“ลั่นไกสิคะ... ถ้าเธอคิดว่าการฆ่าฉัน จะทำให้เงาน้องสาวที่เธอฝังลงไปในจิตใจเมื่อปีก่อนฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้”
เสียงของมินตราเรียบเฉย แววตาของเธอว่างเปล่าราวกับหลุดลอยไปอยู่ในมิติคู่ขนาน ในขณะที่ริน—นักสืบผู้เยือกเย็น—กำลังกำปืนในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ปลายกระบอกปืนสั่นน้อยๆ พุ่งตรงไปยังหญิงสาวตรงหน้า ที่มีใบหน้าถอดแบบมาจาก 'รดา' น้องสาวผู้ล่วงลับของเธออย่างไม่ผิดเพี้ยน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของปาร์ตี้รูมลับแห่งนี้ กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่มินตราชอบใช้กลายเป็นส่วนผสมที่ชวนสะอิดสะเอียน ทว่าท่ามกลางความตึงเครียดนั้น รินกลับเห็นบางอย่าง... รอยยิ้มที่สั่นระริกของหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่ความอำมหิต แต่มันคือความเจ็บปวดที่แสนสาหัส
“เธอไม่ใช่รดา” รินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งตกลงบนแก้ม “น้องสาวฉันตายไปแล้ว... ตายไปพร้อมกับความบริสุทธิ์ที่ฉันรักษาไว้ไม่ได้”
“งั้นก็ยิงสิคะ” มินตราก้าวเข้ามาใกล้ ปลายกระบอกปืนกดลงบนกึ่งกลางหน้าอกของเธอเอง “ฆ่าตัวปลอมคนนี้ทิ้งไปเสีย เพื่อให้ความทรงจำที่บิดเบี้ยวของเธอจบลงสักที!”
รินสะอื้นออกมาเบาๆ ก่อนจะสะบัดปืนทิ้งลงพื้นเสียงดังสนั่น เธอพุ่งตัวเข้ากระชากคอเสื้อของมินตราแล้วเหวี่ยงร่างบางนั้นเข้าไปปะทะกับกำแพง แววตาของรินเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความหม่นแสงที่สั่นคลอนไปถึงหัวใจ
“ฉันจะไม่ฆ่าใครอีกเพื่อแลกกับการเยียวยาแผลเป็นของตัวเอง” รินกระซิบชิดริมฝีปากของมินตรา สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ติดขัดของอีกฝ่าย “เธอก็เหมือนกัน มินตรา... เลิกเอาความตายมาเป็นข้ออ้างในการขังตัวเองอยู่ในกรงแห่งนี้เสียที”
มินตรานิ่งงัน แววตาที่เคยแข็งกร้าวพังทลายลงในพริบตา เธอทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร เป็นเสียงร้องที่เหมือนกับสัตว์ป่าที่ถูกขังมานานนับปี รินนั่งลงข้างๆ แล้วดึงร่างที่สั่นเทาของมินตราเข้ามากอดแน่น ราวกับจะผนึกเอาความร้าวรานของทั้งสองชีวิตไว้ด้วยกันในอ้อมแขนเดียว
ค่ำคืนนั้นผ่านไปเหมือนชั่วนิรันดร์ ท่ามกลางซากปรักหักพังของความลับ พวกเธอต่างสารภาพความผิดบาปที่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นการโกหก การทรยศ หรือแม้แต่การเล่นกับชีวิตผู้อื่นเพื่อถมช่องว่างในใจ ทุกอย่างถูกเผยออกมาเหมือนการลอกเปลือกกุหลาบที่เต็มไปด้วยหนาม จนเหลือเพียงเนื้อแท้ที่บอบช้ำ
***
สามเดือนต่อมา...
แสงแดดจ้าสะท้อนผิวน้ำทะเลสีครามที่ชายฝั่งทางตอนใต้ กลิ่นอายของเกลือทะเลและความสดชื่นแทนที่กลิ่นอับของแสงนีออน รินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะมองไปยังร่างหนึ่งที่กำลังเดินถือตะกร้าผลไม้กลับมาจากตลาด
มินตราในวันนี้ไม่ได้สวมชุดราตรีหรูหราหรือเครื่องเพชรที่เย็นเยียบ เธออยู่ในชุดผ้าลินินสีขาวสบายตา ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาจัดกลับดูสะอาดสะอ้านและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เธอเดินตรงมาหารินแล้ววางตะกร้าลง พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนักสืบสาวกระตุกวูบ... มันไม่ใช่รอยยิ้มของรดา แต่มันคือรอยยิ้มของมินตรา คนที่เลือกจะก้าวผ่านเงามืดมาด้วยกัน
“วันนี้อากาศดีนะคะ” มินตราเอ่ยขึ้น พลางหยิบแอปเปิลสีสดขึ้นมาส่งให้ริน
“นั่นสินะคะ” รินรับมา พลางมองลึกเข้าไปในดวงตาของมินตราที่ไม่มีความลับซ่อนเร้นอีกต่อไป “ไม่ได้รู้สึกถึงแสงแดดแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วคะ?”
“นานพอที่จะลืมไปว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่สีของนีออน” มินตรานั่งลงข้างๆ ก่อนจะเอนศีรษะพิงไหล่รินอย่างเป็นธรรมชาติ “รินคะ... เราจะไม่กลับไปที่นั่นอีกใช่ไหมคะ?”
รินวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มของมินตรา สัมผัสได้ถึงความสงบที่แท้จริงที่เฝ้าโหยหามาตลอดชีวิต “ไม่มีที่ไหนให้กลับแล้วค่ะ เพราะต่อจากนี้... ที่ที่เธอกับฉันอยู่ นั่นคือบ้านของเรา”
ไม่มีปืน ไม่มีคดี ไม่มีรอยเลือดที่ต้องล้างตามหลัง เหลือเพียงแค่กุหลาบดอกหนึ่งที่เคยถูกเด็ดทิ้งและเหยียบย่ำ แต่บัดนี้มันกำลังผลิบานอีกครั้งท่ามกลางแดดจ้าหลังพายุฝนอันยาวนาน... พวกเธอต่างรู้ดีว่าแผลเป็นในอดีตไม่มีวันจางหายไปไหน แต่มันคือเครื่องเตือนใจว่า หากรอดพ้นจากกับดักอันโหดร้ายของโชคชะตามาได้ ความสุขที่เรียบง่ายที่สุด ก็คือรางวัลที่ล้ำค่าที่สุดเช่นกัน
รินดึงมือมินตรามากุมไว้แน่น กระชับให้มั่นคงราวกับจะให้สัญญาว่าจะไม่มีวันปล่อยให้ใครต้องกลับไปจมอยู่ในความมืดมิดลำพังอีกต่อไป
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดเหงื่อและคราบน้ำตามาจนถึงบทสุดท้ายของเรื่องราวในครั้งนี้นะคะ
โรสแมรี่พิษ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 25
กุหลาบที่ผลิบานหลังพายุ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!