บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 1

จดหมายจากเงามืด

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"เจ้าบอกว่าบันทึกการทดลองบทที่สิบสามถูกฉีกขาดงั้นหรือ คาร์ลอส?" เสียงของข้าเรียบสนิทราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่ามือที่ถือปากกาขนนกกลับบีบแน่นจนเนื้อไม้เกือบแหลก ข้าไม่เงยหน้ามองคู่สนทนาที่กำลังยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือโบราณในหอสมุดหลวง สายตาของข้ายังคงจดจ้องอยู่กับคราบรอยไหม้บนกระดาษหนังที่หลงเหลือเพียงเศษเสี้ยว กลิ่นกำมะถันจางๆ ที่ลอยกรุ่นอยู่ในอากาศบอกข้าได้ดีกว่าคำพูดใดว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิค แต่มันคือคำขู่ คาร์ลอสถอนหายใจยาว แววตาของทายาทตระกูลจอมเวทผู้สูงศักดิ์วูบไหวด้วยความกังวล "มันไม่ได้ถูกฉีกหรอกเซเลสเทีย มันถูก 'กัดกิน' ด้วยเวทมนตร์ธาตุมืดระดับสูง... ซึ่งในโรงเรียนแห่งนี้ คนที่ทำได้มีเพียงไม่กี่คน และแน่นอนว่าไม่ใช่หนึ่งในนักเรียนอย่างเรา" ข้าละสายตาจากบันทึกพลางหันไปสบตาเขา แววตาของคาร์ลอสมีความลนลานที่ซ่อนไม่มิด เขาไม่ได้กลัวอำนาจมืด แต่เขากำลังกลัวแทนข้า "แล้วอาจารย์ใหญ่มาคัสล่ะ?" ข้าถามเสียงแผ่ว ทว่าคมกริบดุจใบมีดโกน คาร์ลอสขยับตัวอย่างอึดอัด เขาปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มขลิบทองของตระกูลด้วยท่าทางที่ดูประดิษฐ์เกินไป "อย่าเอ่ยชื่อท่านในที่แบบนี้ เซเลสเทีย เจ้าก็รู้ว่าผนังของที่นี่มีหูและหอคอยต้องห้ามก็มีดวงตา..." เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังสะท้อนมาจากทางเดินด้านหลัง แสงตะเกียงเวทมนตร์บนผนังค่อยๆ หรี่ลงจนเกือบมืดสนิท แรงกดดันมหาศาลจู่โจมเข้าใส่ร่างจนข้ารู้สึกเหมือนปอดถูกบีบด้วยอุ้งมือที่มองไม่เห็น มันเป็นบรรยากาศที่ข้าคุ้นเคย... กลิ่นอายของความตายและความลับที่ถูกฝังกลบ ข้าแสร้งทำเป็นหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ขณะที่คาร์ลอสลดตัวลงทำความเคารพอย่างนอบน้อมเกินความจำเป็น "พวกเจ้าดูจะขยันหาความรู้ในเวลาที่ดึกดื่นเช่นนี้เหลือเกินนะ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำของอาจารย์ใหญ่มาคัสดังขึ้นข้างหลัง ข้าสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกจากตัวเขา มันเป็นพลังธาตุน้ำแข็งที่ผสมผสานกับอะไรบางอย่างที่บิดเบี้ยว... อะไรบางอย่างที่ข้าไม่เคยสัมผัสมาก่อนในตำราธาตุทั้งสี่ ข้าหันกลับไปเผชิญหน้ากับชายผู้กุมชะตาของโรงเรียนนี้ รอยยิ้มของเขาดูอบอุ่นใจดีเสมอ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับว่างเปล่าราวกับหลุมลึกที่ไม่มีก้นบึ้ง "พอดีข้ากำลังค้นคว้าเรื่องประวัติศาสตร์การก่อตั้งโรงเรียนน่ะค่ะท่านอาจารย์ การได้อ่านบันทึกเก่าๆ ช่วยให้ข้าเข้าใจเหตุผลที่พี่ชายของข้าต้องจากไปโดยไม่มีคำลาได้ดีขึ้น" มาคัสชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มนั้นแข็งค้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับเป็นปกติ "เรื่องการหายตัวไปของพี่ชายเจ้าเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เซเลสเทีย อย่าได้เอาตัวเองไปผูกติดกับปริศนาที่แม้แต่คนตายยังไม่อยากเอ่ยถึงเลย" เขาเดินผ่านข้าไป ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทกลืนหายไปกับเงามืดของหอสมุด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด คาร์ลอสทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ด้วยความเหนื่อยล้า เหงื่อเย็นผุดพรายตามกรอบหน้าของเขา "เขาเพิ่งขู่เจ้า" คาร์ลอสกระซิบ "ไม่... เขาไม่ได้ขู่" ข้าตอบพร้อมกับก้มลงหยิบม้วนกระดาษที่หล่นอยู่ใต้โต๊ะเมื่อครู่ มันไม่ใช่กระดาษหนังธรรมดา แต่เป็นกระดาษเนื้อดีที่มีตราประทับขี้ผึ้งสีแดงเลือดเป็นรูปหมาป่าสามหัว—ตราสัญลักษณ์ของตระกูลข้าที่สาบสูญไปพร้อมกับพี่ชาย "เขากำลังเรียกค่าไถ่" ข้าคลี่จดหมายออกอย่างใจเย็น แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก ลายมือที่คุ้นเคยปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษอย่างเด่นชัด *‘เซเลสเทีย... อย่าเชื่อแสงสว่างที่เธอกำลังเดินตาม หอคอยต้องห้ามไม่ใช่สถานที่สำหรับเก็บความรู้ แต่มันคือคุกที่กักขังวิญญาณของพวกเราเอาไว้ หากเจ้ายังอยากพบพี่อีกครั้ง จงไปที่หอคอยชั้นที่เจ็ดในคืนที่จันทร์ดับ... พกศัสตราเวทของตระกูลเราไป หากเจ้ายังจำวิธีใช้ธาตุที่สี่ได้’* ข้ามือสั่นเทาเล็กน้อยเมื่ออ่านบรรทัดสุดท้าย นี่ไม่ใช่แค่จดหมาย แต่มันคือกับดักที่เขาส่งมาเพื่อล่อให้ข้าเผยความลับเรื่องพลังที่แท้จริงที่ข้าซ่อนเอาไว้มาโดยตลอด ทันใดนั้น จดหมายในมือก็เริ่มลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าเย็นเยียบ ข้าพยายามจะสะบัดมันทิ้ง แต่ไอเวทมนตร์มืดนั้นกลับตรึงนิ้วของข้าไว้กับม้วนกระดาษ คาร์ลอสพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือข้าไว้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นรอยไหม้ที่ลามขึ้นมาถึงข้อมือข้า "อย่าใช้เวทมนตร์ธาตุที่สี่เซเลสเทีย! ถ้าเจ้าใช้ตรงนี้ มาคัสจะรู้ตัวทันที!" เขาร้องเตือน ข้ากัดฟันแน่น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความเจ็บปวดคือเสียงกระซิบที่ดังมาจากกำแพงหอสมุด... มันไม่ใช่เสียงของคน แต่เป็นเสียงก้องของเวทมนตร์โบราณที่กำลังตื่นขึ้น ประตูหอสมุดที่ปิดสนิทค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยเสียงดังสนั่น พร้อมกับเงาร่างของใครบางคน—หรืออะไรบางอย่าง—ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู ใบหน้านั้นสวมหน้ากากเหล็กสีเงินและถือไม้เท้าที่ทำจากกระดูกมังกร นั่นไม่ใช่มาคัส... และไม่ใช่คนของโรงเรียนนี้ บุคคลปริศนาเดินเข้ามาใกล้ แสงตะเกียงที่เหลือเพียงน้อยนิดส่องให้เห็นตราสัญลักษณ์บนหน้ากากนั่นชัดเจน... ตราหมาป่าสามหัวแบบเดียวกับในจดหมาย ข้าหยุดหายใจเมื่อเงาร่างนั้นเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของข้าพังทลายลงในพริบตา "ยินดีที่ได้พบอีกครั้ง... น้องสาวผู้ไร้ค่า" ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลับในหอคอยครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%