"พอดีว่า... เอกสารชิ้นนี้ที่ฉันถืออยู่ มันอาจจะทำให้ข้อเสนอของคุณรินทร์เมื่อครู่กลายเป็น 'เรื่องเด็กๆ' ไปเลยก็ได้นะคะ"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของหญิงสาวในชุดสูทผ้าทวีตสั่งตัดพิเศษดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ระดับวีไอพี บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว กวินถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบของเขาเบิกกว้างจ้องมองซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของเลขาฯ สาวคนสนิทที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ด้วยความรู้สึกไม่สู้ดีนัก
รินทร์ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแต่ยกถ้วยกาแฟเซรามิกสีขาวขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น สายตาคมปลาบเหลือบมองกวินด้วยความรู้สึกสมเพชระคนเวทนา เหมือนเสือที่กำลังมองเหยื่อตัวน้อยดิ้นรนในตม
"เชิญอ่านให้ทุกคนในที่นี้ฟังดังๆ สิคะ คุณลลินา..." รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามีพลังกดดันมหาศาลจนกรรมการผู้จัดการอาวุโสหลายคนถึงกับต้องขยับแว่นตาแล้วนั่งตัวตรงแหน่ว
ลลินายิ้มรับอย่างสุภาพ เธอคลี่กระดาษแผ่นแรกออกด้วยปลายนิ้วเรียวสวย ก่อนจะกวาดสายตามองหน้าบรรดาผู้บริหารระดับสูงที่เคยพยักหน้าสมรู้ร่วมคิดกับกวินในการบีบบังคับโครงการของรินทร์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน
"เรียนท่านประธานและคณะกรรมการทุกท่านค่ะ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังสามปีของบริษัทในเครือ 'กวินทร์ กรุ๊ป' พบว่ามีการใช้ชื่อนําเข้าวัตถุดิบปลอมเพื่อฟอกเงินมูลค่ากว่าพันล้านบาท และที่สำคัญ..." ลลินาหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองกวินที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มซีดเผือดราวกับกระดาษ "ธนาคารกลางแห่งชาติ โดยการอนุมัติเร่งด่วนจากท่านประธานใหญ่... ได้ทำการอายัดบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลกวินเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ตั้งแต่... ห้าวินาทีที่แล้ว"
*กริ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของกวินดังขึ้นติดต่อกันราวกับเสียงประโคมข่าวความตาย นิ้วเรียวที่เคยสั่นเทาหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดู ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารหลักสามแห่งที่กวินใช้ค้ำประกันธุรกิจว่า 'บัญชีของคุณถูกระงับการใช้งานชั่วคราว เนื่องจากคำสั่งศาลและประกาศพิทักษ์ทรัพย์'
กวินหน้าถอดสี ขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น พรมราคาแพงใต้ฝ่าเท้ากลายเป็นสิ่งไร้ความหมายในทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองรินทร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อ
"มะ... เป็นไปไม่ได้! นายเป็นแค่ไอ้ลูกจ้างกระจอกที่ฉันเพิ่งไล่ออกจากบริษัทไปเมื่อเดือนก่อน นายเอาอำนาจอะไรมาสั่งอายัดบัญชีของฉัน!" กวินแผดเสียงตะโกนลั่นห้องประชุมด้วยความสติหลุด ภาพลักษณ์ไฮโซผู้เพียบพร้อมพังทลายไม่เป็นท่า น้ำลายกระเด็นออกจากปากขณะที่เขาวิกลจริตพยายามพุ่งตัวเข้าไปหารินทร์ แต่ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนสกัดเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที
น้ำขิง ซึ่งนั่งเงียบสงบอยู่เคียงข้างรินทร์มาตลอด ค่อยๆ วางมือเรียอบางของเธอบนหลังมืออุ่นของสามี เธอมองดูความพินาศย่อยยับของชายผู้เคยเหยียดหยามพวกเขาด้วยแววตาที่นิ่งสงบ ไร้ซึ่งความสะใจ แต่เต็มไปด้วยความมั่น
รินทร์หันไปยิ้มละมุนให้อภิรักษ์ภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเนิ่นนาน ก่อนจะป้องมือกระซิบข้างใบหูเล็กเบาๆ "บอกแล้วไงคะว่าสามีคนนี้... จะไม่ยอมให้น้ำขิงต้องลำบากอีกแม้แต่วินาทีเดียว"
ความหวานละมุนในแววตาของรินทร์ที่มอบให้กับภรรยา ตัดกับความโหดเหี้ยมเด็ดขาดที่เขายังคงใช้จ้องมองกวินอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศในห้องประชุมตอนนี้เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ใครหลายคนแทบหายใจไม่ออก
"คุณกวินคะ..." รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกพยางค์กลับบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของอีกฝ่าย "ตอนที่คุณไล่ผมออกจากตึกพร้อมกับกล่องกระดาษใส่ของใช้ส่วนตัว คุณเคยคิดไหมคะว่า... โลกใบนี้มันกลมเสียจนเราอาจจะต้องกลับมาพบกันในสถานะที่ต่างออกไปลิบลับแบบนี้"
"แก... แกมันปีศาจ!" กวินคำรามลั่น น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลทะลักออกมาจากเบ้าตา
"เปล่าเลยค่ะ ฉันไม่ใช่ปีศาจ..." รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทแบรนด์เนมตัดเย็บพิเศษให้เข้าที่ ปล่อยออร่าของมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมเศรษฐกิจครึ่งประเทศแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "ฉันก็แค่นักธุรกิจที่รู้จักใช้ 'เงิน' ซื้อความยุติธรรมกลับคืนมาให้คนที่เคยถูกรังแกก็เท่านั้นเอง"
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก่อนที่ประตจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาฯ ส่วนตัวของท่านประธานใหญ่ธนาคารพาณิชย์ระดับโลก สาขาใหญ่ประจำประเทศไทย
ชายชราในชุดสูทสากลภูมิฐานเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ท่ามกลางความตกตะลึงของคณะกรรมการทุกคนในห้อง เพราะบุคคลที่กำลังก้าวเข้ามาคือนักการเงินระดับตำนานที่แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ยังต้องเกรงใจ!
ท่านประธานใหญ่เดินตรงดิ่งเข้าไปหารินทร์ ก่อนจะโค้งคำนับลงเกือบเก้าสิบองศาด้วยความเคารพอย่างสูงสุด ท่าทางนอบน้อมนั้นทำให้กวินถึงกับตาค้าง สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ
"เรียนท่านประธานใหญ่... ทุกอย่างเรียบร้อยตามคำสั่งของท่านแล้วครับ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพร้อมเดินทางไปดูงานที่สวิตเซอร์แลนด์ตามกำหนดการเดิมแล้วครับผม"
รินทร์พยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะเหลือบมองกวินที่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี พร้อมกับเอ่ยประโยคสุดท้ายทิ้งท้ายก่อนก้าวเดินออกจากห้องประชุม
"เก้าอี้ที่คุณนั่งอยู่ตรงนั้น... พรุ่งนี้เช้า ผมจะให้คนมาขนย้ายออกไปขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้ก้อนแรกนะะคะ หวังว่าคุณจะเตรียมตัวเก็บของเสร็จทัน"
รินทร์ยื่นมือไปกุมมืออันอบอุ่นของน้ำขิง ทั้งสองเตรียมจะก้าวเดินออกไป ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องประชุม เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของรินทร์ก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีในรายชื่อ แต่กลับมีรหัสผ่านเข้าระบบความปลอดภัยระดับสูงสุดของเครือข่ายดาวเทียมส่วนตัว
รินทร์กดรับสายโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มต่ำปลายสายเอ่ยรายงานด้วยความร้อนรน
"นายครับ... ระบบตรวจพบความเคลื่อนไหวผิดปกติจาก 'บุคคลปริศนา' ที่ถือครองรหัสผ่านระดับเดียวกับนาย กำลังพยายามเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทเราในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 35
อิทธิพลที่แท้จริง
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!