หมากรุกกระดานหยก กับรอยจารึกแห่งวังหลวง•ตอนที่ 2

หมากตาแรกแห่งความสงสัย

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
“ใต้เท้าเซียวกล่าวหาว่ากองเสบียงมณฑลใต้รั่วไหลเพราะการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนภาษีที่ผิดพลาดของข้าพเจ้า... ช่างเป็นมุมมองที่คับแคบและไร้เดียงสาเสียจริงสำหรับบัณฑิตผู้ท่องตำรามาครึ่งชีวิต” เสียงทุ้มกังวานแต่เย็นเยียบของฉินซูเหยา ดังแทรกขึ้นกลางท้องพระโรงกว้างที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันหดคอถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อเห็นประกายตาวาวโรจน์ที่ซ่อนอยู่หลังม่านพู่ไข่มุก นางก้าวออกมาจากแถวข้าราชการฝ่ายวิชาการด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง อาภรณ์สีครามเข้มปักลายเมฆาขอบดิ้นเงินสะท้อนกับแสงคบเพลิงที่ทอดยาวจากเสามังกร นางมิได้ก้มหน้าหลบสายตาผู้ใด ตรงกันข้าม... แววตาคู่นั้นกลับจ้องตรงไปยังบุรุษผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทีเย่อหยิ่งในกรอบระเบียบ เซียวจิ่งเหยียน ราชครูหนุ่มผู้มีชื่อเสียงเรื่องความเฉียบขาดและยึดมั่นในกฎหมายบ้านเมืองราวกับเหล็กกล้า ปรายตามองกุนซือหญิงผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์เพทุบาย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา—มิใช่รอยยิ้มแห่งไมตรีจิต หากแต่เป็นความเย้ยหยันอันเงียบงัน “ใต้เท้าฉินลืมไปแล้วกระมัง ว่าการคำนวณตัวเลขในท้องพระโรงแห่งนี้ มิใช่การเล่นหมากกระดานที่ท่านจะยอมเสียเบี้ยเพื่อกินเรือ” เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ “ความผิดพลาดร้อยตำลึงทองในบัญชี อาจหมายถึงทหารสามนายที่ต้องอดตายในสนามรบ ความไร้เดียงสาที่ท่านว่า... ข้าเกรงว่าจะเทียบไม่ได้กับความไร้หัวใจของผู้ที่นั่งนับเงินบนคราบน้ำตาของราษฎร” เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่ขุนนาง การปะทะคารมระหว่าง "มีดคมแห่งกองคลัง" อย่างฉินซูเหยา และ "โล่เหล็กแห่งราชสำนัก" อย่างเซียวจิ่งเหยียน มักเป็นมหรสพอันตรายที่ไม่มีใครกล้าสอดปาก แต่ในยามนี้ ทุกสายตากลับจดจ้องไปยังการเชือดเฉือนที่เดิมพันด้วยอำนาจและอุดมการณ์ ซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเบาราวกับเสียงเกล็ดน้ำแข็งกระทบกัน แต่มันกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาวเยือกยิ่งกว่าเดิม นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของชาไป๋ฮ่าวอิ่นเจินลอยแตะจมูก ทว่ามันกลับเจือด้วยความตึงเครียดที่สัมผัสได้ “ท่านราชครูผู้ทรงคุณธรรม ท่านมองเห็นแต่ตัวเลขบนกระดาษ แต่เคยใช้สมองอันปราดเปรื่องของท่านคิดดูบ้างหรือไม่ว่า เหตุใดเสบียงจึงรั่วไหลในเส้นทางที่ท่านเป็นคนอนุมัติเองกับมือ?” นิ้วเรียวยาวใต้แขนเสื้อกว้างยกขึ้นชี้ตรงไปยังร่างสูงใหญ่ “หากปราศจากการฮั้วประมูลของพ่อค้าคนกลางที่ใต้เท้าอุปถัมภ์ไว้ บัญชีของข้าพเจ้าคงไม่ต้องปวดหัวกับการอุดรอยรั่วที่ท่านขุดไว้กลบเกลื่อนความไร้ความสามารถของตนเอง!” เซียวจิ่งเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงสง่า เขาก้าวเข้ามาประชิดจนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว ความสูงของเขาทำให้นางต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตา และในวินาทีนั้นเอง... เขาก็โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “ท่านกล้าหาญมาก... ฉินซูเหยา ที่กล้าดึงดันเล่นเกมนี้กับข้า แต่ระวังตัวไว้ให้ดี หมากตาต่อไปที่ท่านกำลังเดินอยู่อาจเป็นก้าวสุดท้ายในชีวิตของท่าน” “ข้าไม่เคยกลัวความตาย ใต้เท้าเซียว...” ซูเหยาสวนกลับทันควันโดยไม่กะพริบตา แววตาของนางฉายประกายท้าทายที่ดึงดูดใจและอันตรายในคราวเดียวกัน “สิ่งที่ข้ากลัว มีเพียงอย่างเดียว... คือการปล่อยให้บ้านเมืองนี้ตกอยู่ในมือของคนตาบอดที่คิดว่าตัวเองถือธรรมะ” ก่อนที่เซียวจิ่งเหยียนจะทันได้ตอบโต้ เสียงกง공 (ขันที) เฒ่าก็ขานรับการเสด็จของฮ่องเต้ ทว่าความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่มิได้คลี่คลายลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทวีความเข้มข้นจนแทบจะจุดประกายไฟได้ เพียงแต่ในจังหวะที่ซูเหยาหมุนตัวกลับไปยังตำแหน่งเดิม สายตาของนางเหลือบไปเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่ขอบโต๊ะทรงพระอักษรของมหาเสนาบดีฝั่งตรงข้าม มันคือเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ถูกฉีกขาดและซ่อนไว้ใต้แท่นหมึก... ลวดลายบนกระดาษแผ่นนั้นมิใช่กระดาษราชการทั่วไป หากแต่เป็นตราประทับลับของ "กองกำลังลับตระกูลหลี่" ที่ควรจะสูญสลายไปตั้งแต่เหตุการณ์กบฏเมื่อสิบปีก่อนแล้ว! หัวใจของซูเหยาเต้นกระหน่ำด้วยความตกใจ นางเหลือบมองไปยังเซียวจิ่งเหยียนที่ยืนอยู่ข้างกาย และพบว่าสายตาคมกริบของเขาก็พุ่งตรงไปยังจุดเดียวกันนั้นพอดี... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหมากตานี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานหยก กับรอยจารึกแห่งวังหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%