เสียงกระแทกของประตูรถกระบะคันเก่าที่จอดสนิทอยู่หน้าบ้านพักสวนส้มของรินรดา ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของหญิงสาว ราวกับเสียงระฆังเตือนภัยจากขุมนรกที่เธอเคยวิ่งหนีมาตลอดชีวิต ดวงตากลมโตไหวระริกยามกวาดมองผ่านกระจกหน้าต่างบานใส ออกไปยังเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงอยู่ข้างรั้วไม้ไผ่—เงาร่างที่เธอจดจำได้แม่นยำแม้ในความมืดมิด
*ไอ้สารเลว... มันกล้าตามมาถึงที่นี่ได้ยังไง...*
หัวใจของรินรดาเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ความเย็นเฉียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงต้นคอ ในมือของเธอกำกรรไกรตัดแต่งกิ่งสแตนเลสแน่นเสียจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ภาพความทรงจำอันเลวร้ายที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้ผืนดินอุดมสมบูรณ์และกลิ่นหอมหวานของส้มสายน้ำผึ้งกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำมือของคนที่เธอเกลียดชังที่สุดในโลก
กริ๊ง! เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะไม้ทื่อๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน รินรดาสะดุ้งเฮือก ลมหายใจสะดุดติดขัด เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปรับสายด้วยมือที่สั่นเทา
"ริน..." เสียงทุ้มนุ่มของกวินลอดผ่านลำโพงเข้ามา แม้จะเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานในไร่ออร์แกนิกของเขาเอง แต่ความอบอุ่นในน้ำเสียงนั้นก็ยังคงชัดเจน "ระบบน้ำในแปลง C มีปัญหานิดหน่อย แรงดันมันตกแปลกๆ... คุณพอจะเช็คมาตรวัดฝั่งบ้านคุณให้หน่อยได้ไหมคะ ช่วงนี้ฝนไม่ตกเลย ดินเริ่มแห้งขەดแล้วนะ"
คำพูดของกวินดึงสติของรินรดากลับมาสู่โลกแห่งความจริง ความแห้งแล้งไม่ใช่แค่เรื่องของสภาพอากาศอีกต่อไป แต่มันคือความเป็นความตายของผลผลิตนับร้อยชีวิตที่เธอฟูมฟักมาด้วยหยาดเหงื่อ
"ค่ะ... กวิน เดี๋ยวรินไปดูให้เดี๋ยวนี้ค่ะ" รินรดาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะวางสายแล้วรีบสาวเท้าเดินไปที่หลังบ้านเพื่อตรวจสอบระบบน้ำหยดของตนเอง
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูหลังบ้าน กลิ่นไอความร้อนของดินระอุเข้าปะทะใบหน้า ทัศนียภาพเบื้องหน้าช่างน่าใจหาย สวนส้มที่เคยเขียวชอุ่มและเต็มไปด้วยผลผลิตสีส้มสดใส บัดนี้ใบเริ่มห่อตัวลู่ลงอย่างน่าเวทนา ดินสีดำสนิทที่เคยชุ่มชื้นกลับแตกระแหงเป็นรอยแยกราวกับริมฝีปากที่กระหายน้ำ เมื่อรินรดาก้มลงเปิดวาล์วหลัก เสียงที่ดังออกมาไม่ใช่สายน้ำไหลพรั่งพรูอย่างเคย หากแต่เป็นเสียงลมฟู่ฟ่าและหยดน้ำกระเซ็นที่แสนจะแห้งแล้ง
"ให้ตายสิ..." หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้นตันใจ ปัญหาเรื่องภัยแล้งกำลังคุกคามสวนของเธออย่างหนักหน่วง ราวกับธรรมชาติกำลังซ้ำเติมความอ่อนแอในจิตใจของเธอในยามที่เปราะบางที่สุด
ในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ประแจขันข้อต่อท่อพีวีซีที่แห้งกรอบด้วยความพยายามอันน้อยนิด เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นใกล้ ๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของกวินที่ก้าวเข้ามาประชิดด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มกวาดมองสถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดที่ใบซีดเผือดและดวงตาที่แดงก่ำของหญิงสาว
"ริน เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?" กวินย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเคียงข้างเธอ มือหนายื่นเข้ามาสัมผัสหลังมือบางที่กำลังสั่นเทาแผ่วเบา "มือเย็นเฉียบเลย... เกิดอะไรขึ้นคะ บอกกวินได้ไหม"
สัมผัสที่อบอุ่นและสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริงนั้นเกือบจะพังทลายกำแพงความเข้มแข็งปลอมๆ ที่รินรดาสร้างขึ้นมา เธอนิ่งงัน มองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรในยามที่เธอเผชิญมรสุมชีวิต
"กวินคะ..." รินรดาเอ่ยเสียงเครือ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง "น้ำ... น้ำในบ่อบาดาลของเรากำลังจะหมดจริงๆ แล้วใช่ไหมคะ แล้วไหนจะ... เรื่องนั้น..."
"เรื่องอะไรคะ?" กวินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นทันทีเมื่อเห็นท่าทีหวาดผวาของหญิงสาว
ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากสารภาพเรื่องเงาร่างปริศนาที่เธอเห็นเมื่อครู่ เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากมุมมืดใต้ร่มเงาของต้นส้มใหญ่ริมรั้ว... *แปะ... แปะ... แปะ...*
ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองตามต้นเสียงทันที ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มยับยี่ยี่ ก้าวออกมาจากเงาไม้ ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจ
"เก่งนี่... หนีมาซ่อนตัวอยู่ในสวนกันดารแบบนี้ ตั้งบริษัทบังหน้า ทำตัวเป็นเกษตรกรสาวใสซื่อ..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ "แต่เธอก็น่าจะรู้ดีนะรินรดา ว่าต่อให้เธอหนีไปสุดขอบโลก หรือต่อให้สวนนี่จะแห้งตายจนกลายเป็นทะเลทราย... เธอก็ไม่มีวันหนี 'อดีต' พ้นหรอก"
กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณความเป็นนักปกป้องพุ่งพล่าน ร่างกายกำยำก้าวเข้าไปขวางกั้นระหว่างรินรดากับชายแปลกหน้าคนนั้นทันที สายตาของเชฟหนุ่มคมปลาบและดุดันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"คุณเป็นใคร? และเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลได้อย่างไร? เชิญออกไปจากที่นี่ทันทีก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจ" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังและเย็นชา
ชายคนนั้นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน สายตาคมกริบมองเลยไหล่กว้างของกวินไปสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของรินรดาที่หลบอยู่ด้านหลัง
"ตำรวจเหรอ? หึ... ลองถามคุณรินรดาดูสิครับ ว่าเธอกล้าให้ตำรวจเข้ามาเหยียบที่นี่จริง ๆ หรือเปล่า..." ชายแปลกหน้าเว้นจังหวะรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนมุมปาก "เพราะสิ่งที่เธอขโมยมา... มันไม่ใช่แค่เงินบริษัท แต่มันคือ 'หลักฐาน' ชิ้นสำคัญที่จะทำให้คนบางคน... ติดคุกหัวโตไปตลอดชีวิต!"
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว่ำ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายชาวาบไปจนถึงขั้วหัวใจเมื่อความลับอันดำมืดกำลังถูกเปิดเผยต่อหน้าชายคนที่เธอรักและไว้ใจที่สุดในโลก...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและโอบกอดสวนส้มแห่งนี้มาด้วยกันเสมอนะคะ
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 44
ภัยแล้งคุกคาม
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!