สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ•ตอนที่ 2

เส้นตรงกับเส้นโค้งคุยกันไม่รู้เรื่อง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"เส้นผ่านศูนย์กลางท่อระบายน้ำจุดนี้ ถ้าคุณกรณ์ยังยืนยันจะดีไซน์ให้มันโค้งรับกับแนวระเบียงโค้งมนตามสุนทรียศาสตร์บ้าบออะไรนั่น... อีกสามเดือนข้างหน้า น้ำฝนจากดาดฟ้าจะไหลมารวมกันตรงนี้แล้วท่วมห้องรับแขกชั้นล่างจนปลาหางนกยูงว่ายเล่นได้เลยนะครับคุณสถาปนิก" เสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางฝุ่นปูนและกลิ่นสีทาบ้านที่ยังไม่แห้งสนิท มีนยืนกอดอก ใบหน้ารูปไข่บึ้งตึง ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตากรอบบางจ้องเขม็งไปยังกระดาษพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานชั่วคราว เธอใช้ดินสอ 2B ในมือเคาะลงเบาะๆ บนจุดที่เธอวงกลมสีแดงไว้ด้วยความหงุดหงิด น้ำหนักการเคาะแต่ละครั้งราวกับกำลังตอกตะปูลงบนฝาโลงความฝันทางศิลปะของใครบางคน ด้านหลังโต๊ะทำงานนั้น กรณิศ หรือที่ใครๆ เรียกกันสั้นๆ ว่ากรณ์ กำลังยืนพิงขอบหน้าต่างอลูมิเนียม สถาปนิกหนุ่มมาดกวนในชุดเสื้อยืดสีพื้นเซอร์ๆ กับกางเกงยีนส์ขาดเข่า กำลังคาบบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่ได้เปิดใช้งานไว้ที่มุมปาก ดวงตาคมกราบกรานมองท่าทางเอาจริงเอาจังของวิศวกรสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก "โห... คุณมีนครับ ใจคอจะไม่เผื่อพื้นที่ให้ศิลปะหายใจบ้างเลยเหรอครับชีวิตนี้?" กรณ์ถอนหายใจยาว ชายหนุ่มละมือออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกเมื่อเขายื่นหน้าเข้าไปดูแบบพิมพ์เขียวแผ่นนั้นใกล้ๆ "ตึกหลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคาเฟ่สไตล์มินิมอลผสมลอฟท์นะ ไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลหนัก เส้นโค้งพวกนั้นคือจิตวิญญาณของตึก เป็นเส้นสายที่ล้อไปกับธรรมชาติ ถ้าคุณดึงมันให้ตรงทื่อเป็นไม้บรรทัด อาคารหลังนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับกล่องสังกะสีธรรมดาๆ ล่ะครับ" "แล้วกล่องสังกะสีธรรมดาๆ ที่ว่าเนี่ย มันจะไม่พังลงมาทับหัวลูกค้าที่กำลังจิบกาแฟลาเต้อาร์ตสวยๆ ตอนฝนตกหนักใช่ไหมล่ะคะ—เอ๊ย! หมายถึง... ถ้ามันใช้งานจริงไม่ได้ ศิลปะบ้าบอของคุณก็ไม่มีค่าอะไรเลยนะ!" มีนเผลอเสียงดังใส่ด้วยความโมโห เธอกระแทกเสียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าเขาตรงๆ จนเกือบจะชิดกันเพราะความแคบของโต๊ะทำงาน กรณ์ชะงักไปนิดเมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความเอาจริงเอาจัง เขาแอบอมยิ้มกับสรรพนามที่เธอเกือบหลุดปากเถียง แต่ก็ยังตีสีหน้ากวนประสาทกลับไปเหมือนเดิม "โอ้โห ใช้คำว่า 'บ้าบอ' กับงานออกแบบที่ผมใช้เวลาคิดสามคืนสามวันเลยเหรอครับ ใจร้ายจัง... รู้ไหมว่าเส้นโค้งตรงนี้ผมได้แรงบันดาลใจมาจากคลื่นลมทะเลตอนตีสองเลยนะ" "ถ้าคุณยังไม่เลิกเอาทะเลตีสองมาอ้างแล้วยอมแก้สเปกท่อระบายน้ำตามที่ฉันคำนวณ... คืนนี้คุณจะได้ไปนอนคุยกับปลาในทะเลจริงๆ แน่ครับ... เอ้ย! ไม่ใช่! ฉันหมายถึง คุณจะได้นอนนอกไซต์งานแน่!" มีนหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีเมื่อเผลอติดสำเนียงและคำพูดลงท้ายแบบผู้ชายของเขามาใช้โดยไม่รู้ตัว เธอรีบเม้มปากแน่นแล้วหันไปมองทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความน่าอาย กรณ์หลุดหัวเราะพรืดออกมาเสียงดังลั่นไซต์งาน ความเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวันมลายหายไปในพริบตาเมื่อได้เห็นอาการฮึดฮัดของวิศวกรสาวคนเก่ง "แหม คุณมีนก็... ติดสำเนียงผมมาซะแล้วสิครับเนี่ย น่ารักดีออก" สถาปนิกหนุ่มแกล้งแซوด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม จงใจโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ซอกคอขาวเนียนที่โผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ตทำงาน เพื่อมองดูตัวเลขในแบบแปลนให้ชัดเจนขึ้น แต่อันที่จริงคือเขาแค่อยากแกล้งให้เธอเสียอาการเล่นๆ มีนสะดุ้งสุดตัว ขยับถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับมุมโต๊ะทำงานดังปั้ก หน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวผิดจังหวะราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก "ถอยไปเลยนะ! ใครติดสำเนียงคุณ... เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว!" มีนยกมือขึ้นดันอกแกร่งของเขาให้ออกห่าง สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นใต้ร่มผ้าที่สะท้อนการหายใจเข้าออก กรณ์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับยืนนิ่งให้เธอผลัก พร้อมกับส่งสายตากรุ้มกริ่มที่ทำเอาคนมองหายใจไม่ทั่วท้อง "ผมไม่ได้เพ้อเจ้อสักหน่อย... แต่ที่ผมกำลังคิดอยู่คือ..." กรณ์เว้นจังหวะ เลื่อนสายตาจากใบพักตร์ที่แดงก่ำลงมามองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น "ระหว่างความปลอดภัยที่คุณศรัทธานักหนา กับความโรแมนติกในแบบที่ผมพยายามนำเสนอ... ทำไมเราถึงเอามาผสมกันไม่ได้ล่ะครับ?" มีนขมวดคิ้วมุ่น ความเขินอายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยในฐานะวิศวกร "หมายความว่ายังไง?" "ก็หมายความว่า..." กรณ์หยิบดินสอจากมือเธอ ลากเส้นโค้งบนกระดาษพิมพ์เขียวให้มีความกว้างและลาดเอียงที่คำนวณทางชลศาสตร์เผื่อไว้ พร้อมกับซ่อนท่อระบายน้ำหลักไว้หลังผนังระแนงไม้ตกแต่งที่กลมกลืนกับดีไซน์ "เส้นโค้งยังอยู่เหมือนเดิม สุนทรียศาสตร์ไม่ถูกทำลาย... ส่วนเรื่องน้ำท่วมที่คุณกังวล ผมซ่อนระบบท่อเสริมไว้ข้างหลังนี้เรียบร้อยแล้ว แบบนี้พอจะผ่านด่านวิศวกรสายเป๊ะอย่างคุณได้หรือยังครับ?" มีนก้มมองการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ทำออกมาได้อย่างเนียนกริบและใช้งานได้จริงในเวลาไม่ถึงสองนาที เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลข้อดีข้อเสียอย่างรวดเร็ว—มันสมบูรณ์แบบ ทั้งสวยงามตามหลักสถาปัตยกรรม และปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรมอย่างไร้ที่ติ ปากที่เคยเตรียมจะหาข้อมาเถียงต่อจึงอ้าค้างไว้แค่นั้น เถียงไม่ออก... กรณ์มองปฏิกิริยาing-อึ้งของเธอแล้วหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ชวนให้ใจสั่นเล่น "เก่งใช่ไหมล่ะครับ ชมผมหน่อยสิ..." ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะทันได้อ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางประตูด้านหน้าไซต์งาน "ไอ้กร! อยู่เปล่าวะ... แย่แล้ว!" พีทเพื่อคู่หูสถาปนิกวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในตัวอาคาร ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนเหงื่อท่วมตัว มือถือในมือสั่นเทเทาขณะชูหน้าจอให้เพื่อนสนิทดู กรณ์ขมวดคิ้ว หันไปมองหน้าเพื่อนด้วยความแปลกใจ "มีอะไรวะ วิ่งหน้าตั้งมาเชียว?" "พ่อมึง..." พีทหอบหายใจแรง กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปในทันที "พ่อมึงยกเลิกสัญญาโปรเจกต์นี้แล้ว... แล้วเขากำลังมาที่นี่ด้วยตัวเอง!" มีนหันขวับมามองหน้ากรณ์ทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่สถาปนิกหนุ่มมาดกวนสะارتนิ่ง สีหน้าที่เคยขี้เล่นและกวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและตึงเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที สายลมแผ่วเบา ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรบทนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%