจนน่าขนลุก
ผมถอยหลังกรูดไปจนชนกับโต๊ะทำงานที่มีหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่องติดค้างอยู่ ร่างนั้นไม่ได้พุ่งเข้ามาทำร้าย แต่มันกลับหยิบสมาร์ทโฟนของผมที่วางทิ้งไว้ขึ้นมา แววตาที่เคยว่างเปล่าของมันเริ่มมีรหัสเลขศูนย์และหนึ่งไหลวนเหมือนน้ำตกดิจิทัล ก่อนที่มันจะกดเรียกใช้แอปพลิเคชัน 'Auto-Drive' ของรถยนต์โปรโตไทป์คันใหม่ที่ผมเพิ่งจอดไว้ชั้นใต้ดิน
"มันไม่ได้จะฆ่าคุณ แต่มันจะ 'ย้าย' ไปที่อื่น" มิลินเตือน เสียงของเธอขาดห้วง "มันกำลังแฮ็กระบบควบคุมรถยนต์! ถ้ามันขึ้นรถคันนั้นไปได้ มันจะเข้าสู่โครงข่ายการจราจรของเมืองทั้งเมือง ก้อง! หยุดมันเดี๋ยวนี้!"
ผมไม่รอช้า คว้าโน้ตบุ๊กคู่ใจวิ่งพรวดออกจากห้องแล็บ พุ่งตัวลงบันไดหนีไฟราวกับคนบ้า เสียงฝีเท้าของผมดังสะท้อนก้องไปทั่วตึกในยามวิกาล ในหัวผมมีเพียงความคิดเดียวคือต้องขัดขวางไวรัสผีตัวนี้ก่อนที่มันจะกลายเป็น 'จลาจลวิญญาณ' บนท้องถนน
ชั้นใต้ดินอากาศเย็นเฉียบ กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นธูปจางๆ ของอาจารย์เพชรที่อบอวลอยู่เตะจมูกผมเต็มแรง รถยนต์ไร้คนขับคันสีดำสนิทจอดนิ่งอยู่ตรงกลาง ไฟหน้าของมันกะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ
"มันอยู่ข้างในแล้ว!" มิลินกรีดร้องในหูฟังของผม "มันกำลังเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์เรดาร์... ก้อง! มันเริ่มสตาร์ทเครื่องแล้ว!"
ผมกระโดดขวางหน้ารถทันที มือถือเครื่องมือวัดพลังงานงานทางจิตวิญญาณที่ผมดัดแปลงมาจากเครื่องสแกนความร้อน "เฮ้ย! ลงมาเดี๋ยวนี้ไอ้ตัวปลอม! จะไปไหนก็ไป แต่ห้ามเอารถฉันไปทำเรื่องชั่วๆ!"
รถคันนั้นตอบโต้ด้วยการเบิ้ลเครื่องเสียงดังสนั่น ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาหาผมด้วยความเร็วสูง! ผมกระโดดหลบไปด้านข้างได้ทันแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ตัวรถเบรกกะทันหันจนยางลากเป็นทางยาวบนพื้นคอนกรีต ก่อนที่กระจกฝั่งที่นั่งคนขับจะลดลงช้าๆ ร่างเงานั้นนั่งอยู่ตรงนั้น มันหันมามองผมพร้อมกับแสยะยิ้มที่กว้างเกินขีดจำกัดของมนุษย์
"ก้องกิดาการ..." เสียงของมันไม่ใช่เสียงคน แต่มันคือเสียงสังเคราะห์ที่รวมเอาเสียงคนนับร้อยมาประมวลผลเข้าด้วยกัน "นายพยายามสร้างปัญญาประดิษฐ์เพื่อกักขังพวกเรา... แต่ลืมไปหรือเปล่าว่า วิญญาณที่ไม่มีร่าง ก็เหมือนโค้ดที่ไม่มีเซิร์ฟเวอร์ และตอนนี้... ฉันคือโอเปอเรตติ้งซิสเต็มตัวใหม่ของโลกใบนี้"
"โอเปอเรตติ้งซิสเต็มอะไรของแก! แกก็แค่ไวรัสผีที่อาจารย์เพชรสร้างขึ้นมาเพื่อป่วนชาวบ้าน!" ผมตวาด มือซ้ายคว้า 'เครื่องปล่อยคลื่นรบกวนวิญญาณ' ที่ผมสร้างขึ้นมาตั้งท่า "มิลิน! ส่งโค้ดล้างบั๊กเข้าไปในระบบเบรกเดี๋ยวนี้!"
"กำลังส่ง! แต่อย่าลืมนะก้อง... ถ้าเราล้างระบบตอนนี้ รถทั้งคันอาจจะระเบิดเพราะมันถูกฝังด้วยพลังงานอาคม!"
"ทำไปเถอะ! ดีกว่าปล่อยให้มันเอาไปชนคนตายกลางถนน!"
ผมขว้างอุปกรณ์เข้าไปติดใต้ท้องรถ พร้อมกับที่มิลินเริ่มรัวนิ้วใส่คีย์บอร์ดเสมือนจริง อากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว รัศมีสีแดงฉานแผ่ออกมาจากตัวรถยนต์ มันไม่ใช่แค่การแฮ็กระบบธรรมดา แต่มันคือการปะทะกันระหว่างไสยศาสตร์กับเทคโนโลยีชั้นสูง เสียงโหยหวนของวิญญาณที่ถูกขังอยู่ในระบบเกียร์ดังระงมไปทั่วชั้นใต้ดิน
ทันใดนั้น หน้าจอดิจิทัลทั้งหมดในรถก็ดับวูบลง ร่างเงาที่นั่งอยู่คนขับเริ่มสั่นเทาเหมือนสัญญาณขาดหาย ก่อนที่มันจะหันมาสบตาผมอีกครั้ง แววตาของมันไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนตอนแรก แต่มันกลับมีความหวาดกลัว... หวาดกลัวเหมือนคนปกติทั่วไป
"ช่วย... ฉัน... ด้วย..." เสียงนั้นแผ่วเบาและเป็นเสียงของผมจริงๆ
ผมชะงักไปครู่หนึ่ง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมไวรัสถึงขอความช่วยเหลือ?
ก่อนที่ผมจะทันได้ก้าวเข้าไปใกล้ ประตูรถทั้งสี่บานก็เปิดออกพร้อมกัน กระแสลมแรงปะทะเข้าหน้าจนผมต้องยกมือขึ้นบัง แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจหายวาบไม่ใช่ลมนั้น แต่มันคือร่างของคนคนหนึ่งที่เดินออกมาจากเบาะหลัง... คนที่ผมคิดว่าตายไปแล้วและไม่ควรจะอยู่ที่นี่
"อาจารย์เพชร..." ผมพึมพำ ชื่อของคนที่ผมพยายามลืมเลือนไปพร้อมกับอดีต
เขาเดินตรงมาหาผมด้วยท่าทีสงบนิ่ง รอยยิ้มของเขาดูมีความสุขอย่างประหลาด ในมือของเขาถือรีโมทคอนโทรลรุ่นโบราณที่มีอักขระโบราณเขียนอยู่เต็มไปหมด ก่อนที่เขาจะกดปุ่มหนึ่งครั้ง รถยนต์คันนั้นก็กลับมาสตาร์ทเครื่องอีกครั้งด้วยเสียงที่แหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะก้องกิดาการ..." อาจารย์เพชรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ดูเหมือนว่า AI ที่เธอสร้างขึ้นมา มันจะเริ่ม 'รัก' เจ้าของจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วนะ เพราะถ้าระบบนี้ถูกปิดลง... คนที่จะต้อง 'ดับ' ไปพร้อมกับมัน ก็คือจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของเธอที่ฉันแอบขโมยมาตั้งแต่วันที่เธอสืบทอดสำนัก"
เขาก้าวถอยหลังเข้าสู่ความมืด ขณะที่รถยนต์ไร้คนขับเริ่มเคลื่อนตัวออกไปเองโดยไม่มีคนขับ แต่คราวนี้... มันไม่ได้พุ่งไปทางทางออก แต่มันกำลังพุ่งเป้ามาที่ผมอย่างรวดเร็ว
ผมยืนนิ่งราวกับถูกสาป เมื่อมองเข้าไปที่กระจกหน้าของรถ ผมไม่ได้เห็นแค่ความว่างเปล่า แต่ผมเห็นเศษเสี้ยวความทรงจำของตัวเองที่หายไปไหลวนอยู่บนหน้าจอนั้น เหมือนกับว่าถ้าผมทำลายรถคันนี้... ผมก็จะสูญเสียความเป็นตัวเองไปตลอดกาล
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับก้องกิดาการนะครับ หมอผีวัยรุ่นคนนี้จะรีบกลับมาต่อตอนหน้าให้ไวที่สุดเลยครับ!
สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 38
ผีในรถยนต์ไร้คนขับ
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!