หมึกสีดำสนิทบนปลายปากกาซึมลึกหายเข้าไปในเนื้อกระดาษราคาแพง ดุจเดียวกับความรู้สึกเจ็บปวดนับปีที่ถูกกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย รินรดาไม่ได้กดน้ำหนักมือมากจนเกินไป แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ลายเซ็นของเธอบนแผ่นกระดาษแผ่นนั้นกลายเป็นประกาศิตแห่งการหลุดพ้น
เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราใจกลางเมืองดังฮัมเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับความเงียบงันที่แผ่ขยายระหว่างคนทั้งสอง ธราธร ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมในชุดสูทตัดเย็บชั้นดี นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีตัวใหญ่ ดวงตาคมกริบของเขากำลังจ้องมองเอกสารหย่าร้างเบื้องหน้าสลับกับใบหน้าของภรรยาที่อยู่กินกันมาครบเจ็ดปีเต็ม
วันครบรอบแต่งงาน... ช่างเป็นวันที่ตลกร้ายเสียจริง สำหรับการฝังกลบความตายของคำว่า "ครอบครัว"
"คุณแน่ใจแล้วหรือริน..." เสียงของธราธรแหบพร่าลงกว่าปกติเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลประสานกันบนตักอย่างคนที่พยายามควบคุมสถานการณ์ แม้ภายในใจจะเริ่มสั่นไหวด้วยแรงกระแทกบางอย่างที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน "เจ็ดปีที่เราสร้างมาด้วยกัน มันไม่มีความหมายอะไรเลยหรือ ถึงทำให้คุณตัดสินใจจบมันลงง่ายๆ ในวันนี้"
รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปล่อยให้รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ว่างเปล่า เยือกเย็น และไร้ซึ่งหยาดน้ำตา
"ง่ายหรือครับ คุณธราธร" เสียงหวานทุฟังนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณคิดว่าตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา รินใช้ความพยายามเท่าไหร่ในการรักษาซากปรักหักพังที่คุณเป็นคนทุบทำลายมันลงมาทีละน้อย"
เธอวางปากราคาแพงลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเดรสสีดำสนิทขับเน้นรูปร่างระหงและส่งให้ผิวขาวจัดนั้นดูโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศหม่นหมองในห้องนั้น รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานที่เธอเคยใช้เวลาค่อนชีวิตในการจัดระเบียบและดูแลมันในฐานะ "ภรรยาแสนดี" หน้าที่ที่ไม่มีใครมองเห็นคุณค่า จนกระทั่งเธอตัดสินใจโยนมันทิ้งไป
ธราธรขยับตัวลุกขึ้นยืนตาม เขาพยายามจะก้าวเข้ามาใกล้เพื่อเอื้อมมือมาแตะแขนเธอตามสัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของ แต่รินรดาเพียงแค่ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ปฏิกิริยาที่ไร้ซึ่งความไยดีนั้นทำให้หัวใจของนักธุรกิจหนุ่มกระตุกวาบ
"เรื่องบริษัทและการแบ่งทรัพย์สิน ทนายของฉันจะจัดการต่อให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการทางกฎหมาย" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไร้ความโกรธเกรี้ยว ไร้การตบตี หรือแม้แต่เสียงสะอื้นไห้—ซึ่งนั่นแหละที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ชายอย่างธราธร "ส่วนคุณ... เชิญใช้ชีวิตร่วมกับคุณเมธินีได้อย่างเต็มที่ตามอำเภอใจได้เลยครับ ไม่มีเงาของฉันไปขวางทางสายตาของคุณอีกแล้ว"
ชื่อของเมธินีเปรียบเสมือนกุญแจดอกสำคัญที่ไขเปิดประตูแห่งความจริงอันน่ารังเกียจ ธราธรชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมไหววูบด้วยความรู้สึกผิดที่พยายามกดทับมันไว้ใต้ความเย่อหยิ่งมาตลอดหลายเดือน
"ริน เรื่องระหว่างผมกับเมธินี... มันไม่ใช่--..."
"อย่าแก้ตัวเลยครับ มันเสียเวลาชีวิตของฉัน" รินรดาตัดบทอย่างไม่ใยดี แววตาคู่สวยที่เคยทอประกายอบอุ่นเมื่อกาลเก่า บัดนี้ว่างเปล่าไร้ก้นบึ้ง ดุจผืนน้ำนิ่งสนิทที่ซ่อนกระแสน้ำวนมรณะไว้เบื้องล่าง "การที่คุณกับเธอแอบลักLอบกันในคราบของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ มันไม่ได้ทำให้ความจริงข้อไหนเปลี่ยนแปลงไปหรอกครับ... คุณเลือกทางเดินของคุณแล้ว และฉันก็กำลังเลือกทางเดินของฉันบ้าง แค่นั้นเอง"
เธอยกเอกสารแผ่นสุดท้ายขึ้นมาตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังให้กับอดีตสามีโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองอีก ไม่มีการอ้อนวอน ไม่มีการเรียกร้องความเห็นใจ มีเพียงความเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงที่ตายด้านจากความรักและพร้อมจะลุกขึ้นยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเอง
ประตูห้องทำงานปิดลงพร้อมกับเสียงคลิเบาๆ ทิ้งให้ธราธรยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินช่องอกของเขา มันไม่ใช่แค่ความเสียดาย แต่มันคือความตื่นตระหนก—ความตื่นตระหนกที่บอกว่า เขากำลังสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่ประเมินค่าไม่ได้ไปตลอดกาล และไม่มีวันเรียกคืนกลับมาได้อีกแล้ว
ธราธรทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม สายตากวาดมองไปที่โต๊ะทำงานโล่งๆ ไร้ซึ่งร่องรอยของรินรดา กระถางต้นไม้มินิมอลที่เธอเคยตั้งไว้บนมุมโต๊ะถูกเก็บไปจนเกลี้ยง เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงกระดูกดำ
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบเอกสารหย่าขึ้นมาดูให้แน่ใจ สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษบันทึกสีขาวแผ่นเล็กๆ ที่ถูกสอดไว้ใต้ที่ทับกระดาษ มันเป็นลายมือหวัดๆ ของรินรดาที่เขียนทิ้งไว้ประโยคสั้นๆ
*“หวังว่าคุณจะมีความสุขกับโลกใบใหม่ที่คุณสร้างขึ้น... และหวังว่าคุณจะไม่เสียใจ เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องชดใช้ให้กับสิ่งที่คุณทำลาย”*
ธราธรขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นระรัวผิดจังหวะด้วยความสังหรณ์ใจที่อธิบายไม่ได้ เขารีบดึงลิ้นชักโต๊ะทำงานออกเพื่อจะหากล่องเก็บของส่วนตัวที่รินรดาลืมไว้ แต่กลับพบแฟ้มเอกสารการแพทย์ฉบับหนึ่งตกอยู่ซอกลึกที่หลุดรอดสายตา
เอกสารประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ระบุชื่อผู้ป่วยชัดเจน... "นางสาวรินรดา" และบรรทัดถัดมาคือผลการวินิจฉัยโรคที่ทำให้เลือดในกายของธราธรเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา... รวมถึงตัวเลขกำหนดอายุครรภ์ที่ปรากฏหราอยู่บนนั้นอย่างเด่นชัด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากบทแรกไปกับผม "บันทึกคนจร" นะครับ
เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา•ตอนที่ 1
ภาพสะท้อนที่บิดเบี้ยว
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!