เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 1

ฟื้นชีพจากกองเพลิง

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"ถ้าไม่อยากตายคากองฟาง ก็ไสหัวไปซักเสื้อผ้าให้หมดนี่ซะ! นังตัวกาลกิณี กินข้าวเปลืองแรงเปล่า!" เสียงตวาดแหลมสูงของจางซื่อ ผู้เป็นแม่สามี ดังทะลุโสตประสาทของหลินหว่านเข้ามาราวกับเสียงระฆังแตก พร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่อย่างรุนแรง จนร่างบางที่นอนซมอยู่บนฟางแห้งๆ ในห้องเก็บฟืนทรุดฮวบลงไปกระแทกพื้นดินเย็นเฉียบ ความเจ็บปวดแปลบปลาศแล่นริ้วไปทั่วร่าง ราวกับกระดูกทุกท่อนถูกแยกส่วน หลินหว่านขมวดคิ้วแน่น เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้น ภาพแรกที่ปรากฏคือเพดานไม้เก่าคร่ำคร่าที่มีหยากไย่เกาะหนา และกลิ่นอับชื้นของฟinข้าวผสมกับกลิ่นเหงื่อไคล นี่ไม่ใช่... ถ้ำโอสถร้อยเซียนของนางในดินแดนเซียนโบราณ ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในสมองดั่งสายน้ำทะลัก หลินหว่านเจ้าของร่างเดิม เป็นเพียงเด็กสาวชาวนาในยุคพันเก้าร้อยเจ็ดสิบ ที่ถูกตระกูลจางซื้อตัวมาแต่งงานกับ "จางหยาง" ลูกชายคนรองที่ถูกส่งไปเป็นทหาร เพื่อหวังเงินค่าสินสอดมาจุนเจือครอบครัว ทว่าเมื่อสามีไม่อยู่ นางกลับต้องตกเป็นทาสรับใช้รองมือรองเท้าของคนทั้งบ้าน ถูกโขกสับสารพัด จนกระทั่งเมื่อครู่ นางถูกแม่สามีผลักล้มหัวกระแทกพื้นจนสิ้นลมหายใจไปแล้ว... และถูกแทนที่ด้วยดวงวิญญาณของปรมาจารย์โอสถแห่งดินแดนเซียนผู้เกรียงไกร ที่บรรลุคัมภีร์สวรรค์ขั้นสูงสุดก่อนจะเกิดภัยพิบัติทางทัณฑ์สวรรค์ หลินหว่านค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น สายตาที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัว บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น คมกริบ และเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันที่ทำเอาผู้มองถึงกับผงะ จางซื่อชะงักไปชั่วขณะ นางรู้สึกราวกับว่านังสะใภ้รองผู้นี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดวงตากู่นั้น... มันช่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าสุนัขป่าในฤดูหนาวเสียอีก "มองหน้าข้าเรอะ! นังสารเลว กล้าดีอย่างไรถึง..." จางซื่อเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนให้หายแค้น *เพียะ!* เสียงตบดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ใช่เสียงเนื้อกระทบเนื้อของหลินหว่าน แต่เป็นมือเรียวบางที่คว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้แน่น ก่อนจะสะบัดออกอย่างไม่ใยดี แรงปะทะทำเอาแม่สามีร่างท้วมเซถอยหลังไปหลายก้าวเกือบจะล้มคะมำ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเก็บฟืนชั่วขณะ จางซื่อเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ปนเปกับความโกรธเกรี้ยวจนหน้าดำหน้าแดง "แก... แกกล้าดียังไงมาตีฉัน! นังลูกสะใภ้อกตัญญู!" จางซื่อแผดเสียงแหลมจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "วันนี้นอกจากแกจะต้องซักผ้ากองนี้แล้ว แกจะไม่ได้กินข้าวแม้แต่เม็ดเดียว! อยู่บ้านฉัน แกต้องก้มหัวให้ฉันจำไว้!" หลินหว่านลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างนี้จะผอมแห้งและขาดสารอาหาร แต่วิญญาณที่อยู่ข้างในคือผู้ปรุงโอสถระดับปรมาจารย์ นางปัดเศษฟางออกจากเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ปะชุนอย่างไม่แยแส มุมปากยกยิ้มเยาะหยันที่ฉาบด้วยความเย็นชา "ก้มหัวให้ท่านงั้นหรือ?" หลินหว่านกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลังจนจางซื่อถึงกับขนลุกซู่ "ท่านมีบุญคุณอะไรกับข้า ข้าวสักมื้อ น้ำสักหยดที่ข้ากิน ล้วนมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของข้าที่หลังขดหลังแข็งทำนาตั้งแต่ตะวันออกจนตะวันตกดิน แต่สิ่งที่พวกท่านปฏิบัติกับข้า มันต่างอะไรกับสุนัขข้างถนน?" "ปากดีนักนะ! นังนี่มันคิดจะปีนขึ้นมาเหยียบหัวฉันแล้ว! ใครก็ได้ มาดูเร็วเข้า นังสะใภ้รองมันจะฆ่าแม่สามีแล้ว!" จางซื่อแกล้งร้องแรกแหกกระเชิงโวยวายลั่นบ้าน เพื่อเรียกให้คนในครอบครัวมารุมประชาทัณฑ์ ไม่นานนัก ฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ก้าวเข้ามาในลานบ้าน สะใภ้ใหญ่หลิวซื่อ และลูกสาวคนเล็กจางซิ่วอิน เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย้ยหยันและเตรียมพร้อมจะซرมเติม "เกิดอะไรขึ้นแม่?" หลิวซื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด "นังนี่มันสร้างเรื่องอีกแล้วใช่ไหม? ฉันบอกแล้วว่าเก็บไว้ก็รกบ้าน สู้ขายต่อไปให้ไอ้แก่หัวล้านหมู่บ้านข้างๆ ยังได้เงินมากำนัลตั้งหลายหยวน" จางซิ่วอินพยักหน้ารับสนับสนุน "ใช่ค่ะพี่สะใภ้ใหญ่ ดูมันทำหน้าทำตาเข้าสิ สมควรโดนตีให้ตายเสียให้เข็ด" หลินหว่านกวาดสายตามองคนทั้งสามด้วยแววตาเหยียดหยัน ตระกูลจางนี้สูบเลือดสูบเนื้อร่างเดิมมานานเกินไปแล้ว บัญชีหนี้แค้นนี้ นางจะค่อยๆ คิดดอกเบี้ยทีละคนอย่างสาสม! ทันใดนั้นเอง มิติฟาร์มในห้วงจิตวิญญาณของหลินหว่านก็สั่นไหวเบาๆ พลังงานปราณทิพย์บริสุทธิ์ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายที่อ่อนแอ ฟื้นฟูเส้นชีพจรและพละกำลังให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ในพื้นที่มิติของนาง มีทั้งสมุนไพรวิเศษ บ่อน้ำทิพย์ร้อยโอสถ และตำราแพทย์แผนโบราณครบครัน การจะจัดการกับคนพวกนี้ เป็นเรื่องง่ายเสียยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ แต่ก่อนที่จะได้เปิดฉากสั่งสอนคนพวกนี้ให้รู้สำนึก เสียงฝีเท้าหนักแน่นทรงพลังคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูรั้ว พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน?" ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเก่าคร่ำคร่าแต่สะอาดสะอ้าน ก้าวเข้ามาในลานบ้าน ใบหน้าคมคายดุดันราวกับถูกแกะสลักจากหินผา ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพของหลินหว่านที่มีร่องรอยฟกช้ำ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของแม่สามีและพี่สะใภ้ จางหยาง... สามีที่แต่งงานกันแล้วถูกส่งตัวกลับกองทัพทันที ปรากฏตัวขึ้นแล้วในวินาทีที่วิกฤตที่สุด! จางซื่อหน้าถอดสี รีบเปลี่ยนท่าทีเป็นบีบน้ำตาฟ้องทันที "จางหยาง! ลูกกลับมาก็ดีแล้ว ดูซิ! นังสะใภ้รองนี่มันกล้าทำร้ายแม่! มันไม่อยากอยู่ในบ้านนี้แล้ว ลูกต้องสั่งสอนมัน!" จางหยางไม่แม้แต่จะชายตามองมารดา ร่างสูงก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหาหลินหว่านที่ยืนนิ่งอยู่ ดวงตาคู่คมจ้องมองภรรยาที่ตนจำใจแต่งตามคำสั่งแม่ด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะที่รอยแผลบริเวณหัวไหล่ของนาง หลินหว่านถอยหลังหลบเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยหรี่ลงพินิจพิเคราะห์สามีในนามผู้นี้ ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างสูงก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือนางไว้แน่น พลางหันไปมองหน้าคนในครอบครัวด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ "ใครเป็นคนทำรอยพวกนี้... บนตัวเมียฉัน?" กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ พร้อมกับหัวใจของหลินหว่านที่กระตุกวูบอย่างไม่คาดคิด -------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อย่างเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%