กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นอายความอึดอัดขนาดหนึ่งคูณหนึ่งตารางเมตร ทำให้ห้องนั่งเล่นของเซฟเฮาส์ไร้ชื่อกลายเป็นสนามประลองยุทธ์ขนาดย่อม ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปของร้อยตำรวจเอกรามิลยืนกอดอก ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินสลัก ทว่าดวงตาสีเข้มกลับจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มอีกคนที่กำลังหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มอย่างสบายอารมณ์
คีย์ยกขาขึ้นไขว่ห้าง มือเรียวสวยดีดนิ้วไล่ตามหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่เจ้าตัวแฮ็กเข้ามาเชื่อมต่อกับระบบเซฟเฮาส์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบ รอยยิ้มมุมปากของแฮ็กเกอร์อัจฉริยะช่างกวนประสาทเสียจนต่อมความอดทนของสารวัตรหนุ่มกระตุกยิกๆ
"ผมเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะคีย์..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และคุณก็ไม่ใช่แขกผู้มีเกียรติ คุณคือเป้าหมายในความคุ้มครองที่อันตรายที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา"
"โอ๊ะ สารวัตรชมผมเหรอครับเนี่ย..." คีย์เงยหน้าขึ้นจากจอ รอยยิ้มพราวระยับในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย "แต่คำชมเชยแบบนี้ เก็บไว้ใช้เวลาคุณไปแถลงข่าวจับโจรหน้าห้องขังน่าจะดูเข้าท่ากว่านะครับ... อ้อ อีกอย่าง เลิกทำหน้าเหมือนคนท้องผูกเสียที มันทำให้บรรยากาศในบ้านน่าเบื่อเป็นบ้า"
รามิลก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวในพริบตา ความกดดันจากร่างสูงใหญ่แผ่ซ่าจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบ มือหนาเอื้อมไปคว้าขอบโต๊ะกระจกตรงหน้า ก้มตัวลงจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ สบตากับคนกวนประสาทที่ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเลยสักนิด
"ฟังให้ดีนะคีย์ นี่คือกฎสามข้อที่คุณต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตลอดเวลาที่เราอยู่ในเซฟเฮาส์นี้" รามิลเน้นเสียงทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "ข้อแรก... ห้ามแตะต้องระบบสื่อสารภายนอกทุกชนิด ยกเว้นผมจะเป็นคนอนุญาต ข้อสอง... ห้ามเดินออกนอกเขตพื้นที่ปลอดภัยเด็ดขาด และข้อสาม..."
สารวัตรหนุ่มเว้นจังหวะ สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังขยับยิ้มเยาะก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำลงจนน่าใจหาย
"ข้อสาม... ห้ามทำตัวน่ารำคาญใส่ผมจนผมต้องใช้มาตรการเด็ดขาด"
คีย์กะพริบตาปริบๆ ทำท่าทางครุ่นคิดอย่างจริงจัง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ "อืม... กฎน่าสนใจดีนี่ครับสารวัตร ฟังดูเผด็จการดีแท้ แต่เสียดาย..."
นิ้วเรียวยาวกดปุ่ม Enter บนหน้าจอครั้งสุดท้าย เสียงสัญญาณเตือนภัย *ปี๊บ!* ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับหน้าจอหลักของเซฟเฮาส์ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดถูกล็อกดาวน์โดยสมบูรณ์จากฝีมือของแฮ็กเกอร์ตัวแสบ
"...ผมแพ้ทางพวกชอบออกคำสั่งเสียด้วยสิครับ" คีย์ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ลุกขึ้นยืนประชิดตัวร้อยตำรวจเอกหนุ่มจนแผ่นอกเกือบแนบชิดกัน "กฎสามข้อเมื่อกี้เหรอครับ? ขอโทษทีนะสารวัตร พอดีผมสติไม่ค่อยดี... ฟังผ่านหูซ้ายทะลุหูขวาไปหมดแล้วล่ะครับ"
รามิลนิ่งค้างไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะระบบเซฟเฮาส์ที่ถูกเจาะภายในเวลาไม่ถึงสามนาที แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไป กลิ่นกายหอมสะอาดประหลาดของคนตรงหน้ากำลังรบกวนสมาธิอัน
เด็ดเดี่ยวของเขาอย่างร้ายกาจ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของนายตำรวจมือปราบกลับเต้นรัวผิดจังหวะยามที่สบเข้ากับนัยน์ตาส่อแววเจ้าเล่ห์คู่นั้น
นี่มันท้าทายอำนาจรัฐชัดๆ!
รามิลขบกรามแน่น มือหนาเปลี่ยนจากการค้ำโต๊ะมาเป็นคว้าหมับเข้าที่เอวบางของคนตัวเล็กกว่าอย่างรวดเร็ว รั้งเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง แรงปะทะทำให้คีย์เผลอหลุดอุทานออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง
"คุณ... จะทำอะไรน่ะสารวัตร?" เสียงกวนประสาทเมื่อครู่เริ่มมีร่อรอยความตื่นตระหนกเจือปนอยู่บ้าง เมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของคนตรงหน้าโน้มต่ำลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน
"ในเมื่อคุณฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องคีย์..." รามิลกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความอันตรายที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ "ผมคงต้องใช้มาตรการทางกายภาพ... เพื่อสอนให้คุณจำฝังใจว่าใครคือนายเหนือหัวในบ้านหลังนี้"
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นพลิกผันจากความตึงเครียดกลายเป็นความร้อนระอุที่ชวนให้ใจสั่นไหว เคมีระหว่างผู้คุมกฎจอมเฮี้ยบกับอาชญากรปากกล้าพุ่งทะยานถึงขีดสุด ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตทำให้ต่างฝ่ายต่างนิ่งงัน รามิลไล่สายตาคมปลาบมองริมฝีปากที่ยังคงรั้นไม่เลิก ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้หมายจะจัดการคนดื้อรั้นด้วยวิธีของตนเอง
ทว่า... *กริ๊งงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าประตูเซฟเฮาส์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูอมเลือดนั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ รามิลชะงัก คีย์อาศัยจังหวะชุลมุนดันอกแกร่งออกแล้วกระโดดถอยหลังไปสองก้าวด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้จะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็วก็ตาม
รามิลสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ กวักมือสั่งให้คีย์ไปหลบมุมห้อง ก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดภายนอก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเคร่งขรึมกลับต้องขมวดมุ่นเข้าหากันทันทีที่เห็นเงาร่างของใครบางคนผ่านเลนส์กล้อง
ไม่ใช่ตำรวจ... และไม่ใช่ศัตรูจากแก๊งมืดที่เขาคาดคิด
บนหน้าจอปรากฏภาพของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิง ใบหน้าสวยเฉี่ยวเปื้อนรอยยิ้มเยือกเย็น เธอกำลังโบกมือให้กล้องเบาๆ ราวกับมาเยือนบ้านเพื่อนสนิท ทั้งที่พิกัดของเซฟเฮาส์แห่งนี้เป็นความลับสุดยอดระดับประเทศ!
รามิลหันขวับกลับมามองคีย์ที่ยืนกอดอกพิงผนังด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำกว่าเดิม
"ยินดีต้อนรับสู่แขกไม่ได้รับเชิญคนแรกนะครับสารวัตร..." คีย์หัวเราะในลำคอแผ่วเบา แววตาระยับด้วยความสนุกสนาน "ดูท่าทาง... ความลับของคุณจะรั่วเร็วกว่าที่ผมคิดเสียอีกนะครับ"
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" คนนี้ด้วยนะครับ!
เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับคู่หูดีกรีศัตรูหมายเลขหนึ่ง•ตอนที่ 3
กฎสามข้อของผู้คุม
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับคู่หูดีกรีศัตรูหมายเลขหนึ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
