สถาปนิกไร้เงา กับอดีตที่เขาสั่งลบ•ตอนที่ 2

อิสระที่แลกด้วยน้ำตา

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงปากกาหมึกซึมราคาแพงที่รอยตวัดตัวอักษรลงบนกระดาษดูเฉียบคมราวกับใบมีดบาดลึก กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราที่ตั้งตระหง่านอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง รณภพวางปากกาด้ามนั้นลงอย่างแผ่วเบา หากแต่จังหวะที่มันกระทบกับพื้นโต๊ะหินอ่อนกลับดังก้องในโสตประสาทของพรรณนิภา ราวกับเสียงตัดสินประหารชีวิตที่เธอเป็นคนเลือกทางเดินให้ตัวเอง “เซ็นชื่อคุณลงไป แล้วทุกอย่างจะจบลง... ตามที่คุณต้องการ” เสียงของรณภพราบเรียบ เย็นชาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เขาไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาของเขายังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยกราฟฟิกการออกแบบอาคารที่ดูไร้หัวใจ ไม่ต่างจากตัวผู้สร้างมันขึ้นมา พรรณนิภาจ้องมองแผ่นกระดาษตรงหน้า ใบหย่าที่เธอรอคอยมาตลอดสามปีนับตั้งแต่วันที่ความสัมพันธ์ของเรากลายเป็นเพียง ‘เครื่องประดับ’ ที่ประดับไว้ให้คนในสังคมชื่นชม หัวใจของเธอไม่ได้สั่นไหวด้วยความเสียใจ แต่มันเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงกว่าครั้งไหนๆ มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบปากกา ความรู้สึกอุ่นวาบที่หน้าท้องใต้ชุดเดรสตัดเย็บประณีตทำให้นิ้วของเธอชะงักไปครู่หนึ่ง... *‘ลูกคะ... แม่กำลังจะมอบอิสระให้ตัวเอง และปกป้องอนาคตของลูกจากผู้ชายคนนี้’* เธอรำพึงในใจ “เซ็นเสียทีพรรณนิภา อย่าลีลาให้ผมต้องเสียเวลา” รณภพละสายตาจากหน้าจอมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรำคาญ “ผมมีประชุมต่อ และผมมั่นใจว่าคุณเองก็คงไม่อยากหายใจอยู่ในห้องนี้ร่วมกับผมอีกต่อไป” พรรณนิภาเงยหน้าขึ้น สบสายตาคมกริบของเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ซ่อนความขมขื่นเอาไว้ได้อย่างมิดชิด “คุณพูดถูกค่ะรณภพ การหายใจร่วมกับคนที่ไม่เคยแม้แต่จะหันมามองว่าอากาศข้างในมันขาดแคลนแค่ไหน... มันเหนื่อยเกินไปสำหรับฉัน” เธอตวัดปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็วและหนักแน่น ก่อนจะดันกระดาษแผ่นนั้นคืนให้เขา รณภพรับมันไปโดยไม่ใส่ใจจะตรวจสอบความถูกต้อง เขาเพียงแค่คว้ามันใส่ซองเอกสารแล้วโยนไปที่มุมโต๊ะ ราวกับมันคือขยะชิ้นหนึ่งที่ต้องกำจัดทิ้ง “หวังว่าหลังจากวันนี้ คุณจะไม่กลับมาเรียกร้องอะไรจากผมอีก” เขากล่าวพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทราคาแพงให้เข้าที่ “ชีวิตของคุณหลังจากนี้ จะดีหรือร้าย... ผมไม่สนใจ” “แน่นอนค่ะ” พรรณนิภายืนขึ้นบ้าง เธอหยิบกระเป๋าถือขึ้นมา จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย “ฉันขอบคุณคุณด้วยซ้ำ ที่ทำให้ฉันเห็นว่า การไร้เงาของคุณ... มันทำให้ฉันเปล่งประกายได้มากแค่ไหน” รณภพชะงักไปเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วมองหญิงสาวที่วันนี้ดูเปลี่ยนไป ราวกับเธอเพิ่งปลดพันธนาการหนักอึ้งที่เคยแบกไว้ แต่ก่อนที่เขาจะได้โต้ตอบอะไร เสียงเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าของพรรณนิภาก็ดังขึ้นอีกครั้ง มันเป็นเสียงแจ้งเตือนที่เธอตั้งค่าไว้เป็นพิเศษสำหรับ ‘ข้อความ’ บางอย่างที่เธอเพิ่งได้รับก่อนหน้านี้ พรรณนิภารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในกระเป๋า หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อนึกถึงเนื้อหาในข้อความ—ภาพใบรับรองแพทย์และผลตรวจดีเอ็นเอของเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของรณภพไปตลอดกาล “มีอะไรหรือเปล่า?” รณภพถามด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ยหยัน “หรือว่าเสียดายอิสระที่เพิ่งแลกไปแล้ว?” “เปล่าหรอกค่ะ” พรรณนิภาตอบพลางหยิบโทรศัพท์ออกมา เธอทำมันหลุดมือด้วยความตั้งใจ หน้าจอโทรศัพท์ร่วงลงสู่พื้นพรมหนานุ่มพอดีกับจังหวะที่รณภพเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาใกล้พอดี “ซุ่มซ่าม” เขาบ่นอุบพร้อมก้มตัวลงหมายจะหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นให้ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นสุภาพบุรุษที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด แต่ในวินาทีที่มือของเขาสัมผัสหน้าจอ ผลตรวจดีเอ็นเอที่ยังคงค้างอยู่ในแอปพลิเคชันสนทนาก็ปรากฏชัดต่อสายตา รณภพชะงักค้าง แสงสีฟ้าจากหน้าจอส่องกระทบใบหน้าที่ซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาสั่นระริกเมื่อไล่อ่านตัวอักษรที่ระบุถึงความเป็นบิดาของเด็กชายคนหนึ่ง “นี่มัน... หมายความว่ายังไง” เสียงของเขาสั่นพร่า ไม่เหลือเค้าความเย็นชา “พรรณนิภา... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ใครคือเด็กคนนี้!” พรรณนิภาไม่ตอบ เธอเพียงแค่นั่งลงยองๆ ข้างเขา มองภาพชายที่เคยหยิ่งผยองด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับกำลังมองคนแปลกหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์คืนมา “เด็กคนนี้... คือคนที่คุณไม่มีวันได้รู้จัก และเป็นคนที่คุณไม่มีวันมีสิทธิ์ครอบครอง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่มืออีกข้างวางลงบนหน้าท้องที่ยังแบนราบด้วยสัญชาตญาณปกป้อง “และที่สำคัญ... เรื่องในวันนี้ยังไม่จบแค่ใบหย่าหรอกนะคะ” พรรณนิภาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทิ้งให้รณภพนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นห้องทำงานของเขาเอง ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมไปทั่วห้อง จนกระทั่งเสียงสั่นเตือนดังขึ้นอีกครั้งจากโทรศัพท์ของรณภพ เป็นข้อความแจ้งเตือนรูปถ่ายใหม่ที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา... เป็นภาพถ่ายของเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าเหมือนเขาถอดแบบออกมาไม่มีผิดเพี้ยน! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่ของพรรณนิภานะคะ หวังว่าทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้กระจกเงาสะท้อนใจจนถึงตอนสุดท้ายค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับอดีตที่เขาสั่งลบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%