ดันเจี้ยนเดือดระอุ เมื่อเชฟเลเวล MAX ต้องสยบกระเพาะอาจารย์สาวสายดาร์ก•ตอนที่ 14

สงครามประมูลวัตถุดิบ

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
"ดับไฟซะเดี๋ยวนี้!" เสียงกระซิบของเซร่าสั่นเครือเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวที่ปกติมักจะร่ายเวทมนตร์ทำลายล้างได้อย่างเยือกเย็น กลับจิกเข้าที่ชายเสื้อของผมแน่นจนเนื้อผ้าขึ้นรอยยับ ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววหยิ่งทะนง บัดนี้กลับกวาดมองไปรอบห้องพักแรมชั่วคราวด้วยความระแวดระวัง ไอความร้อนจากเตาเวทมนตร์ระดับกลางยังคงคุกรุ่น กลิ่นหอมหวานของน้ำซุปกระดูกมังกรพสุธาที่เคี่ยวจนงวดผสานเข้ากับกลิ่นหอมฉุนของพริกไทยดำดันเจี้ยนลอยอวลไปทั่วห้อง มันคือกลิ่นที่ยั่วยวนเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตใดในรัศมีสิบกิโลเมตรจะเมินเฉยได้... และนั่นคือปัญหา "สายเกินไปแล้วครับอาจารย์เซร่า" ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มือขวาไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แต่กลับถือทัพพีไม้คนน้ำซุปอย่างใจเย็น ดวงตาภายใต้กรอบแว่นกวาดมองหน้าต่างกระจกเวทมนตร์ที่เริ่มสั่นสะเทือนจากแรงสั่นสะเทือนภายนอก "กลิ่นระดับนี้ กระจายตัวเร็วกว่าเวทตรวจจับของกิลด์ฮันเตอร์เสียอีกครับ" *กึก... กึก... โครม!* ผนังหินแกรนิตของโรงเตี๊ยมใต้ดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงกดดันระดับมานาคลาส A แผ่ซ่านเข้ามาทางช่องลมจนเปลวไฟในเตาถึงกับกะพริบวูบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาไม่ได้เดินมาด้วยความเร่งรีบ ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างความอึดอัดให้แก่อากาศโดยรอบจนปอดแทบ ประตูไม้สักหนาถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี เศษฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาตามวงกบ ร่างของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมขนสัตว์สีดำสนิท ใบหน้าครึ่งซีกสวมหน้ากากเหล็กกล้าไร้สนิม ดวงตาคู่คมกริบสีอำพันกวาดมองเข้ามาในห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่หม้อซุปตรงหน้าผม "ฮึ..." เสียงหัวe-เราะในลำคอของชายคนนั้นดังขึ้นอย่างดูแคลน "ข้าก็นึกว่านักเวทที่ไหนแอบปรุงยาพิษสะกดวิญญาณ ที่แท้ก็เป็นแค่พ่อค้าเร่ร่อนกระจอกๆ ที่ใช้วิธีสกปรกดึงดูดความสนใจด้วยกลิ่นอาหารสินะ" บารอน 'โวล์ฟการ์ด' ฮันเตอร์อิสระระดับ S ผู้ทรงอิทธิพลแห่งตลาดมืดชั้นที่ 14 ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายเลือดและสนามรบติดตัวเขามาอย่างหนาแน่น สมกับฉายา 'หมาป่ากระหายเลือด' ที่ฆ่ามอนสเตอร์ระดับบอสด้วยมือเปล่า เซร่าก้าวเข้ามาขวางหน้าผมไว้โดยสัญชาตญาณ มานาสีครามเข้มเริ่มหมุนวนรอบตัวเธอราวกับพายุหมุนขนาดจิ๋ว "ถอยไปซะ โวล์ฟการ์ด ที่นี่ไม่ใช่เขตล่าสัตว์ของแก" โวล์ฟการ์ดเหลือบมองอาจารย์สาวแวบหนึ่ง มุมปากหยักยิ้มเหยียด "โอ้... ท่านอาจารย์เซร่าผู้เลอโฉมแห่งสถาบันเวทมนตร์หลวง ไหงมาตกต่ำถึงขั้นยืนน้ำลายสออยู่ข้างเตาหม้อดินของพ่อค้าเร่ร่อนแบบนี้ล่ะครับ หรือว่าคำสาปหิวโหยของท่านมันกำเริบจนต้องยอมลดตัวมาขอเศษอาหารกิน?" คำพูดนั้นจี้เข้าจุดดำมืดของเซร่าพอดี ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย กำปั้นที่กำไว้แน่นจนสั่นเทา หากไม่ใช่เพราะเรี่ยวแรงถูกบั่นทอนด้วยคำสาป โวล์ฟการ์ดคงไม่มีโอกาสได้ยืนพูดจาเย้ยหยันเช่นนี้ ผมวางทัพพีลงบนโต๊ะไม้ เสียงไม้กระทบผิวโต๊ะดัง *ก๊อก* เบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามอง "ยินดีต้อนรับสู่ร้าน 'ครัวลับดันเจี้ยน' ครับคุณลูกค้า" ผมแย้มยิ้มสุภาพตามวิสัยพ่อค้าผู้รักสงบ แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดด้วยมีดสั้นได้ก็ตาม "ดูท่าทางท่านจะสนใจ 'ซุปกระดูกมังกรตุ๋นยาจีน' หม้อนี้สินะครับ น่าเสียดาย... อาหารชุดนี้มีเจ้าของแล้ว และต่อให้ท่านมีเงินทองมากแค่ไหน ถ้าไม่มี 'บัตรคิว' ผมก็ทำให้ทานไม่ได้หรอกครับ" รอยยิ้มบนใบหน้าของโวล์ฟการ์ดแข็งค้าง ดวงตาสีอำพันหรี่แคบลงอย่างอันตราย "แกกล้าดียังไงมาพูดจากวนประสาทกับข้า? รู้ไหมว่าวัตถุดิบชิ้นนี้... 'กระดูกสันหลังของดรากูลอน' ที่แกเอามาทำซุปเนี่ย ฉันเป็นคนไล่ล่ามันมาสามวันสามคืนจนได้มาครอบครอง แต่ดันทำตกหายระหว่างทางหนีฝูงกอปลินซอมบี้!" อ่า... อย่างนี้นี่เอง ระบบหน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของผมทันที [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบข้อพิพาทความเป็นเจ้าของวัตถุดิบระดับ SSS] [รายละเอียด: วัตถุดิบ 'กระดูกสันหลังดรากูลอนอัคคี' ถูกจัดอยู่ในประเภททรัพย์สินสูญหายของฮันเตอร์โวล์ฟการ์ด] [เงื่อนไขการแก้ไขปัญหา: 1. คืนวัตถุดิบโดยไม่มีเงื่อนไข (ความสัมพันธ์กับตัวละครลดลงถึงขีดสุด) 2. เจรจาต่อรองด้วยการแข่งขัน 'การประมูลแลกเปลี่ยน' เพื่อแย่งชิดสิทธิ์ขาดในการครอบครองอาหารชุดนี้] ผมเหลือบมองหน้าจอระบบครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับโวล์ฟการ์ดด้วยแววตานิ่งสงบ "ในเมื่อมันเป็นของที่ท่านทำตกหาย และบังเอิญตกลงมาในพื้นที่รับผิดชอบของร้านผมตามกฎหมายการเก็บบนซากดันเจี้ยน..." ผมเว้นจังหวะเล็กน้อย หยิบผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดมืออย่างใจเย็น "ทางเราย่อมมีสิทธิ์ในการแปรรูปมันเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มครับ" "แกอยากตายนักใช่ไหมไอ้เด็กเวร!" โวล์ฟการ์ดคำรามในลำคอ แรงดันมานาพุ่งทะยานจนข้าวของบนโต๊ะสั่นสะเทือน เซร่าเตรียมร่ายเวทสวนกลับทันที ทว่าผมกลับยกมือขึ้นห้ามอาจารย์สาวไว้เบาๆ "ใจเย็นก่อนครับอาจารย์... การใช้กำลังในร้านอาหาร มันเสียมารยาททางธุรกิจนะครับ" ผมหันไปสบตากับฮันเตอร์รุ่นพี่ระดับ S โดยไม่สะทกสะทอง "ในเมื่อท่านอยากได้มันคืนนัก ทำไมเราไม่มาตัดสินกันด้วยวิธีของนักธุรกิจล่ะครับ?" "วิธีอะไรของแก?" โวล์ฟการ์ดเลิกคิ้วสูง "การประมูลครับ" ผมยิ้มกริ่ม "เนื่องจากซุปหม้อนี้ตุ๋นเสร็จสมบูรณ์แล้ว และมูลค่าของมันไม่ได้อยู่ที่กระดูกดิบๆ อีกต่อไป แต่มันอยู่ที่ 'ฝีมือการปรุง' ของผม ดังนั้น ถ้าท่านอยากได้ซุปหม้อนี้ หรืออยากได้สิทธิ์ในการซื้อวัตถุดิบชิ้นต่อไปที่ผมกำลังจะทำ... ท่านต้องชนะการประมูลครั้งนี้" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชั่วขณะ โวล์ฟการ์ดจ้องหน้าผมราวกับกำลังพิจารณาว่าผมเป็นคนสติไม่ดีหรือมีแผนการชั่วร้ายอะไรซ่อนอยู่ "ฮ่าๆๆๆๆ!" โวล์ฟการ์ดระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่นห้อง "ไอ้เด็กกะפֵרอ... แกกล้าท้าทาย 'โวล์ฟการ์ด' ผู้ครอบครองคลังสมบัติชั้นที่ 15 งั้นเหรอ? ได้! ถ้าเงินแกหนาพอ ก็ลองดูว่าแกจะเอาอะไรมาสู้กับทรัพย์สินทั้งชีวิตของข้า!" โวล์ฟการ์ดหยิบถุงเหรียญทองคำบริสุทธิ์ตราประทับกิลด์หลวงออกมาฟาดลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น *เคร้ง!* เหรียญทองคำประกายระยิบระยับนับร้อยเหรียญกองอยู่ตรงหน้า "หนึ่งพันเหรียญทอง! แลกกับซุปหม้อนั้น และหัวของแกถ้าข้าเกิดเปลี่ยนใจอยากเชือดทิ้ง!" โวล์ฟการ์ดประกาศกร้าว เซร่าหน้าถอดสีทันที หนึ่งพันเหรียญทองเป็นจำนวนเงินที่มากพอจะซื้อคฤหาสน์หรูในเมืองหลวงได้ทั้งหลัง การแข่งขันนี้ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับพ่อค้าเร่ร่อนธรรมดา ทว่า... ผมกลับยิ้มบางๆ ผมไม่ได้หยิบถุงเงินขึ้นมาสู้ ผมหยิบขวดแก้วคริสตัลขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวสีอำพันเรืองแสงอ่อนๆ ออกมาจากช่องเก็บของมิติ ออกมาวางเคียงข้างกองเหรียญทองของโวล์ฟการ์ด "เงินทองเป็นเพียงมายาครับคุณโวล์ฟการ์ด..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าก้องกังวาน "แต่สิ่งนี้... 'น้ำส้มสายชูหมักจากผลึกมานาโบราณ' ที่ผ่านการหมักบ่มมาสามร้อยปีในดันเจี้ยนชั้นลึก เป็นวัตถุดิบปรุงรสที่แม้แต่สภาฮันเตอร์ก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครอง" ดวงตาสีอำพันของโวล์ฟการ์ดเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากขวดแก้วนั้น "ฉันขอใช้สิ่งนี้... เป็นเดิมพันในการประมูลรอบแรกครับ" ผมเอ่ย พร้อมกับรอยยิ้มของพ่อค้าผู้ถือไพ่เหนือกว่าในมือ "เชิญเสนอราคามาได้เลยครับ..." บรรยากาศในห้องหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง โวล์ฟการ์ดยกมือขึ้นหมายจะคว้าขวดคริสตัล ทว่าจู่ๆ เสียงระฆังเตือนภัยระดับฉุกเฉินจากกิลด์ฮันเตอร์ก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วชั้นดันเจี้ยน พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่ทำให้พื้นห้องใต้ดินแยกตัวออกเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ *เปรี้ยง!* กำแพงหินด้านหลังร้านระเบิดออกเป็นจุล ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว พร้อมกับเงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ชั้นดินลึกนับร้อยเมตรค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น... ดวงตาสีแดงฉานคู่โตจ้องมองตรงมาที่หม้อซุปกระดูกมังกรด้วยความกระหายเลือดไม่แพ้มนุษย์ [ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: บอสลับแห่งชั้นที่ 14 'ราชันมังกรดินไร้พ่าย' ปรากฏตัวตามกลิ่นอาหาร!] [คำเตือน: เป้าหมายไม่ได้ต้องการแค่ขโมยวัตถุดิบ แต่มันต้องการ 'กิน' ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้รวมถึงตัวผู้เล่นด้วย!] ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนพ่อค้าคนนี้มาโดยตลอด แล้วเรามาลุ้นบทสรุปของมื้ออาหารมรณะนี้ไปพร้อมกันในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเจี้ยนเดือดระอุ เมื่อเชฟเลเวล MAX ต้องสยบกระเพาะอาจารย์สาวสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%