เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท•ตอนที่ 9

ค่ำคืนใต้แสงดาว

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงฟ้าร้องคำรามครั่นครื้นสนั่นหวั่นไหวเป็นจังหวะเดียวกับที่เครื่องยนต์รถยนต์คันหรูส่งเสียงแผดก้องเฮือกสุดท้าย ก่อนจะสงบลงอย่างถาวรท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถั่งทลาย พริมถอนหายใจเฮือกใหญ่จนไอร้อนพ่นฝ้าจางๆ ติดกระจกหน้ารังวัดความหงุดหงิด เธอตวัดสายตาคมกริบมองชายหนุ่มผู้สร้างเรื่องด้วยการขับรถลุยเส้นทางลัดบ้าๆ นี่ จนเพลาขับหักคากลางทางลูกรังห่างไกลผู้คน “คุณนี่มัน... ตัวซวยระดับมิชลินสตาร์จริงๆ เลยนะคะเชฟธันวา” ธันวาไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เขายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย ใบหน้าคมคายภายใต้แสงไฟสลัวจากหน้าปัดรถฉายแวบเรียบเฉย แต่ดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายความขบขันยามเหลือบมองคนข้างกายที่กำลังฮึดฮัดเหมือนแมวเปอร์เซียขนฟูที่ถูกราดน้ำ “ถ้าไม่ติดว่ายางอะไหล่แบนและสัญญาณโทรศัพท์ไม่มี คุณก็คงไม่ต้องมานั่งหายใจรดต้นคอผมในพื้นที่จำกัดแบบนี้หรอกค่ะ... พริม” เขาจงใจลากเสียงย้าวน้ำเสียงนุ่มทุบทำลายประสาท ย้ำคำสรรพนามที่เธอกระแทกใส่เขาเมื่อครู่ได้อย่างหน้าตาเฉย “ใครรดต้นคอคุณไม่ทราบ! ถอยไปเลยนะ ปากดีนักนะพ่อคุณ” เธอผลักไหล่กว้างตามสัญชาตญาณความระแวง แต่พื้นที่ในห้องโดยสารมันแคบเกินไป ผลลัพธ์จึงกลายเป็นการพุ่งเข้าหาจนแผ่นอกกว้างของเขารองรับร่างเธอไว้พอดิบพอดี กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายฝนจางๆ จากตัวเขาลอยเข้าแตะจมูก ปลุกหัวใจพริมให้กระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอชะงักค้าง สบเข้ากับดวงตาคมกริบที่ก้มมองลงมาพอดิบพอดี ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง บรรยากาศรอบตัวที่เคยอึมครึมด้วยความหงุดหงิดพลันเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นพล่าน ธันวาไม่ขยับเขยื้อน เขากลับอาศัยจังหวะนี้โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีเรื่อโดยไม่รู้ตัว “คำถามเมื่อตอนเย็น... คุณยังไม่ได้ตอบผมเลยนะ” เสียงทุบต่ำกระซิบชิดริมหีบปากเธอ แววตาคมปลาบนั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่สลัดมาดเชฟผู้หยิ่งผยองทิ้งไปเสียสิ้น “ระหว่างเห็ดป่าหายากกับปากจัดๆ ของคุณ... อันไหนมันเคี่ยวให้หวานยากกว่ากันแน่” พริมรู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลคำวิจารณ์อาหารได้อย่างเฉียบคมกลับว่างเปล่า เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามงัดเอาความมั่น “ถ้าอยากรู้... คุณก็ต้องลองชิมดูเองสิคะ” สิ้นคำพูดท้าทายที่หลุดออกจากความถือดี ธันวาก็ชะงักไป ดวงตาคู่นคมเข้มวาวโรจน์ขึ้นวับราวกับสัตว์ป่าที่พบเหยื่ออันโอชะ ก่อนที่เขาจะได้ทำตามความตั้งใจ เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้นกะทันหันจนทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันแทบไม่ทัน พริมรีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดในเสี้ยววินาที ขณะที่ธันวาสบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจก่อนจะลดกระจกٛลง แสงไฟฉายสว่างวาบส่องเข้ามา พร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มของหญิงสูงวัยเจ้าของโฮมสเตย์ปลายทางที่เดินฝ่าสายฝนถือร่มคันโตมารอรับ “รถเสียตรงโค้งพอดีเลยสินะพ่อหนุ่ม แม่เห็นไฟหน้ารถดับไปนาน รีบเดินมาดู... เข้าไปหลบฝนข้างในก่อนเถอะจ่ะ ห้องพักเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว” ยี่สิบนาทีต่อมา ทั้งคู่ก็ย้ายมาอยู่ในเรือนไม้สักเก่าแก่สไตล์วินเทจที่มีกลิ่นอายอบอุ่น ฝนยังคงโปรยปรายด้านนอก ขับเน้นบรรยากาศยามค่ำคืนให้เงียบสงบและเป็นส่วนตัวจนน่าใจหาย โฮมสเตย์แห่งนี้มีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่เพียงเตียงเดียวกลางห้อง เนื่องจากห้องอื่นถูกจองเต็มหมดแล้วจากเหตุนักท่องเที่ยวตกค้างพายุเข้า พริมยืนกอดอกมองเตียงนอนหลังนั้นสลับกับร่างสูงที่กำลังเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูสีขาวหย่อมเล็ก หยดน้ำที่เกาะพราวตามกรอบหน้าคมคายและไหปลาร้าชวนมองทำให้เธอบังคับสายตาให้มองไปทางอื่นได้ยากยิ่ง “คุณนอนบนเตียงเดี๋ยวฉันนอนโซฟาเอง” พริมเอ่ยตัดบทเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนให้ใจเต้นผิดจังหวะ ธันวาโยนผ้าขนหนูลงบนเก้าอี้ เขาเดินตรงเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอด้วยก้าวเท้ามั่นคง ดวงตาสีนิลจับจ้องนิ่งสนิท “เตียงแค่นั้นคุณนอนคนเดียวก็ตกขอบแล้ว โซฟานั่นสั้นกว่าตัวผมครึ่งท่อน... อยากให้ผมปวดหลังจนไม่มีแรงทำอาหารให้คุณกินพรุ่งนี้เช้าหรือไง” “ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาทำข้าวเช้าให้กินสักหน่อย!” “แต่ผมอยากทำ” เสียงตอบรับนั้นเรียบเรื่อยแต่มั่นคงจนพริมเถียงไม่ออก ธันวาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนเธอต้องถอยหลังจนสะโพกชนขอบเตียง “แล้วก็... เรื่องเมื่อในรถ... ผมว่าเรายังเคลียร์กันไม่จบ” “วะ...  ว่าอะไรของคุณ เลิกพูดจาแปลกๆ ได้แล้วค่ะเชฟ” พริมเสมองไปทางอื่นเมื่อมือใหญ่เอื้อมมาปัดปอยผมที่เปียกชื้นออกจากแก้มเธออย่างเบามือสัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้ผิวเนื้อบริเวณที่ถูกแตะต้องร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก ธันวาโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงนุ่มทุบเปลี่ยนเป็นจริงจังจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ “ผมไม่ได้พูดเล่น... พริม” เขากดเสียงต่ำ “ต่อให้ปากจัดแค่ไหน แต่ผมก็รู้ว่า... หัวใจคุณไม่ได้แข็งกระด้างอย่างที่ปากว่าหรอก” ในเสี้ยววินาทีที่พริมเงยหน้าขึ้นสบตา เขาก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก เรี่ยวแรงทั้งหมดเหมือนถูกสูบหายไปจากร่าง ริมฝีปากอุ่นร้อนเคลื่อนเข้าหาอย่างเชื่องช้าเปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ ทว่าเธอกลับทำเพียงหลับตาลงรับสัมผัสนุ่มนวลที่แนบชิดลงมา ท่ามกลางเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอกราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เราสองคน ทว่า... ก่อนที่จูบนั้นจะลึกซึ้งไปมากกว่าเดิม เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นรัวๆ ขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกที่ดังแทรกเข้ามาจากระเบียงทางเดิน “เชฟธันวา! คุณอยู่ข้างในไหมครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ทางกองบรรณาธิการนิตยสารติดต่อเข้ามา บอกว่ามีคนปล่อยข่าวลับเรื่องสูตรอาหารใหม่ของคุณหลุดออกไปแล้ว!” ธันวาผละออกจากริมฝีปากเธออย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นคมกริบในพริบตาเดียว ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยประกายเพลิงแห่งโทสะที่ถูกจุดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว พริมเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... ปมปัญหาที่น่ากลัวที่สุดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเติมความหวานให้หัวใจยัยปากจัดกับเชฟซึนคนนี้เสมอนะคะ เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%