เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของนางสุรีย์ แม่บังเกิดเกล้าของกวินดังระคนไปกับเสียงกระแทกกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงลงบนโต๊ะกระจกใสในร้านกาแฟหรูใจกลางเมือง น้ำขิงสะดุ้งเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ มือเรียวบางเผลอกำชายเสื้อของรินทร์แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้ว่าสามีของเธอจะไม่ได้เป็นเพียงพนักงานออฟฟิศธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่บาดแผลในอิตีตจากการถูกเหยียดหยามก็ยังคงทิ้งร่องรอยความหวาดระแวงไว้ในใจของหญิงสาวเสมอ
“คิดไม่ถึงเลยนะยะ ว่าวันนี้นังผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอจะกล้ามาเหยียบที่นี่กับไอ้หนุ่มตกงานคนนี้” สุรีย์เชิดหน้าขึ้นสูง ดวงตาที่ผ่านการทำศัลยกรรมมาอย่างดีกวาดตามองรินทร์ด้วยความดูแคลนตั้งแต่หัวจรดเท้า “แปลกใจจริง ๆ ที่ยังไม่เลิกกัน หรือว่าติดใจความจน ๆ แบบนี้ ถึงได้โง่เขลาเบาปัญญาใช้ชีวิตกัดก้อนเกลือกินด้วยกันไปวัน ๆ”
รินทร์ไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุรีย์คาดหวัง ชายหนุ่มเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบา ๆ บนหน้าจอแท็บเล็ตที่เพิ่งได้รับแจ้งเตือนการอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของกวิน อดีตเจ้านายและศัตรูหัวใจคนสำคัญ รอยยิ้มนั้นเยือกเย็นจนสุรีย์รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“คุณสุรีย์คะ” รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามีพลังกดดันมหาศาลจนบรรยากาศรอบโต๊ะดิ่งวูบลง “บางทีคุณอาจจะควรเช็คข่าวสารทางธุรกิจของครอบครัวคุณเสียหน่อย ก่อนที่จะมาเดินเชิดหน้าชูตาหาเรื่องคนอื่นในที่สาธารณะแบบนี้”
“แกหมายความว่ายังไง! นังเด็กเปรต กล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน!” สุรีย์ตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนลูกค้าโต๊ะอื่นหันมามองด้วยความตกใจ ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “คิดว่าเกาะลูกชายฉันกินแล้วจะกร่างได้งั้นเหรอ ลูกชายฉันกวินน่ะ เป็นถึงผู้บริหารบริษัทอสังหาฯ ใหญ่โต กำลังจะเซ็นสัญญากู้เงินหมื่นล้านกับธนาคารระดับประเทศ แกมันก็แค่เศษสวะข้างถนนที่ไม่มีวันเอื้อมถึง!”
น้ำขิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ความกลัวในใจเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นจากมือหนาของรินทร์ที่เอื้อมมาจับมือเธอไว้ สัมผัสที่มั่นคงและหนักแน่นทำให้เธอกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตแม่ยายจอมเชิดผู้นั้นอย่างไม่เกรงกลัวอีกต่อไป
“คุณแม่คะ...” น้ำขิงเอ่ยเสียงหวาน แต่น้ำเสียงนั้นกลับทรงพลังอย่างประหลาด “บางที... คุณใหม่อาจจะต้องรีบโทรศัพท์หาลูกชายสุดที่รักของคุณตอนนี้เลยนะคะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
สุรีย์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพช “พวกเธอนี่มันเพ้อเจ้อกันใหญ่แล้ว! อย่ามาสำอรกคำพูดไร้สาระแถวนี้ ลูกชายฉันกำลังประชุมใหญ่กับผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร... อ๊ะ! พอดีเลย ลูกชายโทรมาพอดี!”
สุรีย์รีบคว้าโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมารับด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย้อย เธอกดเปิด Speaker Phone ตั้งใจจะให้รินทร์และน้ำขิงได้ยินเสียงแห่งความสำเร็จและความมั่งคั่งของกวิน เพื่อตบหน้าเด็กอวดดีทั้งสองคนให้หน้าหงายคาที่
“ฮัลโหลค่ะลูกชาย แม่กำลังจัดการพวกน่ารำคาญนี่ให้อยู่ ลูกเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วใช่ไหมจ๊ะ?” สุรีย์กรอกเสียงลงไปอย่างอารมณ์ดี
ทว่า... เสียงที่ตอบกลับมาจากปลายสายไม่ใช่เสียงทุ้มนุ่มที่เธอคุ้นเคย หากแต่เป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง
[แม่! แม่ช่วยผมด้วย! แม่! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!] เสียงกวินตะโกนลั่นปะปนกับเสียงข้าวของตกแตกกระจายราวกับคนสติแตก [บัญชีบริษัทถูกอายัดทั้งหมด! ธนาคารระงับวงเงินกู้กะทันหัน! แถม... แถมตอนนี้ตำรวจเศรษฐกิจกำลังเดินเข้ามาในห้องประชุมเพื่อจับกุมผมเรื่องคดีทุจริตแล้วแม่!]
ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...
สายตาของสุรีย์เบิกกว้าง รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าแข็งค้างทันที โทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากมือกระแทกพื้นร้านกาแฟดังเพล้ง หน้าจอแตกละเอียดไม่ต่างจากความมั่น and ทะนงตนของเธอในนาทีนี้ ร่างกายของหญิงสูงวัยสั่นเทาจนต้องใช้มือเกาะขอบโต๊ะไว้เป็นหลักยึด ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองหน้ารินทร์ราวกับเห็นผีสาง
“มะ... เมื่อกี้... แก... แกทำอะไรลูกชายฉัน!” สุรีย์แผดเสียงถามด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นพับจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
รินทร์ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทราคาแพงให้เข้าที่อย่างใจเย็น เขาก้มลงหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาหมุนหน้าจอให้สุรีย์ได้เห็นตัวเลขเงินฝากในบัญชีส่วนตัวที่มีศูนย์ต่อท้ายยาวเหยียดจนนับไม่ถ้วน พร้อมกับโลโก้ตราสัญลักษณ์ของธนาคารใหญ่ที่สุดในประเทศที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ
“ผมบอกคุณแล้วไงครับคุณสุรีย์...” รินทร์โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบที่เยือกเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก “ว่าบางที... คนที่คุณกำลังจะไปกู้เงินเขา เพื่อมาต่อลมหายใจให้บริษัทใกล้เจ๊งของคุณ... อาจจะกำลังนั่งดื่มกาแฟมองหน้าคุณอยู่ตรงนี้ก็ได้”
สุรีย์ทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นร้านอย่างไร้ศักดิ์ศรี ลมหายใจติดขัด สมองขาวโพลนเมื่อตระหนักได้ว่าชายหนุ่มที่เธอเพิ่งเหยียดหยามไปเมื่อครู่ แท้จริงแล้วคือมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาชีวิตและลมหายใจทั้งหมดของตระกูลเธอไว้ในอุ้งมือเดียว
น้ำขิงมองภาพนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและภาคภูมิใจ เธอกระชับแขนของสามีแน่นขึ้น ขณะที่รินทร์ยกมือขึ้นโอบไหล่ภรรยาด้วยความรักใคร่ ท่ามกลางสายตาของผู้คนในร้านที่มองมาด้วยความตะลึงงัน
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม ทันใดนั้นเอง เสียงปรบมือช้า ๆ และทรงพลังก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของร้านกาแฟ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี ชายวัยกลางคนผู้มีแววตาดุดันและทรงอิทธิพลก้าวเดินออกมาจากเงาแสงไฟ รอยยิ้มที่มุมปากช่างดูน่ากลัวและเต็มไปด้วยความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้
"ไม่เลวเลยนี่คุณรินทร์... แต่ดูเหมือนว่า 'เกมจริง' มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนะ"
เค้กวานิลลาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและอินไปกับความสะใจในตอนนี้มากๆ เลยนะคะ
ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 11
แม่ยายจอมจองหอง
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!