“ถ้าคุณยังยืนนิ่งเป็นเสาหินแบบนั้น รั้วบ้านเราก็คงจะพังลงมาทับสวนส้มจนหมดสวยเข้าจริงๆ นะคะ คุณรินรดา”
กวินไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ แต่ประโยคนั้นกลับมีอานุภาพมากพอที่จะดึงรินรดาออกจากภวังค์ความกังวลที่กำลังกัดกินใจเธออยู่ ชายหนุ่มโยนค้อนไม้ในมือขึ้นกลางอากาศแล้วคว้าไว้ได้อย่างแม่นยำ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเมื่อครู่มาเป็นความใจดีที่อบอุ่นราวกับแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านใบส้ม
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะขยับตัวออกจากมุมมืดของความคิดที่ยังติดค้างเรื่องจดหมายปริศนาฉบับนั้น เธอพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะยังเต้นไม่เป็นจังหวะนัก “ขอโทษทีค่ะ... รินแค่กำลังคิดว่าไม้กระดานแผ่นนี้มันคงหมดอายุขัยตามกาลเวลาไปแล้วจริงๆ”
“ทุกอย่างในสวนนี้ล้วนมีความหมายค่ะ แม้แต่ไม้ที่ผุพัง ถ้าเราซ่อมมันด้วยความตั้งใจ มันก็กลับมาทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่าเดิม” กวินก้าวเข้ามาใกล้ในระยะที่รินรดาได้กลิ่นหอมสะอาดของพืชพรรณและกลิ่นไอแดดจางๆ จากตัวเขา เขายื่นถุงมือหนังสำหรับทำสวนมาให้เธอ “ใส่ซะค่ะ มือคุณสวยเกินกว่าจะมาเจ็บเพราะเสี้ยนไม้พวกนี้”
รินรดารับถุงมือมาสวมพลางมองดูรั้วไม้สนที่ล้มพับลงมาเกือบครึ่งแถบ นี่คือส่วนที่กั้นอาณาเขตสวนส้มของเธอออกจากไร่ของกวิน และดูเหมือนการซ่อมแซมครั้งนี้จะเป็นมากกว่าแค่การใช้ตะปูตอกไม้ให้แน่นหนา
ทั้งสองคนเริ่มลงมือทำงาน ความเงียบระหว่างคนทั้งคู่ไม่ได้อึดอัดอย่างที่รินรดากลัวในตอนแรก แต่มันกลับเป็นความเงียบที่มีจังหวะของการทำงานสอดประสาน กวินเป็นคนลงแรงดึงไม้ที่บิดเบี้ยวให้เข้าที่ ในขณะที่รินรดาคอยจับประคองและส่งอุปกรณ์ให้ มือของเธอสั่นเล็กน้อยตอนที่ต้องขยับเข้าไปใกล้เพื่อยึดไม้กระดานแผ่นหนาเข้ากับโครงเหล็กที่เริ่มเป็นสนิม
“คุณดูไม่มีสมาธินะคะ” กวินเอ่ยขึ้นโดยไม่มองหน้าเขา เสียงค้อนตอกตะปูดัง 'ปึก ปึก' เป็นจังหวะสม่ำเสมอ “มีอะไรที่หนักเกินกว่าจะแบกไว้คนเดียวหรือเปล่า รินรดา?”
รินรดาชะงัก เธอถอนหายใจยาวก่อนจะแกล้งก้มลงหยิบตะปูที่ตกบนพื้นดิน “รินแค่งงค่ะ... ว่าทำไมชีวิตคนเราถึงต้องมีการพังทลายเกิดขึ้นตลอดเวลา เหมือนรั้วนี่เลย พอเราคิดว่ามันแข็งแรงดีแล้ว พายุลูกเล็กๆ หรือแค่กาลเวลาผ่านไป มันก็กลับเปราะบางจนต้องรื้อทำใหม่”
กวินวางค้อนลง แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธออย่างจริงจัง แววตาของเขาคมชัดเหมือนกำลังมองทะลุผ่านความเข้มแข็งจอมปลอมของเธอไป “พังทลายไม่ได้แปลว่าจบค่ะ แต่มันคือการคัดแยกส่วนที่ใช้ไม่ได้ออกไป เพื่อที่เราจะสร้างสิ่งที่แข็งแรงกว่าเดิมบนพื้นที่เดิม... เหมือนที่คุณย้ายจากเมืองหลวงมาที่นี่ไงคะ”
คำพูดของเขาทำให้รินรดานิ่งงัน เธอเผลอสบตาเขานานเกินไปจนเริ่มรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่โคนแก้ม เธอรีบเบนสายตาไปที่มือหนาที่เปื้อนดินของกวิน ซึ่งกำลังถือแผ่นไม้รอให้เธอช่วยประคอง แต่นิ้วมือของเขากลับพลาดมาแตะถูกปลายนิ้วของเธอเบาๆ ความเย็นของถุงมือหนังไม่ได้ช่วยลดความรู้สึกวูบไหวที่แล่นผ่านหัวใจของเธอเลยแม้แต่น้อย
“ริน... ไม่ได้หนีมาค่ะ” เธอพึมพำ “รินแค่... พยายามตามหาลมหายใจของตัวเอง”
“แล้วเจอหรือยังคะ?” เขาถามเบาๆ
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำตอบ เสียงหัวเราะสดใสที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศเคร่งขรึมเมื่อครู่ก็ดังขึ้นจากกวิน เขาหัวเราะให้กับความเกร็งของเธอที่เผลอทำค้อนหลุดมือจนเกือบโดนเท้าตัวเอง รินรดามองดูใบหน้ายามยิ้มของเขาแล้วเผลอยิ้มตาม ความกังวลที่เกาะกินใจเมื่อครู่มลายหายไปราวกับหมอกที่ถูกแสงอาทิตย์ไล่ต้อน
“คุณนี่หัวเราะเป็นเด็กๆ เลยนะคะ กวิน” เธอแซวพลางหยิบค้อนขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบาสบายขึ้น
“คนเราต้องมีเรื่องให้หัวเราะในร่องสวนบ้างค่ะ ไม่อย่างนั้นส้มในสวนนี้คงจะไม่อร่อยเพราะมันขาดความสุขจากคนปลูก” เขาว่าพลางขยับเข้าไปใกล้เพื่อช่วยเธอตอกตะปูตัวสุดท้าย ความใกล้ชิดทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ดูจะสอดประสานกันท่ามกลางกลิ่นหอมของเปลือกส้มสดและผืนดินที่ชุ่มฉ่ำ
ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดี จนกระทั่งกวินหยุดชะงักมือลงกะทันหัน สายตาของเขาเปลี่ยนไปจับจ้องที่หลังรั้ว—บริเวณป่ารกชัฏที่เป็นแนวเขตแดนห่างออกไป รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาหายไปในเสี้ยววินาที รินรดาขมวดคิ้วตามสายตาเขาไป แต่เธอกลับมองไม่เห็นอะไรนอกจากพุ่มไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม
“มีอะไรเหรอคะ?” รินรดาถามเสียงแผ่ว
กวินไม่ตอบ เขาคว้าแขนรินรดาไว้แน่นก่อนจะดึงให้หลบหลังแนวรั้วที่เพิ่งซ่อมเสร็จ เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากทิศทางนั้น... มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่าหรือลมพัด แต่มันคือเสียงของรองเท้าหนังที่ย่ำลงบนกิ่งไม้แห้งอย่างจงใจ
“เงียบไว้ค่ะ” กวินกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเป็นโทนต่ำที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อน “ใครบางคน... ไม่ได้มาเพื่อทักทายเราในฐานะเพื่อนบ้านแน่ๆ”
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงช่องว่างของรั้วที่ยังไม่ปิดสนิทพอดี มันเป็นเงาของผู้ชายสวมหมวกปีกกว้างที่ปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้อย่างมิดชิด ในมือของเขามีบางสิ่งที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายวับวาว... มันไม่ใช่เครื่องมือทำสวน แต่มันคือบางสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบไปถึงตาตุ่ม เพราะนั่นคือตลับเหรียญตราที่มีตราสัญลักษณ์เดียวกับที่ถูกส่งมาในจดหมายข่มขู่เมื่อวานนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สวนส้มปลายฟ้า
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 9
เสียงหัวเราะในร่องสวน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!