"หากเจ้ากล้าแตะต้องรอยร้าวบนผนังนั่นอีกเพียงนิ้วเดียว ข้าสาบานได้เลยว่าหอคอยนี้จะกลายเป็นสุสานของพวกเราทั้งคู่ก่อนที่แสงจันทร์จะลับขอบฟ้า"
คาร์ลอสกดเสียงต่ำ พลางกระชากข้อมือของเซเลสเทียให้ถอยห่างจากผนังหินสีดำสนิทที่กำลังสั่นไหวราวกับมีลมหายใจ ผิวสัมผัสของกำแพงไม่ได้เย็นเยียบดั่งหินทั่วไป แต่มันกลับอุ่นจัดจนรู้สึกได้ถึงชีพจรที่เต้นตุบๆ อยู่ภายใต้ชั้นศิลา
เซเลสเทียไม่ตอบโต้ แต่ดวงตาสีเทาหม่นของเธอจดจ้องไปที่จุดกึ่งกลางของรอยร้าว ซึ่งบัดนี้เริ่มปรากฏละอองแสงสีครามไหลเวียนเป็นสายคล้ายกับธารดาราที่ถูกขังไว้ในกรงหิน "นายไม่ได้สังเกตเห็นหรืออย่างไร คาร์ลอส... แสงนั่นไม่ใช่พลังเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคือแผนที่"
"แผนที่?" ชายหนุ่มเลิกคิ้ว สายตาคมปลาบกวาดมองไปรอบโถงทางเดินที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเอง "มันคือกับดักที่อาจารย์ใหญ่มาคัสทิ้งไว้ต่างหาก เขาต้องการให้เราหลงทางในวังวนของกลไกเวทมนตร์ เพื่อที่จะได้ปิดตายพวกเราไว้ในหอคอยอาถรรพ์นี้ตลอดกาล"
เซเลสเทียสะบัดมือเบาๆ ไอเย็นจากธาตุน้ำผสานกับความร้อนของธาตุไฟก่อตัวเป็นวงแหวนจางๆ รอบปลายนิ้ว เธอไม่ได้ทำตามคำเตือน แต่กลับบรรจงทาบฝ่ามือลงบนรอยร้าวนั้นโดยตรง กระแสไฟฟ้าสีม่วงอ่อนแล่นผ่านผิวหนังของเธอไปจนถึงกระดูกสันหลัง หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่ริมฝีปากบางกลับคลี่ยิ้มออกมา
"มาคัสอาจจะฉลาดที่สร้างหอคอยนี้ขึ้นมา แต่เขาลืมไปว่าคนทำลายย่อมไม่มีวันเข้าใจกลไกของผู้สร้างอย่างลึกซึ้งเท่ากับคนสืบทอด" เซเลสเทียพึมพำ ก่อนจะเอ่ยชื่ออักขระโบราณที่สั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาท "เปิดออก... เผยเส้นทางแห่งดารา"
ทันใดนั้น ผนังหินที่ไม่เคยมีประตูมาก่อนก็เริ่มแยกตัวออก เสียงครืดคราดของกลไกเฟืองเหล็กดังก้องไปทั่วโถงทางเดินราวกับเสียงของสัตว์ร้ายที่ตื่นจากการหลับใหล ด้านหลังกำแพงไม่ได้มีเพียงความมืดมิด แต่มันคือห้องโถงกว้างขวางที่ลอยอยู่กลางห้วงอวกาศจำลอง เพดานห้องคือหมู่ดาวที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ในขณะที่พื้นห้องคือกระจกเงาที่สะท้อนถึงทุกซอกมุมของหอคอยอาถรรพ์แห่งนี้
"นี่มัน... ห้องควบคุมหอคอย" คาร์ลอสก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างเธอ ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปครู่หนึ่งเมื่อได้เห็นภาพเบื้องหน้า
มันไม่ใช่แค่ห้องทำงาน แต่มันคือหัวใจของโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ ตรงกลางมีแท่นหินลอยตัวอยู่ และบนนั้นคือ 'เข็มทิศดารา' ที่สามารถกำหนดทิศทางของหอคอยให้เคลื่อนที่ไปยังมิติใดก็ได้ในจักรวาล เวทมนตร์สี่ธาตุของเซเลสเทียเริ่มตอบสนองต่อสถานที่แห่งนี้อย่างรุนแรง เธอรู้สึกได้ว่าเลือดในกายกำลังไหลเวียนสอดประสานกับแรงดึงดูดของห้องนี้
"เราต้องรีบทำลายการเชื่อมต่อของเข็มทิศเสีย ก่อนที่อาจารย์ใหญ่จะรู้ตัว" คาร์ลอสเตรียมเรียกเวทมนตร์จากแหวนประจำตระกูล แต่เซเลสเทียกลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น
"อย่า... ถ้าเราทำลายมัน หอคอยนี้จะถล่มลงมาทับนักเรียนทุกคนที่อยู่ข้างใต้" เซเลสเทียส่ายหน้า แววตาของเธอเปลี่ยนจากความมุ่งมั่นกลายเป็นความหวาดหวั่นเมื่อเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่สะท้อนอยู่ในกระจกพื้นห้อง "คาร์ลอส... ดูนั่น"
ในภาพสะท้อนพื้นกระจก เงาของคนสองคนไม่ได้ยืนอยู่ลำพัง แต่มีร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทของอาจารย์ใหญ่มาคัส ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลังพวกเขาอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูราวกับกำลังเฝ้ามองหมากในกระดานที่เดินเข้ามาติดกับด้วยความสมัครใจ
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นก้องห้องควบคุมที่ควรจะไม่มีใครเข้าถึงได้ มาคัสก้าวออกมาจากเงามืด นัยน์ตาของเขาไร้ซึ่งความอบอุ่นที่เคยมีให้นักเรียน "เก่งมาก เซเลสเทีย... ข้าเฝ้ารอวันนี้มานานเหลือเกิน วันที่เจ้าจะเปิดประตูนี้ด้วยมือของเจ้าเอง"
เขาหยิบมีดสั้นที่สลักด้วยอักขระธาตุทั้งสี่ขึ้นมา แสงสีแดงฉานจากมีดเล่มนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก "เพราะกุญแจที่แท้จริงที่จะทำให้หอคอยนี้ทำงานได้สมบูรณ์ ไม่ใช่เวทมนตร์ของข้า... แต่มันคือหยดเลือดของสายเลือดผู้ถูกเลือกที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเจ้าต่างหาก"
คาร์ลอสพยายามดึงเซเลสเทียมาด้านหลังตนเอง แต่พื้นที่รอบข้างกลับกลายเป็นกำแพงโปร่งแสงขังพวกเขาไว้ทั้งคู่ มาคัสเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูผิดเพี้ยนไปจากเดิม
"จบสิ้นกันทีความลับของโรงเรียนแห่งนี้... หลังจากนี้ เจ้าจะเป็นส่วนหนึ่งของเฟืองเหล็กที่ไม่มีวันหยุดนิ่งไปตลอดกาล"
มาคัสยกมีดขึ้นเหนือศีรษะขณะที่เซเลสเทียกำลังจะรวบรวมพลังธาตุเฮือกสุดท้าย แต่แล้วเข็มทิศดารากลางห้องก็หยุดนิ่งกะทันหัน ภาพของดวงดาวบนเพดานดับวูบลงเหลือเพียงสีดำสนิท ก่อนที่ประตูห้องควบคุมจะถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาวปริศนาในชุดคลุมที่เซเลสเทียไม่เคยเห็นมาก่อนก้าวเข้ามาพร้อมคำประกาศกร้าวว่า "ปล่อยตัวพวกเด็กๆ ออกมาเสีย มาคัส... ก่อนที่อดีตที่เจ้าพยายามฝังกลบไว้ จะตื่นขึ้นมาทวงคืนทุกอย่างในวันนี้!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับเซเลสเทียและร่วมลุ้นระทึกไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ แอสทริดธาตุมนต์
บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 48
แผนที่ดาวในหอคอย
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!