“คุณกวิน... ตลับเหรียญนั่น คุณได้มาจากไหนคะ?”
คำถามของรินรดาดังแผ่วท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมห้องนั่งเล่น ความเงียบงันยาวนานจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเป็นจังหวะหนักๆ กวินไม่ได้ขยับตัว เขาเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับรูปสลักที่ถูกความมืดกลืนกิน ทว่าแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นเงาของสร้อยข้อมือที่เขยื้อนไหวเพียงเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของข้อมือเขา
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะเอ่ยคำใดออกไปดี ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
“มันเป็นของดูต่างหน้า... จากคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตครับ” เขาเว้นจังหวะ “แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจะเล่าเรื่องนี้หรอกนะริน เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปตลาดนัดชุมชนกันดีกว่า ที่นั่นมีสมุนไพรสดที่คุณกำลังตามหาอยู่พอดี”
การเบี่ยงเบนประเด็นของเขามันชัดเจนเสียจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกผลักให้ถอยหลัง แต่ก่อนที่เธอจะได้เค้นถามอะไรเพิ่ม กวินก็ถอยห่างออกไปทิ้งให้เธอเผชิญหน้ากับความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นราวกับพายุหมุนในใจเพียงลำพัง
***
เช้าวันรุ่งขึ้น ตลาดนัดชุมชนคึกคักไปด้วยสีสันของผลผลิตสดใหม่จากไร่ เสียงพูดคุยทักทายด้วยสำเนียงท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูมีชีวิตชีวาจนรินรดาเผลอลืมเรื่องตลับเหรียญเมื่อคืนไปชั่วขณะ
รินรดาสวมหมวกปีกกว้าง เดินตามหลังกวินที่ดูเหมือนจะเป็น 'คนดัง' ของที่นี่ ทุกแผงลอยที่เขาเดินผ่านจะต้องมีการยื่นส่งผักผลไม้ให้เขาชิม ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งกิมจูที่หวานกรอบหรือมะเขือเทศราชินีที่สีแดงสดราวกับอัญมณี
“ริน ลองชิมอันนี้ดูสิครับ” กวินยื่นแอปเปิ้ลเขียวชิ้นเล็กๆ ที่เขาเพิ่งหั่นสดๆ จากแผงป้าสมศรีให้เธอ “ป้าแกปลูกเอง ปลอดสารร้อยเปอร์เซ็นต์”
รินรดาหยิบชิ้นผลไม้ขึ้นมาเข้าปาก ความหวานอมเปรี้ยวที่แทรกซึมผ่านลิ้นทำให้เธออดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมา เสน่ห์ของที่นี่ไม่ใช่แค่ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ แต่มันคือแววตาของชาวบ้านที่ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ มันต่างจากงานกราฟิกดีไซน์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เธอเคยทำอย่างสิ้นเชิง... ที่นั่นมีเพียงความฉาบฉวย แต่ที่นี่ ทุกสิ่งมีรากเหง้าและเรื่องราว
“คุณดูมีความสุขเวลาอยู่ที่นี่นะคะ” รินรดาเอ่ยพลางมองกวินที่กำลังสาธิตวิธีเลือกแตงกวาให้คุณยายท่านหนึ่งดูอย่างใจเย็น
“เพราะมันคือความจริงมั้งครับ” กวินหันมาตอบ “เราไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งอะไรเลย แค่ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ปลูกและสิ่งที่ทำ ความสุขก็วิ่งเข้าหาเราเอง”
คำพูดนั้นทำเอารินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง เธอจ้องมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มข้างบ้านคนนี้อีกครั้ง เขาช่างเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ดูเหมือนจะโอบอุ้มทุกคนไว้ แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ดูเหมือนมีความลับที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของสร้อยข้อมือเส้นนั้น...
ทันใดนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสยาวสีครีมดูหรูหราผิดกับสถานที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา เธอคนนั้นไม่ได้เดินดูของ แต่สายตากลับจดจ้องมาที่กวินราวกับกำลังตามล่าหาความจริงบางอย่าง รินรดาเห็นกวินชะงักไป แววตาของเขาเปลี่ยนจากความอบอุ่นเป็นความเคร่งขรึมในชั่วพริบตา
“กวิน... ไม่เจอกันนานเลยนะ” หญิงสาวผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนบรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะลดอุณหภูมิลง “พ่อรอคุณอยู่ที่บ้านใหญ่มาหลายปีแล้ว คุณจะหนีความรับผิดชอบไปถึงเมื่อไหร่”
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ เธอหันไปมองกวินที่ตอนนี้ขากรรไกรเขม็ง แววตาของเขาที่เคยมองเธออย่างอ่อนโยน บัดนี้กลับดูว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด
“ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลนั้นอีก” กวินตอบเสียงต่ำ ก่อนจะคว้ามือรินรดาไว้แน่น “ไปกันเถอะริน เราไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”
เขากึ่งจูงกึ่งลากเธอออกมาจากฝูงชน แต่ก่อนจะเดินพ้นเขตตลาด รินรดาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวคนนั้นดึงรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือ มันเป็นรูปของกวินในวัยเด็กที่สวมจี้รูปเหรียญตราแบบเดียวกับที่เขาใส่ไม่มีผิดเพี้ยน!
ความจริงที่เธอกำลังจะได้สัมผัส มันกำลังจะพังทลายความสงบสุขในสวนส้มแห่งนี้ลง... หรือว่านี่คือบททดสอบที่ใหญ่ที่สุดที่เธอกำลังจะต้องเผชิญ?
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 11 กับสวนส้มปลายฟ้านะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับของกวินที่กำลังจะเปิดเผยในตอนถัดไปค่ะ!
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 11
ตลาดนัดวันหยุด
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!