สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ•ตอนที่ 1

ยินดีต้อนรับสู่สนามรบหน้างาน

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“คุณกำลังจะบอกผมว่า โครงสร้างเหล็กเส้นตรงนี้... มันผิดจรรยาบรรณวิศวกรรมของงคุณเพียงเพราะมันเบี้ยวไปจากจุดเซ็นเตอร์แค่สามมิลลิเมตรเนี่ยนะ?” เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไว้ด้วยความกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องจักรหนักที่ทำงานกึกก้องในสนามก่อสร้าง ผมยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย มองดูหญิงสาวในชุดเซฟตี้สีส้มสะท้อนแสงที่ดูจะตัวเล็กไปถนัดตาเมื่อเทียบกับหมวกนิรภัยสีขาวใบใหญ่บนหัวของเธอ มินตรา หรือ ‘คุณวิศวกรสายเป๊ะ’ ของผม ขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ เธอไม่ได้หันมามองผมทันที แต่กลับก้มลงตรวจสอบระดับน้ำในเครื่องมือวัดด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับจะกรีดเนื้อเหล็กให้ขาดด้วยสายตาเสียให้ได้ “สามมิลลิเมตรในงานโครงสร้างใหญ่ คือความหายนะที่อาจจะรอเวลาพังถล่มลงมาทับคนงานนะครับ คุณสถาปนิก” เธอกล่าวตอบโดยไม่หันมามองผมสักนิด เสียงของเธอราบเรียบ แต่แฝงด้วยความกดดันจนน่าอึดอัด “และกรุณาเลิกเรียกงานของฉันว่า ‘ความเพ้อฝันของสถาปนิก’ สักที ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันไล่คุณออกไปจากไซต์งานนี้” ผมหลุดหัวเราะหึในลำคอ พลางขยับแว่นกันแดดลงมาให้เห็นดวงตาที่กำลังพินิจพิจารณาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ วันนี้ผมมาในชุดเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ขาดเข่าที่ดูยังไงก็เหมือนคนมาเดินห้างมากกว่ามาตรวจงานออกแบบระดับร้อยล้าน แต่นั่นแหละคือผม กรณิศ... คนที่ไม่เคยยอมให้กฎเกณฑ์ใดๆ มาตีกรอบความคิดสร้างสรรค์ “คุณมินตราครับ กฎมันมีไว้ให้เราเดินตาม แต่ศิลปะมันมีไว้ให้เราแหกกฎเพื่อความสวยงามนะ” ผมก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของผมคงจะไปปะทะกับกลิ่นปูนกลิ่นทรายของเธอเข้าเต็มเปา เธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันมาประจันหน้ากับผม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นวาวโรจน์อย่างเหลืออด “ศิลปะเหรอคะ?” เธอเน้นเสียง “ถ้าศิลปะของคุณคือการวางคานที่ไม่สมดุลแบบนี้ ฉันบอกเลยว่างานนี้ไม่มีทางผ่าน ‘สายตา’ ของวิศวกรคนนี้ไปได้หรอกค่ะ” “ถ้าผมบอกว่าถ้าไม่ผ่านจุดนี้ ผมจะแก้แบบให้คุณใหม่ทั้งหมด... ฟรีๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มล่ะ?” ผมเลิกคิ้วมองเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่มั่นใจ มินตรานิ่งไปครู่หนึ่ง เธอจ้องมองผมราวกับจะอ่านความคิดข้างใน เธอคงกำลังประมวลผลอยู่ว่าไอ้สถาปนิกปากดีตรงหน้าคนนี้กำลังเล่นเกมอะไร ผมรู้ดีว่าเธอเกลียดความไม่แน่นอน และเธอก็เกลียดความกวนประสาทของผมมากพอๆ กับที่เธอให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาคาร “ฉันไม่ต้องการงานฟรี ฉันต้องการงานที่ถูกต้อง” เธอเชิดหน้าขึ้น “ถ้าคุณอยากจะแก้แบบ ก็กลับไปทำมาให้มันตรงสเปกมาตรฐานวิศวกรรม เดี๋ยวนี้ค่ะ” ผมยักไหล่แบบไม่ใส่ใจนัก พลางหยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสายตาดุๆ ของเธอที่มองไปยังป้าย ‘ห้ามสูบบุหรี่’ ผมจึงเปลี่ยนใจเก็บมันลงกระเป๋าตามเดิมแล้วเปลี่ยนเป็นยื่นมือไปหยิบม้วนแบบแปลนที่วางอยู่ใกล้ๆ เธอปัดมือผมออกอย่างรวดเร็ว “อย่าแตะต้องมัน ถ้าคุณยังไม่มีสิทธิ์ในการแก้ไขลายเซ็น” “โถ่คุณ... เราก็ต้องคุยกันสิ นี่เราต้องทำงานด้วยกันอีกเป็นปีนะ ถ้าคุณมัวแต่ตึงใส่ผมแบบนี้ เดี๋ยวรอยตีนกาจะขึ้นเอานะครับ เป็นผู้หญิงอย่าเครียดเยอะ ผมเป็นห่วง” “ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงหรอกค่ะ เอาเวลาไปห่วงเรื่องแบบแปลนที่ทำส่งมาผิดพลาดตั้งแต่หน้าแรกจะดีกว่า” มินตราเดินไปที่โต๊ะวางแบบแปลน กางม้วนกระดาษขนาดใหญ่แผ่นนั้นออกด้วยความชำนาญ เธอชี้ไปยังจุดที่ผมตั้งใจออกแบบให้เป็นส่วนโค้งที่ซับซ้อน “ตรงนี้ คุณจะให้ช่างเชื่อมเหล็กดัดโค้งแบบนี้ในไซต์งานจริงน่ะเหรอคะ? คุณคิดว่าคนงานที่นี่คือยอดมนุษย์หรือไง?” ผมเดินตามไปหยุดอยู่ข้างเธอ ก้มลงดูแปลนแผ่นนั้น ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านช่องตึกที่ยังคงคำรามก้อง แต่สายตาของผมกลับไปหยุดอยู่ที่พวงแก้มใสที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อเพราะความโกรธ “ถ้าทำไม่ได้ ผมก็อาจจะลงมาทำให้ดูเอง” ผมกระซิบข้างหูเธอเบาๆ น้ำเสียงของผมเปลี่ยนเป็นนุ่มลึกอย่างตั้งใจ “คุณ...!” มินตราถอยกรูดออกมาทันที เธอพยายามจะคุมสติที่กำลังกระเจิงเพราะคำพูดหยอดๆ ของผม “ประสาทกลับไปแล้วหรือไงคะ ถ้าอยากเล่นละครไปเล่นที่อื่น ที่นี่ไซต์งานก่อสร้าง ไม่ใช่สตูดิโอถ่ายทำ!” ผมยิ้มกว้างกวาดสายตามองไซต์งานที่วุ่นวาย ก่อนจะหันมามองใบหน้าเนียนใสของเธอที่ตอนนี้แดงก่ำไม่รู้เพราะแดดหรือเพราะเขินกันแน่ ความท้าทายนี้มันช่างหอมหวานจนผมไม่อยากจะจบมันลงง่ายๆ ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากโต้ตอบกลับไป เสียงเรียกเข้าจากมือถือของมินตราก็ดังแทรกขึ้นมา เธอกดรับสายด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดทันที และเพียงประโยคแรกที่เธอเอ่ยออกมา ก็ทำให้บรรยากาศที่กำลังเชือดเฉือนเมื่อครู่เปลี่ยนไปเป็นความเงียบงันที่น่าใจหาย “ว่าไงนะพี่ธันย์?... เกิดเรื่องแล้วเหรอคะ?... ที่ตึกบีงั้นเหรอ!” มินตราวางสายทันที ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เธอหันมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ และก่อนที่ผมจะได้ถามไถ่อะไร เสียงหวอเตือนภัยจากไซเรนของไซต์งานที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาณาเขตก็ดังขึ้นขัดจังหวะทุกอย่าง “มิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว พีทบอกว่าคานเหล็กชั้นสามเพิ่งร่วงลงมา!” ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นพีท เพื่อนสนิทของผมวิ่งหน้าตื่นตรงมาหาเราสองคน ความเป็นมืออาชีพที่ผมเคยมีดูเหมือนจะมลายหายไปในพริบตา เมื่อมองเห็นโครงสร้างที่ผมภูมิใจนักหนากำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันนะครับ หวังว่าสายลมจะพัดพาความสุขมาให้รีดเดอร์ทุกคนในทุกบทที่ผมเขียนนะครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%