กลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งอวลอยู่ในโพรงจมูก เสื้อเชือกสีขาวราคาแพงของเรย์บัดนี้ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเมือกสีเขียวเรืองแสงจากซากกิ้งก่าเวทมนตร์ระดับ D ที่เพิ่งถูกสับเป็นชิ้นๆ ด้วยมีดทำครัวสแตนเลสสตีลธรรมดาๆ เล่มหนึ่ง
“ให้ตายสิ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย”
ชายหนุ่มสบถเบาๆ พลาดยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาผสมกับฝุ่นผงของหินแกรนิตในดันเจี้ยนชั้นที่สาม ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบกายอย่างพินิจพิเคราะห์ โครงสร้างของดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้มืดมิดน่ากลัวอย่างที่ตำราเรียนเวทมนตร์เคยกล่าวอ้าง ผนังถ้ำกลับมีผลึกมานาสีฟ้าครามระยิบระยับให้แสงสว่างเพียงพอ ทว่าสิ่งที่ทำให้เรย์ต้องขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นบนหน้าผากแทบจะผูกกันเป็นปม คือเสียงกริ่งโลหะใสๆ ที่ดังขึ้นในหัวสมองของเขามาตลอดสามชั่วโมงเต็ม
*[ติ๊ง! ยืนยันการเชื่อมต่อระบบ ‘เชฟทะลุมิติ’ เสร็จสิ้น 100%]*
*[ตรวจพบโฮสติ้ง: เรย์ อดีตเชฟกระทะเหล็กมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 21]*
*[สถานะปัจจุบัน: หิวโหย, ไร้พลังมานา, ติดอยู่ในดันเจี้ยนเขาวงกตอสูรคลั่ง]*
*[ภารกิจเริ่มแรก: เปิดร้านอาหารชั่วคราวในพื้นที่ปลอดภัยระดับ F และทำยอดขายให้ได้ 10 ทองแดงภายใน 1 ชั่วโมง มิฉะนั้น ระบบจะทำการย่อยสลายกระเพาะอาหารของโฮสต์เพื่อใช้เป็นพลังงานสำรอง]*
“ย่อยสลายกระเพาะอาหาร? ระบบบ้าบออะไรเนี่ย ร่างกายมนุษย์นะเว้ย ไม่ใช่เศษผักในตู้เย็น!”
เรย์แค่น หัวเราะในลำคออย่างเหลืออด เขาคือนักปรุงอาหารผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับความสมบูรณ์แบบของรสชาติ ไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากหัวใจวายคาเคาน์เตอร์ครัวเพราะความเครียดสะสม เขาจะตื่นขึ้นมาในต่างโลก พร้อมกับระบบร้านอาหารสุดประหลาดที่ดูเหมือนจะพยายามฆ่าเขาทางอ้อมเสียมากกว่า
ทว่า ในฐานะอดีตเชฟที่เคยผ่านศึกห้องครัวระดับมิชลินสตาร์มาอย่างโชกโชน เรย์ถูกฝึกมาให้รับมือกับความกดดันมหาศาล สติสัมปชัญญะของเขาไม่ได้ตื่นตระหนก แต่กลับทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อประเมินสถานการณ์
เขาก้มลงมองซากกิ้งก่าหางหนามที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น หางของมันถูกตัดขาดด้วยคมมีดอย่างแม่นยำ เนื้อส่วนโคนหางมีความหนาและมีไขมันแทรกเล็กน้อย คล้ายคลึงกับเนื้อสันในของลูกวัวป่า เพียงแต่มีต่อมพิษสีม่วงเข้มอยู่บริเวณใกล้กระดูกสันหลัง หากเป็นคนทั่วไปคงมองว่ามันคือซากอสูรไร้ค่าที่เต็มไปด้วยสารพิษ แต่สำหรับสายตาของเชฟเลเวล MAX แล้ว... นี่คือวัตถุดิบเกรดพรีเมียมที่รอการแปรรูป
“ต่อมพิษมีกรดอ่อน ถ้าใช้ความร้อนสูงในเวลาที่เหมาะสมจะสลายตัวกลายเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลทราย ส่วนเนื้อ... ถ้าเอาไปย่างเกลือหิมาลายันกับกระเทียมดำ น่าจะพอกล้อมแกล้มให้ไอ้ระบบเวรนี่เลิกบ่นได้”
เรย์พึมพำกับตัวเอง มือเรียวยาวเริ่มจัดการแล่เนื้อกิ้งก่าอย่างคล่องแคล่วราวกับร่ายรำ ท่วงท่าทุกกระบวนการมีความนิ่งและแม่นยำไร้ที่ติ ไม่มีส่วนไหนสูญเปล่า แม้แต่หนังที่เหนียวหนา เขาก็ยังเก็บไว้เพื่อใช้ทำเป็นแผ่นกันความร้อน
*[โฮสต์แสดงทักษะ ‘แยกแยะวัตถุดิบระดับพระกาฬ’ ปลดล็อกสกิลติดตัว: ‘สายตาพ่อค้าผู้มองเห็นกำไร’]*
*[ท่านได้รับ: เนื้อหางกิ้งก่าเวทมนตร์คุณภาพปานกลาง (0.5 กิโลกรัม)]*
*[ระบบได้ทำการเนรมิต ‘เคาน์เตอร์ครัวเคลื่อนที่’ ให้แก่โฮสต์ เนื่องจากตรวจพบพื้นที่เหมาะสมบริเวณทางแยกของชั้นที่สาม]*
พึ่บ!
ประกายแสงสีทองอ่อนๆ พุ่งออกมาจากความว่างเปล่า ก่อนจะปรากฏเป็นรถเข็นไม้เนื้อแข็งสีเข้มที่มีล้อเลื่อนโลหะส่งเสียงเอี๊ยดอาดเบาๆ บนพื้นหิน บนเคาน์เตอร์มีเตาถ่านเวทมนตร์ขนาดกะทัดรัดที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีฟ้าไร้ควัน พร้อมกับอุปกรณ์เครื่องปรุงพื้นฐานที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับยกห้องครัวจำลองมาไว้กลางดันเจี้ยนอสูร
เรย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยอมรับว่าความสะดวกสบายนี้รวดเร็วกว่าที่คิด เขาจัดการจุดไฟ ตั้งกระทะเหล็กหล่อให้ร้อนได้ที่ เสียงฉ่าเบาๆ ดังขึ้นทันทีที่ชิ้นเนื้อกิ้งก่าสัมผัสกับผิวกระทะที่เคลือบด้วยน้ำมันอสูรชั้นดี กลิ่นหอมฉุยของเนื้อย่างผสมผสานกับสมุนไพรป่าเริ่มกระจายตัวไปทั่วบริเวณความมืดมิดของดันเจี้ยน
ในโลกนี้ ฮันเตอร์ส่วนใหญ่กินอาหารเม็ดพลังงานหรือเนื้อแห้งแข็งๆ เพื่อประทังชีวิตระหว่างลงดันเจี้ยน ไม่มีใครคิดจะมานั่งทำอาหารกินจริงจังหรอก เพราะกลิ่นหอมของอาหารคือตัวดึงดูดชั้นดีให้ฝูงมอนสเตอร์แห่กันเข้ามาขย้ำ
และนั่นคือสิ่งที่เรย์กำลังคาดหวังอยู่พอดี
“ยิ่งกลิ่นหอมมากเท่าไหร่ ลูกค้ากระเป๋าหนักก็ยิ่งเดินเข้ามาหาเร็วยิ่งขึ้นเท่านั้น... จริงไหมครับ เจ้าของระบบ?” เรย์พูดพึมพำรอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
ท่ามกลางความเงียบงันของอุโมงค์หิน มีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งกำลังย่างกรายเข้ามาใกล้จุดที่รถเข็นตั้งอยู่ ฝีเท้าที่เต็มไปด้วยแรงกดดันอันมหาศาลจนทำให้ผลึกมานาบนผนังถึงกับสั่นไหว
เรย์ยังคงนิ่งสงบ เขากำลังใช้แปรงขนสัตว์ทาซอสสูตรพิเศษลงบนชิ้นเนื้อที่กำลังส่งเสียงเดือดปุดๆ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมอบอวลที่ทะลุทะลวงผ่านความอับชื้นของดันเจี้ยนไปไกลหลายร้อยเมตร
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงปากทางเข้าอุโมงค์ ร่างนั้นสูงโปร่งอยู่ในชุดคลุมสีดำสนิทที่ขาดวิ่นเล็กน้อยจากการต่อสู้ เส้นผมสีเงินยวงเปรอะเปื้อนฝุ่นควัน ดวงตาสองข้างคมปลาบราวกับใบมีดโกนจ้องเขม็งมาที่เตาไฟด้วยประกายแสงวาวโรจน์แห่งความหิวโหย
“กลิ่นนี่มัน... อะไรกัน”
เสียงหวานทุศกังวานเอ่ยขึ้นด้วยความระแวง ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับแห้งผากและสั่นเครือเล็กน้อย ร่างบางก้าวเข้ามาใกล้เรย์ทีละก้าวอย่างระมัดระวัง มือเรียวสวยกำด้ามดาบเวทมนตร์ที่เหน็บไว้ที่เอวแน่น พร้อมที่จะปลิดชีพใครก็ตามที่กล้าเล่นตลกในเขตอันตรายระดับ S นี้
เรย์เงยหน้าขึ้นจากกระทะ ดวงตาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความระแวงและร่องรอยความเหนื่อยล้าขั้นสุดยอด จากข้อมูลในหัวของเขาและเครื่องแบบที่หลงเหลืออยู่... หญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่ฮันเตอร์กระจอกงอกง่อยที่ไหน แต่เธอคือ เซร่า อาจารย์สาวผู้ทรงอิทธิพลแห่งสถาบันฮันเตอร์หลวง ผู้มีฉายาว่า ‘ดาบโลหิตไร้พ่าย’ และปัจจุบันกำลังตกอยู่ในภาวะคำสาป ‘ความหิวโหยนิรันดร์’ ที่แม้แต่ยารักษาขั้นสูงก็ยังไร้ผล
“ยินดีต้อนรับสู่ร้านอาหารมรณะครับคุณลูกค้า” เรย์ส่งยิ้มสุภาพเป็นกันเองให้เธอ พลาดยื่นจานกระเบื้องที่มีชิ้นเนื้อกิ้งก่าย่างราดซอสสีอำพันส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจออกไปข้างหน้า “รับ ‘สเต็กหางกิ้งก่าซอสสมุนไพรป่า’ สักจานไหมครับ? รับรองว่าอร่อยจนลืมทางกลับดันเจี้ยนแน่นอน”
เซร่าชะงักฝีเท้าลง ใบหน้าสวยคมฉายแววตื่นตะลึงระคนสงสัย เธอปรายตามองจานอาหารในมือของชายหนุ่มสลับกับใบหน้าที่เปื้อนเขม่าควันของเขา บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อปลายนิ้วเรียวของอาจารย์สาวเริ่มขยับเข้าใกล้ด้ามดาบมากขึ้นเรื่อยๆ
*[ติ๊ง! แจ้งเตือนด่วนจากระบบ: ตรวจพบเป้าหมายระดับอันตรายสูงสุด ‘เซร่า’ กำลังอยู่ในภาวะคลุ้มคลั่งเนื่องจากขาดสารอาหารมาเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ระดับความพึงพอใจของลูกค้า: 0%]*
*[เงื่อนไขพิเศษ: หากลูกค้าปฏิเสธการกินอาหารภายใน 1 นาที ดาบของเธอจะผ่าร่างโฮสต์ออกเป็นสองซีกทันที]*
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงประดับไว้อย่างมั่นคง เขารู้ดีว่าเดิมพันครั้งนี้สูงลิ่วเพียงใด
เซร่าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรับกลิ่นหอมที่ลอยเข้าจมูก ร่างกายที่เคยต่อต้านทุกสิ่งกลับสั่นสะเทือนด้วยความกระหายที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงจนควบคุมไม่อยู่ นัยน์ตาสีแดงฉานของเธอกวาดมองอาหารในจานด้วยความลังเลชั่วขณะ ก่อนจะเงยขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเรย์ด้วยความดุดดัน
“เจ้ากล้าดียังไง... ถึงเอาซากอมาตย์ชั้นต่ำมาให้ข้ากิน กล้าหาญมากนะไอ้พ่อค้าเร่”
เซร่าเค้นเสียงลอดไรฟัน ดาบในมือถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ประกายแสงสีเลือดแผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ทว่าในวินาทีนั้นเอง ท้องของอาจารย์สาวกลับส่งเสียงร้อง ‘โครก’ ดังสนั่นลั่นอุโมงค์อย่างน่าอาย
เรย์ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายังคงยืนพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นราวกับสะกดจิต
“ถ้าซากชั้นต่ำจานนี้ ทำให้ท่านอาจารย์ลืมความเจ็บปวดจากคำสาปได้... ลองชิมดูก่อนสักคำไหมครับ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะฆ่าผม หรือจะสั่งเพิ่มอีกจาน”
เซร่าชะงักค้างไปทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อความหอมของซอสกระแทกเข้าจมูกอย่างจังจนสมองขาวโพลน มือที่ถือดาบคลายแรงลงโดยไม่รู้ตัว
*[ติ๊ง! ตรวจพบสัญญาณชีพจรวิกฤตของลูกค้า... โฮสต์เตรียมรับมือกับแรงสั่นสะเทือนระดับ SSS จากการตัดสินใจครั้งนี้!]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเริ่มต้นนี้ และโปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ
ดันเจี้ยนเดือดระอุ เมื่อเชฟเลเวล MAX ต้องสยบกระเพาะอาจารย์สาวสายดาร์ก•ตอนที่ 1
ยินดีต้อนรับสู่ร้านอาหารมรณะ
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเจี้ยนเดือดระอุ เมื่อเชฟเลเวล MAX ต้องสยบกระเพาะอาจารย์สาวสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!