สถาปนิกไร้เงา กับอดีตที่เขาสั่งลบ•ตอนที่ 1

รอยร้าวในพิมพ์เขียว

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
“ถ้าการหย่าเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้คุณเซ็นชื่อลงในเอกสารอนุมัติงบปรับปรุงโครงการ... ฉันก็พร้อมจะหย่าให้ตอนนี้เลยค่ะ คุณรณภพ” น้ำเสียงของพรรณนิภานิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชาคาเมลในห้องรับแขกของเรือนหอหลังใหญ่ ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเธอเคยเชื่อว่ามันคือวิมานบนดินที่เธอร่วมกันออกแบบโครงสร้างทุกตารางนิ้วด้วยหยาดเหงื่อและความรัก ทว่าในค่ำคืนนี้—คืนครบรอบแต่งงานปีที่แปด—วิมานหลังนั้นกลับกลายเป็นกรงขังที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการทรยศ รณภพ สามีผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ ยืนค้ำหัวเธออยู่เบื้องหน้า เขาอยู่ในชุดสูทสีเข้มที่ยับยู่ยี่เล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายฉายแววเย้ยหยันและถือดีตามนิสัย พลางปรายตามองเอกสารข้อตกลงการหย่าที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกใสราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า “เธอคิดว่าตัวเองมีสิทธิมาต่อรองอะไรกับฉันเหรอ พรรณนิภา?” รณภพหัวנסในลำคอ เสียงหัวهเราะแหבריบแห้งและเย็นชาจนน่าขนลุก “เธอเป็นแค่สถาปนิกไร้ชื่อเสียงที่อาศัยบารมีนามสกุลของฉันเชิดหน้าชูตาในสังคม การเซ็นใบหย่าให้เธอมันง่ายยิ่งกว่าดีดนิ้วเสียอีก แต่ตราบใดที่โครงการ ‘เดอะ แกรนด์ เรสซิเดนซ์’ ยังอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทเธอก็ต้องก้มหน้ารับสภาพสถาปนิกไร้เงาที่คอยปิดทองหลังพระให้ฉันต่อไปจนกว่างานจะจบ” พรรณนิภาไม่สะท้านต่อคำดูถูกเหยียดหยามนั้น เธอยังคงรักษาความสง่างามไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าหัวใจข้างในจะแหลกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดีแล้วก็ตาม แววตาคู่คมใต้กรอบแว่นสายตาบางเฉียบจ้องมองตรงไปยังดวงตาคู่คมของสามีอย่างไร้ความหวาดกลัว แปّบ... เสียงฝีเท้าเบาหวิวของรองเท้าส้นสูงดังมาจากโถงทางเดินชั้นบน ขัดจังหวะบรรยากาศตึงเครียดในห้องรับแขก รณภพชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันบนมุมปากจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่จงใจแสดงออกเพื่อกดให้พรรณนิภาต่ำลงไปอีก หญิงสาวแปลกหน้าในชุดนอนผ้าไหมสีแดงเพลิงก้าวเดินลงมาอย่างถือวิสาสะ เธอปัดป่ายมือเรียวยาวไปตามราวบันไดไม้สักทอง—ราวบันไดเดียวกับที่พรรณนิภาเคยยืนยิ้มแย้มต้อนรับรณภพกลับบ้านในวันแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่ “คุณภพขา เสียงดังอะไรกันคะ ชั้นบนหนូแทบไม่ได้นอนเลย” เสียงหวานหยดย้อยเอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินตรงดิ่งเข้ามาคลอเคลียต้นแขนของรณภพอย่างสนิทสนม ราวกับลืมไปว่าเจ้าของบ้านตัวจริงกำลังนั่งมองการกระทำระยำตำรั่วนี้ด้วยสายตาเช่นไร พรรณนิภาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเธอที่เกือบจะเท่ากับรณภพทำให้เธอไม่ต้องแหงนมองผู้ชายคนนี้อีกต่อไป ความเปราะบางและอ่อนแอในอดีตถูกหลอมรวมใหม่ด้วยไฟแห่งความเจ็บปวดจนกลายเป็นความแข็งแกร่งอันเยือกเย็น เธอกวาดตามองหญิงสาวผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเรียเฉย ทว่ากลับทำให้ผู้หญิงคนนั้นถึงกับหุบยิ้มและถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ “เชิญตามสบายนะคะ” พรรณนิภาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนรณภพต้องขมวดคิ้วมุ่น “เพราะต่อจากนี้... บ้านหลังนี้ ทรัพย์สินทุกชิ้น และแม้กระทั่งตัวคุณเอง รณภพ คุณไม่มีสิทธิ์เอาอะไรมาแลกเปลี่ยนกับศักดิ์ศรีของฉันอีกแล้ว” “พรรณนิภา หมายความว่ายังไง?” รณภพถามเสียงเข้ม ความไม่สบายใจบางอย่างเริ่มตีรวนขึ้นในอกอย่างหาสเหตุผลไม่ได้ เมื่อเห็นรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของอดีตภรรยา—รอยยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดแปดปีที่ผ่านมา “หมายความว่า ใบหย่าฉบับนั้น ฉันเซ็นชื่อลงไปเรียบร้อยแล้วค่ะ” พรรณนิภาชี้ไปที่เอกสารบนโต๊ะ ซึ่งมีลายเซ็นตวัดอย่างเฉียบคมด้วยหมึกสีดำสนิท “ส่วนเรื่องโครงการเดอะ แกรนด์ เรสซิเดนซ์ ฉันได้ส่งมอบแบบแปลนทั้งหมดให้ทางคณะกรรมการบริหารของกลุ่มทุนใหญ่คู่แข่งของคุณไปหมดแล้วเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา... และพวกเขาก็พร้อมจะเซ็นสัญญากับบริษัทอิสระของฉันในวันพรุ่งนี้” สีหน้าของรณภพเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในทันที ดวงตาทอประกายความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン “เธอ... เธอหักหลังฉัน พรรณนิภา! เธอเอาข้อมูลบริษัทไปให้คู่แข่งได้อย่างไร!” “ฉันไม่ได้หักหลังคุณค่ะรณภพ... ฉันแค่ทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของฉันตั้งนานแล้วต่างหาก” พรรณนิภากล่าวตอกกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น เธอหยิบกระเป๋าหนังดีไซน์เรียบหรูขึ้นมาคล้องไหล่ “จำไว้นะคะ ว่าสถาปนิกที่ชื่อพรรณนิภาคนนี้ ไม่เคยมีเงาให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว” เธอก้าวเดินผ่านสามีและผู้หญิงคนนั้นไปอย่างไม่ลังเล เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะมั่นคง สะท้อนก้องกังวานไปทั่วโถงบ้านราวกับเสียงประกาศอิสรภาพ ประตูบ้านบานใหญ่ถูกผลักเปิดออก ปล่อยให้สายลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าหนcาที่เชิดขึ้นอย่างสง่างาม ทิ้งให้รณภพยืนแข็งค้างอยู่กับความพินาศที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง รถยนต์คันหรูสีดำสนิทจอดรออยู่หน้าประตูรั้ว พรรณนิภาก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลัง ที่ซึ่งเด็กชายวัยเจ็ดขวบคนหนึ่งกำลังนอนหลับพับคออยู่บนตักของพี่เลี้ยง ใบหน้าเล็กๆ นั้นถอดแบบมาจากรณภพราวกับพิมพ์เดียวกัน—ทั้งสันจมูกโด่งรั้น คิ้วหนาเข้ม และริมฝีปากหยักลึก พรรณนิภาเอื้อมมือไปปัดปอยผมที่ปรกลงบนหน้าผากของเด็กชายด้วยความทะนุถนอม ดวงตาคู่สวยฉายแววรักลึกซึ้งและเด็ดเดี่ยว เธอรวบกอดร่างเล็กเข้ามาแนบอก พร้อมกับกระซิบแผ่วเบา “ไม่ต้องกลัวนะคะคนดีของแม่... เราเป็นอิสระแล้ว” ทว่า ในวินาทีที่รถกำลังจะเคลื่อนตัวออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของพรรณนิภาก็สั่นเตือนขึ้นมาหน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปลอม พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาในแอปพลิเคชันสนทนา... เป็นภาพถ่ายใบนัดหมายแพทย์และผลตรวจดีเอ็นเอของเด็กชายวัยเจ็ดขวบ ที่ถูกระบุชื่อบิดาไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นใครบางคน... คนที่รณภพไม่มีวันคาดคิดว่าจะมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความเจ็บปวดไปพร้อมกับพรรณนิภานะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับอดีตที่เขาสั่งลบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%