"หลักฐานเหล่านี้... เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของคนชั่วเต้นผิดจังหวะจนหยุดเดินหรือไม่ ท่านอ๋อง?"
สุ้มเสียงของซูเหม่ยหลินราบเรียบ ทว่าคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัด เธอยืนอยู่กลางโถงเรือนหลัก กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่โดยรอบไม่อาจกลบกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่เธอยังคงสัมผัสได้จากผ้าพันแผลเปื้อนคราบกรังในมือ เธอเพิ่งลอกคราบความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมออกมาเป็นชิ้นส่วน แล้วใช้ความรู้ทางนิติวิทยาศาสตร์ในฐานะศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชำแหละความลับที่ถูกฝังกลบ
อ๋องหนานกงหานนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้จันทน์หอม สายตาคมปลาบดุจพยัคฆ์มองผ่านม่านควันชาขึ้นมายังสตรีตรงหน้า เขาไม่ได้เอ่ยคำใด ทว่ารังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่กลับกดทับจนอากาศในห้องดูจะเบาบางลง
"สตรีที่กล้าท้าทายกฎสวรรค์ด้วยการใช้ 'เข็มเงินอาบยางน่อง' ทิ่มแทงลงบนจุดตายของมารดาเลี้ยงเพื่อหวังยึดสมบัติในเรือนหลัง... เจ้าคิดว่าข้าควรจัดการอย่างไรกับนางดี" อ๋องหนานกงหานเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความดุดันที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างให้เป็นผุยผง
ซูเหม่ยหลินไม่เกรงกลัว เธอเดินเข้าไปใกล้ กางผ้ารองที่บรรจุเศษโลหะขนาดเล็กจิ๋วและรอยจ้ำเลือดที่ถูกถนอมไว้อย่างดีวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง "หมอไม่ใช่เพชฌฆาต แต่หมอรู้จักจุดตายของมนุษย์ดีกว่าใคร รอยแส้ที่ท่านเห็นบนแผ่นหลังของมารดาเลี้ยงข้า... ไม่ใช่รอยแส้ธรรมดา แต่มันคือการทรมานเพื่อให้กล้ามเนื้อสลายตัวจากพิษซ้ำซาก หากท่านพิสูจน์ด้วยน้ำยาสมุนไพรที่ข้าเตรียมไว้ สิ่งที่เหลืออยู่ในเนื้อเยื่อจะฟ้องความจริงทั้งหมด"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อ๋องหนานกงหานจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเหม่ยหลิน เขาพยายามค้นหาความหวาดกลัว หรือความโง่เขลาในแววตาคู่นั้น แต่สิ่งที่พบกลับเป็นเพียงความเยือกเย็นดั่งมหาสมุทรที่ก้นบึ้งเต็มไปด้วยคมมีด
"เจ้าเปลี่ยนไปมาก สตรีที่เคยร้องไห้ฟูมฟายที่หน้าประตูวังในวันนั้น หายไปไหนเสียแล้ว?"
"ความตายสอนให้ข้าเข้าใจว่า น้ำตาสามารถชะล้างความโศกเศร้าได้ก็จริง แต่ไม่สามารถชะล้างมลทินของคนโฉด" ซูเหม่ยหลินก้าวประชิดตัวเขาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกับกลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนจากชุดเกราะที่เขาสวมใส่ "ท่านอ๋อง ท่านต้องการพันธมิตรที่ใช้สติปัญญาเป็นอาวุธ หรือต้องการสตรีที่คอยพัดวีในเรือนหลังเพียงอย่างเดียว?"
หนานกงหานแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้มั่น แรงบีบนั้นหนักหน่วง ทว่าแววตาที่เขามองเธอกลับไม่ได้รังเกียจ
"เจ้ากล้าดียิ่งนัก... ซูเหม่ยหลิน" เขาก้มลงกระซิบชิดใบหู "หากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง ข้าจะให้อำนาจเจ้าในการตัดสินชีวิตของนาง แต่หากสิ่งที่เจ้าทำลงไปทั้งหมดนี้เป็นเพียงกลอุบายตื้นๆ เพื่อดึงความสนใจจากข้า เจ้าจะต้องรับผิดชอบด้วยชีวิต"
ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เงาก็แว่วมาจากด้านนอกประตูเรือน ประตูบานเลื่อนถูกเปิดออกด้วยความเร่งรีบ องครักษ์คนสนิทก้าวเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าท่านอ๋อง ใบหน้าเคร่งเครียดของเขาบ่งบอกถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
"ท่านอ๋อง พ่ะย่ะค่ะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่ห้องเครื่องต้น"
อ๋องหนานกงหานขมวดคิ้ว ปล่อยมือจากข้อมือของซูเหม่ยหลิน "มีเรื่องอันใด?"
"อนุภรรยาจาง... นางถูกพบว่าขาดใจตายในห้องพัก โดยในมือของนางกำจดหมายลายพระหัตถ์ฉบับหนึ่งไว้แน่น เป็นจดหมายที่ประทับตราลัญจกรขององค์จักรพรรดิ... ที่สั่งให้กวาดล้างผู้ที่ยุ่งเกี่ยวกับคดีลอบสังหารท่านอ๋องเมื่อสามปีก่อน พ่ะย่ะค่ะ"
ซูเหม่ยหลินชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยจังหวะที่ผิดปกติ นี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่นี่คือการ 'ปิดปาก' อย่างเหี้ยมโหดที่สุดเท่าที่เธอเคยพบมา
อ๋องหนานกงหานเดินไปรับจดหมายฉบับนั้นมาเปิดอ่าน ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความเพียงครู่ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นสีนิลกาฬ เขาขยำกระดาษในมือจนยับเยิน ก่อนจะหันมามองซูเหม่ยหลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"เจ้าพูดถูก... นางมีส่วนรู้เห็น แต่ดูเหมือนจะมี 'มือที่สาม' ที่ใหญ่กว่านาง กำลังเล่นหมากตานี้อยู่"
เขาสะบัดชายเสื้อเดินออกจากเรือนไปทันที ทิ้งให้ซูเหม่ยหลินยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะลับสายตาไป หนานกงหานหยุดกึก แล้วหันกลับมาโยนแผ่นป้ายหยกประจำตัวสีดำสนิทลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
"หากพรุ่งนี้เช้า... เจ้ายังไม่ตาย จงตามข้าไปที่ห้องลับใต้ดิน เรายังมีปริศนาอีกมากมายที่ต้องชำแหละให้สิ้นซาก"
ทว่าเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของนางกำนัลจากเรือนในกลับดังขึ้นขัดจังหวะ นางกำนัลคนนั้นวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ก้มลงกราบแทบเท้าของซูเหม่ยหลินด้วยอาการสั่นเทา "คุณหนู... นายหญิงใหญ่... นายหญิงใหญ่ถูกคนลอบวางยาพิษในห้องขังชั่วคราว ตอนนี้... ตอนนี้ลมหายใจนางแผ่วลงทุกทีแล้วเจ้าค่ะ!"
ซูเหม่ยหลินเบิกตากว้าง เธอคว้าชุดเครื่องมือแพทย์ที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อแล้ววิ่งออกไปทันที โดยไม่ทันสังเกตว่าในเงามืดหน้าเรือนพัก มีเงาร่างหนึ่งที่สวมชุดดำสนิทกำลังยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเยือกเย็น พร้อมกับในมือที่กำเข็มพิษอาบยาชาเตรียมไว้รอจังหวะเผด็จศึก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยแส้ที่ไม่มีวันจางไปกับผมนะครับ
สายลมแผ่วเบา
หมากรุกในรอยจารึก: กลกวีพิชิตบัลลังก์•ตอนที่ 2
รอยแส้ที่ไม่มีวันจาง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกในรอยจารึก: กลกวีพิชิตบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
