กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 5

กับดักความสัมพันธ์

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
“ถ้าคิดจะขโมยของมีคมจากคนตาย เธอน่าจะหัดเรียนรู้วิธีซ่อนชีพจรให้อยู่กว่านี้เสียก่อน, ริน” ปลายเหล็กเย็นเฉียบกดลึกลงไปอีกมิลลิเมตรจนผิวเนื้อบริเวณขมับขวาของรินชาด้าน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำและสนิมเหล็กจางๆ ลอยอวลปะปนอยู่ในความมืดสลัวของห้องควบคุมระบบนิรภัย รินไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมกริบของเธอเหลือบมองเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่เบื้องหน้า—ภาพของมินตราในชุดเดรสผ้าไหมสีนิลเข้ารูป ที่มือเรียวยาวข้างหนึ่งกำลังถือปืนพกติดกระบอกเก็บเสียงอย่างมั่นคง ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย หล่อนไม่ได้ดูตื่นตระหนก หรือแม้แต่โกรธเคือง มีเพียงความว่างเปล่าเย็นชาที่น่ากลัวกว่าความตาย รินเลือกที่จะหัวเราะ—เป็นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอที่แห้งผาก แต่มันไร้ซึ่งความหวาดกลัว “ถ้าฉันตั้งใจจะขโมยจริงๆ ป่านนี้คุณคงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าฉันตั้งแต่หน้าประตูห้องเซิร์ฟเวอร์แล้วล่ะ มินตรา” รินเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบแม้เหงื่อกาฬจะเม็ดเป้งไหลรินลงตามกรอบหน้า ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของพัดลมระบายอากาศในเซิร์ฟเวอร์หลักที่ดังแข่งกับจังหวะการเต้นของหัวใจ มินตราหรี่ตาลงเล็กน้อย แพขนตายาวทอดเงาทาบลงบนโหนกแก้มสูง ก่อนที่ริมฝีปากสีแดงก่ำราวกับกลีบกุหลาบอาบยาพิษจะเหยียดยิ้มขึ้นครึ่งหนึ่ง—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยคู่นั้นเลย ปลายกระบอกปืนค่อยๆ ผ่อนแรงกดลง มินตราลดอาวุธในมือลงอย่างช้าๆ ทว่าสายตายังคงจดจ้องร่างของนักสืบสาวไม่วางตา หล่อนก้าวเข้ามาประชิดจนรินได้กลิ่นอายความเย็นเยือกจากตัวอีกฝ่าย นิ้วเรียวเย็นเฉียบเอื้อมขึ้นมาแตะไล้ไปตามเส้นผมที่ชื้นเหงื่อของรินอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ปกเสื้อสูทที่ยับยู่ยี่จากการปีนป่ายระเบียงเมื่อครู่ “กล้าดีนี่… ที่ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อระบบรักษาความปลอดภัยของฉัน” มินตรากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยอาคมที่พร้อมจะรัดคอเหยื่อให้ขาดใจ “อยากรู้นักว่าใต้หน้ากาก ‘คนสนิท’ ที่เธอพยายามตีสนิทฉันมาตลอดสามสัปดาห์นี้ ริน… จริงๆ แล้วเธอซ่อนหน้ากากอีกกี่ชั้นไว้กันแน่?” “ฉันไม่ได้ซ่อนอะไรทั้งนั้น ฉันแค่… เบื่อที่จะต้องทนเห็นคนตายฟรีในปาร์ตี้รูมบ้าๆ ของคุณต่างหาก” รินหันกลับมาประชิดตัว ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของทายาทตระกูลดังอย่างไร้ความเกรงกลัว “เครื่องเซิร์ฟเวอร์รุ่นเก่าตัวนั้น… มันเชื่อมโยงกับคดีคนหายเมื่อห้าเดือนก่อนใช่ไหม? เด็กผู้หญิงที่ชื่อ ‘ดาหลา’ คนนั้น… เธอเคยยืนอยู่ตรงมุมห้องนี้ ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้รอยต่อ” ชื่อนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา มินตราสะดุดกึก ร่างระหงชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่รินจับสังเกตได้จากกล้ามเนื้อบริเวณกรามที่ขบเข้าหากันแน่น “เธอกล้ามากนะที่ขุดเรื่องของคนตายขึ้นมาพูดในเขตของฉัน” มินตราเสียงต่ำลง แววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเกรี้ยวกราดที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเยือกเย็น “คนที่ก้าวเข้ามาในโลกของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ตั้งคำถาม… นอกจากจะยอมก้มหัวแล้วรับใช้สิ่งที่ฉันต้องการ” “ถ้าการรับใช้มันหมายถึงการเป็นหุ่นเชิดให้คุณคอยควบคุม ฉันคงต้องปฏิเสธ” รินสวนกลับทันควัน หัวใจของเธอกำลังเต้นระทึกด้วยความตื่นตัว นี่คือจังหวะเวลาที่เปราะบางที่สุด—ก้าวพลาดเพียงนิดเดียว หมายถึงการถูกส่งลงไปนอนเคียงข้างเหยื่อรายก่อนหน้า แต่ถ้าถอยตอนนี้ ความลับเรื่องการตายของน้องสาวเธอก็จะถูกฝังกลบไปตลอดกาล รินตัดสินใจเสี่ยงเดิมพันครั้งใหญ่ เธอยกมือขึ้นทั้งสองข้างเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ร่างบางของมินตราอีกก้าว จนกระทั่งแผ่นอกของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งสองคนปะปนกันในอากาศที่เย็นยะเยือกของห้องควบคุม “แต่ถ้าการรับใช้… หมายถึงการเป็นคนเดียวที่รู้ว่าใต้ความเยệuสง่างามของคุณ มันมีความโดดเดี่ยวขนาดไหนซ่อนอยู่ล่ะ?” รินเอ่ยเสียงแผ่วเบา นัยน์ตาคู่คมฉายแวววาววับด้วยความท้าทายที่เจือความเย้ายวนอย่างประหลาด “ให้ฉันเป็นคนสนิทของคุณจริงๆ สิ มินตรา… ไม่ใช่แค่สายลับที่คอยจับผิด แต่เป็นคนที่พร้อมจะถือมีดเล่มเดียวกับคุณ—ยามที่ใครบางคนในตระกูลของคุณกำลังพยายามแทงข้างหลัง” มือของมินตราที่ถือปืนสั่นน้อยๆ เป็นครั้งแรก รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของหล่อน หล่อนหัวเราะในลำคอ—เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อชะตากรรมของมนุษย์ “เธอคิดว่าคำหวานกลวงๆ กับความกล้าบ้าบิ่นแค่นี้ จะทำให้ฉันไว้ใจผู้หญิงที่เข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ฐานข้อมูลลับของฉันได้งั้นเหรอ, ริน?” มินตราเอียงคอมอง ปลายกระบอกปืนถูกยกขึ้นมาแตะเบาๆ ที่กลางอกของริน บริเวณที่หัวใจกำลังเต้นโครมคราม “รู้ไหม… คนที่ฉลาดเกินไป มักจะอายุสั้นในปาร์ตี้รูมแห่งนี้” “แต่คนที่ระแวงจนไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เลย… จะต้องตายอย่างโดดเดี่ยวที่สุดในโลก” รินตอบกลับทันทีโดยไม่กะพริบตา มือเรียวของเธอเอื้อมออกไปอย่างอาจหาญ ปลายนิ้วสัมผัสลงบนหลังมือของมินตราที่กำลังกุมด้ามปืนไว้ แรงกดดันจากปลายกระบอกปินไม่ได้ทำให้รินถอยร่น แต่เธอกลับใช้ปลายนิ้วนั้นค่อยๆ ดันปากกระบอกปืนให้เบี่ยงออกจากตำแหน่งหัวใจของตนเองอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของหญิงสาวตรงหน้า ไม่มีใครยอมขยับเขยื้อน ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่ตัดกับความเย็นชาของห้องควบคุม กลิ่นกุหลาบดำและกลิ่นกายเฉพาะตัวของมินตราโชยเข้าจมูกจนรินเกือบลืมสติสัมปชัญญะ ขณะที่มินตราเองก็กำลังจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของนักสืบสาว ราวกับพยายามค้นหาความจริงจองก้นบึ้งหัวใจว่าสิ่งใดกันแน่คือแรงผลักดันให้ผู้หญิงคนนี้กล้าเอาชีวิตมาแขวนไว้บนเส้นด้าย “ถ้าเธออยากได้ความไว้วางใจจากฉันนัก…” มินตรากระซิบชิดริมฝีปากของริน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มสางจนเกิดกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง “พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ… ว่าเธอกล้าพอที่จะทิ้งทุกอย่างเบื้องหลัง เพื่อแลกกับการก้าวเข้ามาในนรกของฉัน” นิ้วมือของมินตราที่เคยกุมปืน เปลี่ยนเป็นการสอดประสานเข้ากับมือของรินที่จับข้อมือหล่อนอยู่ ความเย็นเยือกของผิวเนื้อปะทะกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นริ้ว มินตราหมุนตัวรินไปชนเข้ากับแผงควบคุมเซิร์ฟเวอร์ด้านหลังอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบ ร่างของรินถูกกักไว้ระหว่างแผงโลหะเย็นเฉียบกับร่างอ้อนแอ้นแต่ทรงพลังของทายาทตระกูลดัง หล่อนก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของริน น้ำเสียงพร่าสั่นและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย “ระบบฐานข้อมูลหลักกำลังจะทำการรีเซ็ตในอีกสามนาที… และรหัสผ่านชั้นที่สาม ถูกเก็บไว้ในที่ที่เธอคาดไม่ถึงที่สุด ถ้าเธอเก่งจริง และอยากรู้ความจริงเรื่องดาหลา… ไปเอามันมาสิ, ริน” มินตราผละตัวออกไปช้าๆ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าสวยเฉี่ยว ก่อนที่หล่อนจะกดปุ่มปลดล็อกประตูเซิร์ฟเวอร์สำรอง และก้าวถอยหลังหายเข้าไปในความมืดของทางเดินลับหลังชั้นวางหนังสือ ทิ้งให้รินยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่ลำพังท่ามกลางแสงไฟนีออนสีแดงฉานที่กะพริบเตือนถอยหลัง หน้าจอเซิร์ฟเวอร์หลักตรงหน้าของรินดับวูบลง ก่อนจะปรากฏตัวเลขดิจิทัลสีเลือดนับถอยหลัง: **02:59... 02:58...** รินกัดฟันกรอด ความเจ็บแปลบที่หัวไหล่จากการกระแทกไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อ สายตาของเธอรีบกวาดมองไปรอบห้องควบคุมที่แคบลงทุกทีเพื่อหาเบาะแสตามคำท้าทาย ทันใดนั้นเอง หน้าจอมอนิเตอร์ตัวเล็กสุดมุมขวาที่เคยปิดตาย กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง ภาพจากกล้องวงจรปิดเรียลไทม์ภายในห้องนอนส่วนตัวของมินตราปรากฏขึ้นบนจอ—ภาพที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล ร่างของใครบางคนกำลังถูกมัดติดกับเก้าอี้กลางห้องนอนของมินตรา ใบหน้าของเหยื่อรายนั้นถูกแสงไฟสลอตสาดส่องจนเห็นเด่นชัด… และดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวของเด็กสาวในจอภาพนั้น กำลังจ้องมองตรงมาที่กล้องวงจรปิด ราวกับรู้ว่ารินกำลังยืนมองอยู่ ไม่ใช่ใครอื่น… แต่เป็น *‘รินรดา’* น้องสาวแท้ๆ ของเธอเอง ที่ควรจะปลอดภัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ปลายเมือง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่กับด้ายแห่งความลับนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — โรสแมรี่พิษ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%