เสียงปรบมือเกรียวกราวในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางมหานครดังก้องราวกับคลื่นลมที่กำลังซัดสาดเข้าใส่หน้าผาหินผุกร่อน คิรากรยืนสง่างามอยู่เบื้องหน้าจอ LED ขนาดยักษ์ที่ฉายกราฟตัวเลขผลประกอบการพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบทศวรรษ สูทคัตติ้งเนี้ยบจากแบรนด์อิตาลีรับกับใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะ ดวงตาคมกริบกวาดมองแขกเหรื่อระดับ VVIP และสื่อมวลชนนับร้อยที่มารุมล้อมแสดงความยินดีกับการควบกิจการครั้งประวัติศาสตร์ของตระกูล
สำหรับเขาแล้ว ค่ำคืนนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าความเด็ดขาดและการไร้ซึ่งความอ่อนข้อคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
เขาสลัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ไร้ประโยชน์ออกไปจากเส้นทาง รวมถึง... ทะเบียนสมรสที่เคยเป็นเพียงรอยด่างพร้อยชิ้นเล็กๆ ในชีวิต
"ยินดีด้วยครับท่านประธานคิริน การควบรวมกิจการครั้งนี้ทำให้คิรากร กรุ๊ปไร้พ่ายอย่างแท้จริง" เสียงนักลงทุนรุ่นใหญ่เอ่ยชมพร้อมแก้วแชมเปญในมือ คิรากรเพียงแค่ยกมุมปากรับคำยินดีนั้นอย่างเย่อหยิ่ง เขาไม่ได้สนใจคำเยินยอเหล่านี้ด้วยซ้ำ สิ่งเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวคือความสะใจที่ได้เหยียบย่ำคู่แข่งทางธุรกิจจนหมอบราบคาบแก้ว
แต่แล้ว... โลกทั้งใบที่กำลังหมุนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาก็คล้ายจะสะดุดกึก เมื่อร่างเพรียวบางในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำสนิทก้าวผ่านฝูงชนเข้ามา
รินรดาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกหรือเจียมเนื้อเจียมตัวอย่างที่เคยเป็นในอดีต แววตาคู่คมที่ครั้งหนึ่งเคยฉายแววออดอ้อนและรอคอยความเมตตาจากเข บัดนี้กลับราบเรียบเย็นชาดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ เธอกวาดสายตามองความโอ่อ่าและเสียงหัวoเราะรื่นเริงรอบกายด้วยมุมปากที่ยกขึ้นนิดๆ คล้ายสมเพชเวทนา
หญิงสาวก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มผู้เป็นสามีตามกฎหมาย—หรือพูดให้ถูกคือ 'อดีต' สามีที่กำลังหลงระเริงในชัยชนะ
"ริน คุณมาทำอะไรที่นี่?" คิรากรขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ความไม่พอใจฉายชัดในแววตา เขาเกลียดการถูกรบกวนในเวลาที่เขากำลังสร้างบารมี "ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอว่างานนี้มีแต่แขกคนสำคัญ ถ้าอยากได้เงินใช้เพิ่มก็โอนเข้าบัญชีเหมือนเดิม อย่าทำตัวน่ารำคาญ"
คำพูดตัดรอนอย่างไร้เยื่อใยนั้นไม่สามารถทำให้หัวอกข้างซ้ายของรินรดาสั่นไหวได้อีกต่อไป ความเจ็บปวดนับพันครั้งที่เขาเคยฝากไว้ได้หล่อหลอมให้หัวใจดวงนี้ด้านชาจนกลายเป็นเหล็กกล้า รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับเยือกเย็นจนคิรากรเผลอชะงัก
"คนสำคัญเหรอคะ..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นด้วยจังหวะจะโคนที่ไม่ดังไม่เบา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้เสียงรอบข้างรอบตัวเริ่มเบาลง "น่าเสียดายนะคะที่คุณคิรินคงไม่มีโอกาสได้ต้อนรับคนสำคัญที่สุดคนนี้ในฐานะภรรยาอีกต่อไปแล้ว"
มือเรียวบางล้วงเข้าไปในกระเป๋าคลัตช์หนังแท้ หยิบซองเอกสารสีขาวสะอาดตาออกมา แผ่นกระดาษที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยถูกวางลงบนถาดแชมเปญในมือของบริกรที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างนุ่มนวล
คิรากรจ้องมองซองเอกสารนั้นด้วยความรู้สึกประหลาด ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่ามันไม่ใช่จดหมายรัก หรือคำขอร้องอ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความสนใจแบบที่เธอเคยทำ
"นี่มันอะไร?" น้ำเสียงของเขาเริ่มกดต่ำลงด้วยความหงุดหงิด
"ของขวัญวันฉลองชัยชนะค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสั่นเครือ "ใบหย่า และ... หนังสือสัญญายกเลิกสิทธิ์ในทรัพย์สินทุกอย่างที่คุณเคยตบหัวแล้วให้ทานฉันมาตลอดสามปี"
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว แขกบางคนเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ คิรากรหน้าตึงขึ้นทันที ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขมับเมื่ออีโก้ของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ถูกท้าทายกลางงานสังคมชั้นสูง
"รินรดา! คุณกล้าดียังไงมาเล่นบ้าๆ แบบนี้ในงานของผม!" มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น แรงบีบสะท้อนความโกรธเกรี้ยวจนข้อมือขาวขึ้นรอยแดง แต่หญิงสาวกลับไม่มีแม้แต่เสียงร้องระงม เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและสะใจลึกๆ
"เล่นเหรอคะ? ฉันไม่ได้เล่นค่ะคิริน" เธอย้ำชื่อเล่นของเขาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "คุณคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะก้มหัวรอเศษความรักจอมปลอมของคุณไปตลอดชีวิตอย่างนั้นเหรอ? ตื่นได้แล้วค่ะ... ฉันเบื่อเต็มทีแล้วกับบทละครน้ำเน่าที่มีคุณเป็นพระเอกผู้แสนเย่อหยิ่งคนนี้"
"คุณไม่มีสิทธิ์!" คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดำสนิทวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "ถ้าไม่มีผม คุณก็เป็นแค่ผู้หญิงไร้ค่าที่เกาะผมกิน!"
"นั่นแหละค่ะคือเหตุผลที่ฉันต้องรีบก้าวออกมา" รินรดากระตุกยิ้มหยัน ดวงตาคู่สวยประกายแสงวับวาวอย่างน่ากลัว "เพราะต่อไปนี้... คนที่ไร้ค่าและกำลังจะสูญเสียทุกอย่างไปจริงๆ คือ *คุณ* ต่างหาก"
สิ้นคำพูดนั้น รินรดาก็กระชากข้อมือของตัวเองหลุดจากการเกาะกุมอย่างเด็ดเดี่ยว เธอปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนแขนเสื้อด้วยท่าทีราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา ก่อนจะหันหลังเดินกรีดกรายจากไปท่ามกลางสายตานับร้อยที่จับจ้องมาเป็นตาเดียว
คิรากรยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ เลือดในกายสูบฉีดด้วยความเดือดดาลจนแทบคลั่ง เขาคว้าซองเอกสารสีขาวขึ้นมาฉีกกระชากด้วยความโมโหร้าย สายตากวาดมองข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว—ทว่า ยิ่งอ่าน ดวงตาคมกริบก็ยิ่งเบิกกว้างขึ้น หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะมั่นคงกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อเห็นชื่อทนายความและเงื่อนไขการฟ้องร้องที่ถูกระบุไว้
นั่นไม่ใช่แค่ใบหย่าธรรมดา... แต่มันคือประกาศิตแห่งการทำลายล้างที่ถูกร่างขึ้นอย่างแยบยลโดยคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้ค่า!
"ประธานคิรินครับ... ทางสำนักพิมพ์และผู้ถือหุ้นใหญ่ฝั่งยุโรปติดต่อเข้ามาด่วนครับ พวกเขาบอกว่าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ถอนทุนออกกะทันหัน และบัญชีสำรองบริษัทถูกอายัดโดยคำสั่งศาล!" เสียงเลขานุการส่วนตัววิ่งเข้ามาในสภาพหอบเหนื่อย ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด
คิรากรหันขวับกลับไปมองทางประตูทางออกที่รินรดาเพิ่งเดินลับหายไป ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตาเดียว แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้สติจากความโกลาหลเบื้องหน้า สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สามขวบคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่ริมระเบียงห้องจัดเลี้ยง
เด็กน้อยคนนั้นหยุดยืนหันหลังให้แสงไฟ ใบหน้าด้านข้างที่หันมาเสี้ยวหนึ่งทำเอาลมหายใจของคิรากรสะดุดกึก ดวงตากลมโต จมูกรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบมาจากใครบางคน... มันคือพิมพ์เดียวกับเขาในวัยเด็ก ราวกับส่องกระจกเงาไม่มีผิดเพี้ยน!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความเจ็บปวดและสะใจไปพร้อมกับรินรดานะคะ
ทัณฑ์คืนแค้น: สุภาพบุรุษไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขามองข้าม•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนเอกสารสีขาว
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์คืนแค้น: สุภาพบุรุษไร้หัวใจกับอดีตภรรยาที่เขามองข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
