หมากรุกในรอยจารึก: กลกวีพิชิตบัลลังก์•ตอนที่ 1

ฟื้นจากความตายใต้เงาจันทร์

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"เจ้าจะตายที่นี่... ในฐานะหมากที่ไร้ค่าที่สุดของตระกูลซู" เสียงแหบพร่าของสตรีวัยกลางคนดังขึ้นข้างหู ราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผีใต้ขุมนรก ซูเหม่ยหลินพยายามลืมตาขึ้น ทว่าเปลือกตาของเธอกลับหนักอึ้งดั่งถูกถ่วงด้วยก้อนตะกั่ว กลิ่นกำยานราคาถูกปนเปกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่แสนอับชื้น นี่ไม่ใช่ห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือความมืดมิดที่เยือกเย็นจนถึงกระดูกสันหลัง "นางตายแล้วหรือยัง?" เสียงบุรุษทุ้มต่ำถามขึ้นจากมุมมืด น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยไอสังหารที่ทำให้อากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก "ลมหายใจแผ่วเบาจนเกือบดับสูญ ยาพิษ 'ปทุมสีชาด' ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วสมคำร่ำลือ ท่านวางใจได้ นายหญิง... พรุ่งนี้เช้า ข่าวการป่วยตายของคุณหนูรองจะกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าให้คนในเรือนหลังได้ซุบซิบชั่วครู่ยามเท่านั้น" *พิษปทุมสีชาด...* ซูเหม่ยหลินกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็นในความมืดมิดของจิตสำนึก ความรู้ทางเคมีพิษวิทยาที่เธอสะสมมาตลอดชีวิตศัลยแพทย์มือหนึ่งเริ่มทำงานทันที พิษชนิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะปรุงขึ้นได้ มันทำลายระบบประสาทส่วนกลางและหยุดการทำงานของหัวใจอย่างช้าๆ แต่ทว่า... สำหรับคนที่รู้วิธีสกัดตัวยาแก้จากสมุนไพรในป่าดิบชื้นอย่างเธอ ความตายในครั้งนี้คือความผิดพลาดทางเทคนิคที่เธอไม่ยอมให้เกิดขึ้น ทันทีที่เสียงฝีเท้าของคนทั้งสองลับหายไปจากห้องหอที่เงียบงัน ซูเหม่ยหลินก็ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวในร่างของดรุณีน้อยสะท้อนแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้แกะสลัก เธอพยุงร่างกายที่อ่อนแรงราวกับใบไม้แห้งขึ้นนั่ง อาการปวดแปลบที่หน้าอกดั่งถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงไม่ได้ทำให้เธอหวาดหวั่น แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าเวลาของเธอมีจำกัด "อยากให้ข้าตายงั้นหรือ... ฝันไปเถิด" เธอพึมพำ น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เธอกวาดสายตามองไปรอบห้อง สิ่งที่เธอต้องการคือสมุนไพรที่ประดับอยู่ในแจกันข้างเตียง... ดอกหญ้าพิษที่คนในเรือนนี้เข้าใจผิดว่าเป็นดอกไม้ประดับทั่วไป แต่สำหรับแพทย์แผนจีนผู้เชี่ยวชาญ มันคือยาถอนพิษชั้นดีหากผสมกับเกลือและรากไม้ที่เธอมองเห็นใต้เตียงนอน ซูเหม่ยหลินฝืนขยับกายไปหยิบดอกไม้เหล่านั้นมาขยี้ด้วยมือที่สั่นเทา เธอเคี้ยวใบไม้ขมปร่าและกลืนมันลงไปพร้อมกับเลือดที่สำลักออกมาจากลำคอ รสชาติฝาดเฝื่อนแผ่ซ่านไปทั่วช่องท้อง กระตุ้นให้หัวใจที่หยุดเต้นช้าลงกลับมาเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงอีกครั้ง ความเงียบสงัดยามวิกาลถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงที่ดังมาจากโถงทางเดินข้างนอก ไม่ใช่ฝีเท้าของบ่าวรับใช้ แต่เป็นฝีเท้าของนักรบที่ผ่านการนองเลือดมานับครั้งไม่ถ้วน เสียงประตูห้องนอนถูกผลักออกอย่างแรง โดยไม่มีคำขออนุญาต บุรุษในชุดสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินก้าวเข้ามาในห้อง รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นไปอีก เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับรูปสลัก ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับว่างเปล่าและเย็นชาดั่งคมดาบที่อาบยาพิษ เขาคือ 'อ๋องหนานกงหาน' แม่ทัพผู้กุมชะตาชีวิตของแคว้นที่ใครต่างพากันหวาดกลัว เขาหยุดยืนอยู่หน้าเตียง ดวงตาสีเข้มจ้องมองร่างบอบบางที่กำลังหอบหายใจอยู่บนเตียงด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก "เจ้าควรจะตายไปแล้ว" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุจน้ำแข็ง "ทำไมเจ้าถึงยังมีลมหายใจอยู่ได้... คุณหนูรองตระกูลซู?" ซูเหม่ยหลินเงยหน้าขึ้น สบสายตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจโดยไม่หลบเลี่ยง ความเจ็บปวดจากการถูกพิษยังคงหลงเหลืออยู่ ทว่าความเด็ดเดี่ยวในดวงตาของเธอกลับทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง "เพราะสวรรค์ยังไม่อยากรับคนจำพวกคนโฉดเขลาที่ชอบวางยาพิษคนป่วยไปปรนนิบัติท่านอ๋องมั้งเพคะ" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าคมคายดั่งมีดโกน หนานกงหานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยเย็นชาปรากฏความสนใจวูบหนึ่ง เขาขยับกายเข้ามาใกล้จนปลายเท้าเกือบแตะเตียงนอน ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ กลิ่นอายบุรุษที่แฝงไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ บีบคั้นหัวใจคนมอง "เจ้าดูเปลี่ยนไป... ร่างที่ไร้ทางสู้นี้ ดูเหมือนจะมีอะไรที่ซ่อนไว้อีกมาก" เขาใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอขึ้น บีบเบาๆ แต่หนักแน่นราวกับจะพิสูจน์ความจริง "หรือข้าควรจะฆ่าเจ้าทิ้งเสียตอนนี้ เพื่อไม่ให้หมากที่ข้าเดินไว้ต้องพังทลายลงเพราะความเฉลียวฉลาดที่เพิ่งงอกเงยของเจ้า?" ในจังหวะที่ซูเหม่ยหลินกำลังจะเอ่ยโต้กลับ ประตูห้องก็ถูกผลักออกอีกครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ ขันทีหนุ่มผู้หนึ่งรีบร้อนวิ่งเข้ามาพร้อมกับราชโองการลับในมือ ใบหน้าของเขามีความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นท่านอ๋องยืนประจันหน้าอยู่กับสตรีบนเตียง "ท่านอ๋อง! ข่าวจากชายแดนพะย่ะค่ะ... กองทัพปีกขวาถูกล้อม และพระราชโองการลับฉบับด่วนที่สุดเพิ่งมาถึงจากในวังหลวง!" หนานกงหานปล่อยคางของซูเหม่ยหลินทันที เขาหันไปรับม้วนกระดาษสีเหลืองทองนั้นมา สายตาของเขาแปรเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความดุดันดั่งพยัคฆ์ยามออกล่า เขารีบคลี่ม้วนกระดาษออกอ่านเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหันมามองซูเหม่ยหลินด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "ดูเหมือนว่าความตายของเจ้าจะถูกเลื่อนออกไปก่อนนะ คุณหนูรอง" เขากล่าวพลางทิ้งราชโองการลงบนตักของเธอ "เพราะต่อจากนี้ไป เจ้าคือคนเดียวที่จะช่วยให้ข้าไม่สูญเสียอำนาจในมือไป... หรือไม่ก็ช่วยให้ข้าถูกประหารชีวิตในอีกสามวันข้างหน้า" ซูเหม่ยหลินมองราชโองการในมือด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะตระหนักได้ว่าเรื่องราวการเมืองที่บ้าคลั่งกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับสายลมแผ่วเบาในจุดเริ่มต้นของมหากาพย์นี้ครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกในรอยจารึก: กลกวีพิชิตบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%