"ตายเสียเถิดเจ้าสวะ อย่าได้หวังว่าคนอย่างเจ้าจะมีที่ยืนในสำนักเสวียนอู่แห่งนี้อีกเลย!"
เสียงตวาดกร้าวพร้อมกับแรงถีบมหาศาลที่กระแทกเข้าที่ซี่โครงดัง *เปรี๊ยะ* เย่เฉินรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับถูกค้อนเหล็กนับพันทุบลงบนร่างที่บอบบาง กระดูกซี่โครงหักสะบั้นทิ่มแทงปอด ลมหายใจสุดท้ายของเด็กหนุ่มเจ้าของร่างเดิมขาดห้วงไปพร้อมกับความแค้นที่ฝังรากลึกในจิตวิญญาณ
ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมิดเข้ากลืนกินสรรพสิ่ง จิตวิญญาณของ 'มหาเทพเย่เฉิน' ผู้เคยสยบดวงดาวด้วยเพียงปลายนิ้วกลับถูกดึงดูดเข้ามาในความว่างเปล่านี้
*เจ้าคือใคร... ทำไมข้าถึงมาอยู่ในร่างที่เน่าเฟะเช่นนี้?*
นัยน์ตาที่ปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้น ความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากขุมนรกแผ่ซ่านออกมาจากแววตาที่เคยหม่นแสง บาดแผลฉกรรจ์บนร่างกายเริ่มสมานตัวอย่างเชื่องช้าด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด เย่เฉินยันกายลุกขึ้นท่ามกลางกองขยะหลังเรือนศิษย์ชั้นนอก หยาดเลือดที่ไหลอาบใบหน้าไม่อาจกลบรัศมีแห่งอำนาจที่แฝงอยู่ในลมหายใจได้แม้แต่น้อย
"เพียงแค่ศิษย์ชั้นนอกผู้หนึ่ง ถึงกับกล้าลงมือสังหารเพื่อนร่วมสำนักเยี่ยงสุนัขข้างถนนงั้นหรือ..." น้ำเสียงของเย่เฉินแหบพร่า ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยพลังกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
กลุ่มศิษย์สามคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าชะงักกึก พวกมันต่างมองหน้ากันด้วยความฉงน นี่มิใช่ 'เย่เฉิน' คนเดิมที่ขี้ขลาดและอ่อนแออย่างแน่นอน แววตาของมันในยามนี้... ราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากจำศีล
"ไอ้สวะ! แกยังไม่ตายอีกรึ?" หนึ่งในนั้นชักกระบี่เหล็กขึ้นมา พลังปราณสีเทาหม่นแผ่ออกมาเป็นระลอก "ในเมื่ออยากตายนัก ข้าก็จะส่งแกไปลงนรกซ้ำอีกรอบ!"
เย่เฉินมิได้สะทกสะท้าน เขายืนนิ่งดุจขุนเขาที่ไร้การสั่นคลอน ในใจเริ่มโคจร 'เคล็ดวิชาปราณดาราจักรผันแปร' ซึ่งเป็นวิชาลับขั้นสูงสุดที่เขาเคยบรรลุในชาติภพก่อน เส้นชีพจรที่อุดตันและแตกสลายกลับถูกกระตุ้นด้วยเจตจำนงที่แกร่งกล้าดั่งเพชร
*ปราณทิพย์... จงไหลเวียน*
สายลมรอบกายเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง กระแสพลังงานมหาศาลจากฟ้าดินถูกดูดซับเข้าสู่จุดตันเถียนที่ว่างเปล่า ร่างกายที่เคยบอบช้ำกลับฟื้นฟูด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ เย่เฉินขยับนิ้วมือเบาๆ เสียงกระดูกลั่นดังสนั่นราวกับเสียงดนตรีแห่งความตาย
"ช้าไป..."
ทันทีที่สิ้นคำ ร่างของเย่เฉินหายวับไปจากสายตา ก่อนจะปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังศิษย์ผู้ถือกระบี่ มือขวาของเขาสัมผัสเพียงแผ่วเบาที่ด้ามกระบี่ของอีกฝ่าย แต่ทว่าด้วยแรงกดดันจากปราณทิพย์ กระบี่เหล็กธรรมดานั้นกลับแหลกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา!
"อึก..." ศิษย์ผู้นั้นเบิกตากว้าง เลือดพุ่งออกมาจากปากก่อนจะล้มฟุบลงกับพื้นสิ้นใจทันทีโดยไม่มีแม้แต่รอยแผลภายนอก เพราะพลังปราณที่เย่เฉินส่งออกไปได้ทะลวงเข้าทำลายเส้นชีพจรหัวใจจนแหลกเหลวจากภายใน!
ศิษย์ที่เหลืออีกสองคนยืนตัวสั่นเทา ความหวาดกลัวเริ่มเข้าเกาะกินหัวใจ พวกมันพยายามจะวิ่งหนี แต่ทว่าแรงกดดันมหาศาลจากเย่เฉินกลับตรึงร่างพวกมันไว้กับพื้นราวกับถูกภูเขาทับ
"สำนักเสวียนอู่... บัดนี้ได้เวลาชำระแค้นให้แก่เจ้าของร่างนี้แล้ว" เย่เฉินกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนเงาของค่ำคืนที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน
ในขณะที่เขากำลังก้าวเดินออกจากกองขยะเพื่อมุ่งหน้าไปยังใจกลางสำนัก เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาแต่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับแรงกดดันที่เหนือกว่าปราณของศิษย์ทั่วไปหลายขุม เย่เฉินหยุดชะงัก รัศมีกระบี่รอบตัวเขาเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
"เจ้าไม่ใช่ศิษย์ขยะผู้นั้น" เสียงหญิงสาวเย็นชาดุจน้ำแข็งใส ดังกังวานขึ้นพร้อมกับการปรากฏกายของสตรีในชุดขาวบริสุทธิ์ นางคือ 'หลิวเยี่ยถิง' บุตรีเจ้าสำนักผู้เลื่องชื่อ ใบหน้างามล้ำค่าประหนึ่งเทพธิดาไร้ความรู้สึก ทว่าในแววตานางยามนี้กลับมีความสงสัยที่ลึกซึ้งฉายชัด
เย่เฉินหันกลับไปเผชิญหน้ากับนาง สายตาของทั้งคู่ประสานกันราวกับกระแสไฟฟ้าที่ปะทะกันกลางอากาศ หลิวเยี่ยถิงหยิบกระบี่น้ำแข็งในมือขึ้นมา ปลายกระบี่จ่อตรงมาที่ลำคอของเขา
"บอกข้ามา... เจ้าเป็นใครกันแน่ และเหตุใดปราณในกายเจ้า ถึงได้มีกลิ่นอายเดียวกับวิชาที่หายสาบสูญไปนานนับหมื่นปี!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายกระบี่นี้ หวังว่าบทเริ่มต้นนี้จะกระตุกจิตวิญญาณแห่งการบำเพ็ญเพียรของทุกท่านได้นะครับ!
ลั่วอสูรหมื่นภูผา
ดาราสวรรค์ดับสูญ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในร่างสวะ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาราสวรรค์ดับสูญ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
