คราบกาแฟที่แห้งกรังติดอยู่บนขอบแก้วเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะทำงานของอลิซ คือหลักฐานชั้นดีของความล้มเหลวในการจัดระเบียบชีวิตที่เธอไม่เคยต้องเผชิญมาก่อน
หญิงสาวในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบขยับเนคไทที่ดูจะแน่นผิดปกติ เธอพยายามดึงมันออก แต่กลับกลายเป็นว่ามันพันยุ่งเหยิงกว่าเดิม อลิซสบถเบาๆ ในลำคอ สายตาตวัดมองไปยังตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินที่ว่างเปล่าผิดปกติ เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ควรจะถูกรีดจนเรียบกริบและแขวนเรียงตามโทนสี กลับถูกแขวนรวมกันอย่างสะเปะสะปะจนดูน่าเวียนหัว
“นารา...”
เธอเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาโดยไม่ตั้งตัว ก่อนจะชะงักและขบกรามแน่น เมื่อความเงียบงันภายในเพนต์เฮาส์หรูที่เคยมีเพียงเสียงกระซิบอันอ่อนโยนของอดีตคนรักเป็นเพื่อนแก้เหงา บัดนี้เหลือเพียงเสียงลมหายใจของเธอเองที่ดังจนน่ารำคาญ
อลิซทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง พลางกวาดสายตามองเอกสารงานกองมหึมาที่ไม่มีใครช่วยคัดกรองหรือจัดการตารางเวลาที่เละเทะไปหมด เธอไม่เคยรู้เลยว่า การที่นาราเคยหยิบยื่นกาแฟร้อนๆ มาวางข้างมือตอนเจ็ดโมงเช้าทุกวัน หรือการที่ชุดทำงานถูกจัดวางไว้พร้อมเครื่องประดับที่เข้าชุดกันนั้น ไม่ใช่หน้าที่... แต่มันคือการ "ดูแล" ที่เธอเคยมองข้ามมาตลอด
นาราหายไปจากชีวิตของเธอสามเดือนแล้ว
ไม่ใช่การหายไปแบบไร้ร่องรอย แต่เป็นการหายไปในแบบที่อลิซ 'เข้าไม่ถึง' อีกต่อไป หญิงสาวผู้ที่เคยยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเดินตามหลังเธอ กลายเป็นสถาปนิกสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและแววตาที่เยือกเย็นเกินกว่าจะจดจำความหลัง
*กริ๊ง...*
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานสั่นเตือน อลิซรีบคว้าขึ้นมาดูด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ทว่าหน้าจอแสดงเพียงชื่อเลขาฯ คนใหม่ที่รายงานเรื่องการประชุมบอร์ดบริหารในอีกสิบนาทีข้างหน้า
“น่ารำคาญจริง!” เธอโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะเดินตรงไปยังตู้กระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพหญิงสาวที่ดูสง่างามแต่ไร้ชีวิตชีวา อลิซจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เคยมีนาราอยู่เต็มหัวใจ แต่ตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยความกระหายที่จะช่วงชิงสิ่งที่เป็นของเธอคืนมา
เธอหยิบเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งขึ้นมา มันเป็นตัวที่นาราเคยซื้อให้เมื่อหลายปีก่อน เนื้อผ้าสัมผัสถึงความทรงจำที่แตกสลาย อลิซหลับตาลง ภาพที่นาราเคยบรรจงติดกระดุมให้เธอด้วยความทะนุถนอมฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ ความรู้สึกผิดที่เคยเป็นเพียงจุดเล็กๆ เริ่มขยายตัวกัดกินใจราวกับมะเร็งร้าย
"เธอคิดว่าการหนีไปทำงานที่นั่น จะทำให้ลืมฉันได้จริงๆ เหรอคะนารา..." อลิซพึมพำกับเงาตัวเอง น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธปนโหยหา "ฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอกลายเป็นของคนอื่น ถึงแม้จะต้องพังทลายทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาใหม่ก็ตาม"
อลิซเดินไปยังหน้าต่างบานสูงที่มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองใหญ่ เธอเห็นรถคันคุ้นตาจอดอยู่ด้านล่างหน้าบริษัทสถาปนิกที่นาราทำงานอยู่ ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดเริ่มขาดผึง เธอหยิบกุญแจรถ เดินดุ่มออกจากห้องโดยไม่สนใจตารางงานที่เหลืออยู่ ความเย็นชาของเธอในวันนี้ไม่ใช่เพราะเธอไม่รัก แต่เพราะเธอรักจนบิดเบี้ยวไปหมดแล้ว
เมื่อมาถึงหน้าสำนักงานของนารา อลิซยืนหลบมุมอยู่หลังเสาต้นใหญ่ สายตาจับจ้องไปที่ประตูทางเข้า หญิงสาวร่างเพรียวในชุดทำงานสีเบจก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่อลิซไม่เคยได้รับมานาน... รอยยิ้มที่ส่งให้ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่เดินเคียงข้างกันมา
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้หัวใจของอลิซหยุดเต้น
นาราไม่ได้เดินมาคนเดียว ในมือของเธอจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยวัยประมาณสองขวบที่กำลังหัวเราะร่าเริงกับตุ๊กตาในมือ เด็กน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยดวงตากลมโตสีนิลที่ถอดแบบมาจากใครบางคน... ดวงตาที่อลิซเห็นในกระจกทุกเช้า
โลกทั้งใบของอลิซหยุดหมุนลงตรงนั้น
ความหงุดหงิดเรื่องเสื้อผ้า หรือตารางเวลาที่เคยเป็นปัญหาใหญ่กลายเป็นเรื่องไร้สาระไปในทันที เมื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือหลักฐานของชีวิตที่นาราแอบซ่อนไว้... ชีวิตที่อาจจะไม่ได้มีเพียงแค่นาราเพียงลำพัง
อลิซก้าวเท้าออกมาจากเงามืดโดยไม่รู้ตัว มือของเธอสั่นระริกขณะที่สายตาไม่อาจละไปจากใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นได้
นาราชะงักฝีเท้าลงทันทีที่เห็นร่างที่คุ้นเคย แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความว่างเปล่าเย็นชาในวินาทีเดียว หญิงสาวร่างแกร่งดึงลูกน้อยเข้ามากอดไว้ข้างหลังราวกับต้องการปกป้องจากอันตรายที่เดินเข้ามาใกล้
"คุณมาทำอะไรที่นี่... อลิซ" นาราเอ่ยถาม น้ำเสียงนิ่งเรียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
อลิซมองผ่านไหล่ของนาราไปยังเด็กน้อยที่จ้องมองเธอกลับด้วยแววตาสงสัย หัวใจของอลิซแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นสร้อยข้อมือที่เด็กน้อยสวมอยู่... มันคือสร้อยจี้รูปดอกเดซี่แบบเดียวกันกับที่เธอเคยทำหายไปเมื่อสองปีก่อน
"เด็กคนนี้..." อลิซเค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก ลมหายใจสะดุดติดขัด "ลูกของใคร... นารา?"
นาราไม่ตอบ แต่กลับยกยิ้มที่มุมปากอย่างสมเพช ก่อนจะหันหลังกลับเตรียมพาเด็กน้อยเดินจากไปทิ้งให้คำถามของอลิซแขวนค้างอยู่ในอากาศที่เริ่มหนาวเหน็บ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดในตอนที่สามนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้ดอกเดซี่ริมทางคนนี้ต่อไปจนถึงตอนจบค่ะ
นับถอยหลังวันเลิกรัก กับคนเคยรักที่ไม่รู้จักกัน•ตอนที่ 3
ระยะห่างที่สร้างความไม่คุ้นชิน
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นับถอยหลังวันเลิกรัก กับคนเคยรักที่ไม่รู้จักกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
