"ถ้าคุณยังฝืนหมุนวาล์วนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มีแบบนั้น อีกสิบนาทีท่อตรงนี้คงได้แตกกระจายก่อนที่น้ำจะทันได้ไหลถึงแปลงผักสลัดแน่ค่ะ ริน"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่แตะลงบนข้อมือของฉัน กวินไม่ได้ออกแรงดึง แต่แรงกดเพียงเล็กน้อยนั้นก็มากพอที่จะทำให้ฉันหยุดชะงัก รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นดินหลังฝนตกผสมกับกลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องที่ติดตัวชายหนุ่มคนนี้มา ทำให้ความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดทั้งวันมลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกถึงกระดูก
"มันไม่ยอมมาค่ะกวิน รินเช็กดูสามรอบแล้ว วาล์วตัวหลักก็เปิด แต่ทำไมน้ำถึงไม่ยอมขึ้นไปถึงโซนบีสักที" ฉันพึมพำเสียงอ่อน มือข้างที่เปื้อนคราบดินเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากอย่างลืมตัว
กวินถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ขยับเข้ามาใกล้จนฉันรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างสูง เขาคุกเข่าลงข้างๆ ฉันที่นั่งแปะอยู่บนพื้นหญ้าข้างแปลงเพาะชำ แสงไฟจากสปอตไลท์ดวงเล็กที่เขาเพิ่งต่อพ่วงมาสว่างวาบไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นรอยเปื้อนสีดำบนใบหน้าของเขาที่ขัดกับรอยยิ้มมุมปากอย่างสิ้นเชิง
"งานวางระบบน้ำไม่ใช่แค่เรื่องของแรงดัน แต่มันคือเรื่องของจังหวะและการไหล" เขากล่าวพลางหยิบประแจปากตายขึ้นมาจดจ้องที่ข้อต่อทองเหลือง "คุณมัวแต่โฟกัสที่ปริมาณน้ำจนลืมไปว่าอากาศที่ค้างอยู่ในท่อคือตัวการสำคัญที่ขัดขวางทุกอย่าง ถ้าเราไม่ไล่มันออก แรงมหาศาลแค่ไหนก็ทำได้แค่นอนนิ่งอยู่ในสายยางนั่นแหละค่ะ"
นิ้วมือที่แข็งแรงและชำนาญของเขาขยับไปตามรอยต่ออย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางความเงียบสงัดของสวนส้มยามค่ำคืน มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและเสียงเหล็กกระทบกันเบาๆ เป็นระยะ ฉันนั่งมองแผ่นหลังที่กว้างขวางนั่น เขาดูเหมือนคนละคนกับเชฟหนุ่มผู้ประณีตในครัวเลยจริงๆ
"คุณควรไปพักนะคะกวิน นี่มันเกือบห้าทุ่มแล้ว พรุ่งนี้คุณยังมีงานที่ไร่ต้องดูแลอีก" ฉันเอ่ยปากขณะมองหยดเหงื่อที่ไหลผ่านกรอบหน้าคมสันของเขา
"ถ้าผมไม่ทำตอนนี้ พรุ่งนี้เช้าผักสลัดของคุณก็เหี่ยวเฉาหมดพอดี แล้ววันนั้นทั้งวันคุณก็จะนั่งมองมันด้วยความรู้สึกผิด ผมยอมเหนื่อยตอนดึกดีกว่าเห็นคุณร้องไห้ตอนสายหรอกค่ะ" เขาตอบโดยไม่หันมามอง แต่คำพูดนั้นกลับทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด แต่มันเป็นความเงียบที่มีรสชาติของความห่วงใยเจือปน ฉันขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด หยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดๆ ส่งให้เขา กวินหยุดมือลงชั่วขณะ สายตาของเราประสานกันในระยะที่ใกล้จนฉันได้กลิ่นกาแฟจางๆ จากลมหายใจของเขา
"ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้คะ?" ฉันถามออกไป คำถามที่ซ่อนอยู่ในใจมานานนับเดือน
กวินนิ่งไป เขาวางประแจลงช้าๆ พลางหันมามองฉันด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยายใดๆ "เพราะสวนแห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่ปลูกผักสำหรับผม แต่มันคือที่ที่รินเริ่มกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง ถ้าผมช่วยให้ลมหายใจนั้นอุ่นขึ้นได้บ้าง มันก็เป็นงานที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตของผมแล้วค่ะ"
ทันใดนั้น เสียง 'พรืด' ยาวๆ ดังขึ้นจากปลายท่อที่อยู่อีกฝั่ง ตามมาด้วยเสียงน้ำไหลซู่เข้าสู่ระบบอย่างเต็มกำลัง กวินรีบหันไปหมุนวาล์วปรับระดับให้นิ่ง น้ำเริ่มไหลกระจายไปทั่วแปลงผักผ่านหัวสปริงเกอร์อย่างสม่ำเสมอ เป็นภาพที่งดงามราวกับงานศิลปะที่มีชีวิต
เราทั้งคู่ถอนหายใจออกมาพร้อมกันด้วยความโล่งอก กวินขยับตัวจะลุกขึ้นยืน แต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่โคนต้นไม้ใหญ่ริมรั้ว ซึ่งเป็นจุดที่แสงไฟสปอตไลท์ส่องไปไม่ถึง เขาชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที
"ริน... อย่าเพิ่งขยับนะคะ" เขาพึมพำเสียงแผ่ว พลางเอื้อมมือมาคว้าไหล่ฉันไว้แน่นดวงตาคมกริบของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่เงามืดใต้พุ่มไม้ตรงนั้น พร้อมกับที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังย่ำผ่านใบไม้แห้งเข้ามาใกล้เรามากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เจ้าของฝีเท้านั้นไม่ได้คิดจะซ่อนตัวเลยแม้แต่น้อย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนท้าทายนี้ไปพร้อมกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - สวนส้มปลายฟ้า
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 26
กวินกับแผนกช่าง
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!