ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 1

รอยเย็บที่ถูกทำลาย

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
“นี่คือคำสั่งไล่ออกค่ะคุณรินรดา อย่าให้ทางบริษัทต้องแจ้งความข้อหาลักทรัพย์ทางปัญญาเลยนะคะ มันไม่คุ้มกับอนาคตที่เหลืออยู่หรอกค่ะ” น้ำเสียงราบเรียบของหัวหน้าแผนกดีไซน์ดังขึ้น ท่ามกลางเสียงซุบซิบของเพื่อนร่วมงานที่ดังระงมไปทั่วห้องประชุมใหญ่ รินรดาชะงักมือที่กำลังถือร่างแบบชิ้นสุดท้าย เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตา ‘ศิรินทร์’ หญิงสาวที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างกายหัวหน้าแผนก ในมือของศิรินทร์ถือผลงานดีไซน์คอลเลกชันใหม่ที่รินรดาใช้เวลาแรมเดือนในการสเก็ตช์ภาพด้วยความทุ่มเท แต่วันนี้... มันกลับกลายเป็นชื่อของศิรินทร์ที่ประทับอยู่บนมุมขวาล่างของกระดาษแผ่นนั้น “ลักทรัพย์งั้นเหรอคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงของเธอไม่ได้สั่นเครือ แต่มันกลับเย็นเฉียบจนคนที่ได้ยินต้องขนลุก “เส้นสายที่เขียนด้วยความระมัดระวังจนนิ้วล็อก ความเหนื่อยล้าที่ฉันไม่ได้นอนมาสามคืนเพื่อคอลเลกชันนี้... คุณศิรินทร์คะ คุณกล้าสาบานไหมว่ารอยเย็บที่ชายกระโปรงนั่น คุณเป็นคนออกแบบมันเองจริงๆ?” ศิรินทร์หน้าเสียไปชั่ววูบ แต่เพียงพริบตาเธอก็เปลี่ยนเป็นท่าทีเย่อหยิ่ง “พูดพล่ามอะไรคะ? ผลงานวางอยู่บนโต๊ะทำงานฉัน หลักฐานก็คาดโท่ขนาดนี้ ทุกคนเห็นหมดว่าฉันเป็นคนส่งไฟล์เข้าเซิร์ฟเวอร์ก่อนเวลา ส่วนคุณ... ก็แค่ดีไซเนอร์ตกอับที่ขโมยงานคนอื่นไปทำเลียนแบบ หวังจะตีเนียนเป็นเจ้าของผลงาน” เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกระลอก หลายสายตามองรินรดาด้วยความสมเพช รินรดามองไปรอบห้อง เห็นความเกลียดชังและความสะใจของคนที่เคยเรียกตัวเองว่าเพื่อนร่วมงาน เธอไม่ได้ร้องไห้ ความเสียใจมันถูกเผาผลาญจนกลายเป็นความโกรธที่เงียบเชียบและทรงพลัง “ได้ค่ะ ในเมื่อต้องการแบบนี้” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอหยิบกระเป๋าใบเก่าคู่ใจขึ้นมา กวาดสายตามองทุกคนในห้องนั้นด้วยสายตาที่ทำให้คนที่สบตาถึงกับหลบวูบ “รอยเย็บนั่นมันมีรหัสลับที่ฉันซ่อนไว้ ใครที่เป็นเจ้าของผลงานจริงๆ ย่อมรู้ดีว่าทำไมถึงต้องเย็บทับรอยตะเข็บสามครั้งตรงจุดที่ไม่มีใครมองเห็น” “อย่ามาทำเป็นพูดจาไร้สาระ! เก็บของแล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะให้รปภ. ลากคุณออกไป!” หัวหน้าแผนกตวาดลั่น รินรดาไม่โต้ตอบ เธอเพียงเดินไปที่ประตูด้วยท่วงท่าที่สง่างาม แม้เสื้อผ้าจะดูธรรมดาเมื่อเทียบกับความหรูหราของบริษัทระดับท็อปแห่งนี้ แต่แววตาของเธอกลับดูมีอำนาจจนน่าประหลาด เธอเดินออกจากประตูบริษัทท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา กระเป๋าของเธอถูกฉีกขาดจากการยื้อยุดเมื่อครู่ ข้าวของข้างในร่วงกราวลงบนพื้นถนนเปียกชื้น เธอทรุดตัวลงคุกเข่าบนฟุตบาท พยายามเก็บเศษชิ้นงานที่ถูกศิรินทร์ขยำจนยับเยิน หัวใจที่แข็งแกร่งมาตลอดเริ่มสั่นไหว เมื่อความหิวและความสิ้นหวังรุมเร้า นี่คือวันที่เธอควรจะได้เซ็นสัญญาเป็นดีไซเนอร์หลัก แต่กลายเป็นวันที่เธอสูญเสียทุกอย่างแม้แต่ศักดิ์ศรี ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นหูและหนักแน่นก็ดังก้องขึ้นเหนือศีรษะ สายฝนที่กำลังตกหนักหยุดลงเพราะมีร่มคันใหญ่สีดำสนิทกางคลุมร่างเธอไว้ รินรดาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความมึนงง สิ่งที่เธอเห็นคือรองเท้าหนังขัดเงาวับและกางเกงสแล็คตัดเย็บประณีตของบุรุษผู้หนึ่ง “คุณร้องไห้ให้กับเศษกระดาษพวกนี้เนี่ยนะ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก รินรดาเงยหน้ามองเจ้าของเสียง พบกับชายหนุ่มใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีเข้มดุจท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยอำนาจและห่างไกลจากคำว่าเมตตา เขาก็คือ ‘คีย์รินทร์’ มหาเศรษฐีผู้กุมชะตาชีวิตของบริษัทสื่อและแฟชั่นระดับโลกที่เพิ่งจะกว้านซื้อบริษัทที่เธอเพิ่งถูกไล่ออกมา เขามองดูเธอด้วยสายตาที่ดูแคลน “ผู้หญิงที่ยอมให้คนอื่นเหยียบย่ำเพียงเพราะความใจอ่อนน่ะ ไม่สมควรจะได้รับโอกาสที่สองหรอกนะ” รินรดาเช็ดน้ำตาออกอย่างลวกๆ เธอพยุงตัวเองขึ้นยืน สบตาเขาอย่างไม่ลดละแม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความหนาว “ถ้าฉันยอมให้เหยียบย่ำ ฉันคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อเก็บผลงานที่ฉันสร้างมากับมือหรอกค่ะ คุณคีย์รินทร์... ถ้าคุณมองไม่เห็นค่าของความพยายามที่ถูกขโมยไป ก็เชิญเดินผ่านไปได้เลยค่ะ ฉันไม่ได้ต้องการความสงสารจากคนที่ไม่เคยรู้ว่าคำว่า 'พ่ายแพ้' มันเจ็บปวดแค่ไหน” คีย์รินทร์ชะงักไปเล็กน้อย มุมปากของเขากระตุกขึ้นคล้ายกับจะยิ้มแต่ก็ไม่ใช่ เขาโยนบัตรสีดำสนิทใบหนึ่งลงบนกองกระดาษที่เปียกปอนตรงหน้าเธอ “คืนนี้บริษัทของคุณจะมีงานกาล่าเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ที่ศิรินทร์อ้างว่าเป็นเจ้าของ” เขากล่าวพลางหมุนตัวเดินขึ้นรถลีมูซีนคันยาวที่จอดรออยู่ “ถ้าอยากทวงทุกอย่างคืน ก็ไปที่นั่นซะ... และอย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ รินรดา” ประตูรถปิดลงพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้อง ทิ้งให้รินรดายืนนิ่งอยู่กลางสายฝนพร้อมกับบัตรเครดิตที่ไร้ขีดจำกัดและนัยน์ตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม... ในขณะที่เธอกำลังก้มลงหยิบบัตรสีดำใบนั้นขึ้นมา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็แผดเสียงดังขึ้น มันเป็นสายเรียกเข้าจากเบอร์ปริศนา เมื่อเธอรับสาย เสียงปลายสายที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนของศิรินทร์ก็ดังลอดออกมา “แกคงกำลังเสียใจสินะรินรดา ลืมบอกไป... ที่ฉันไล่แกออกวันนี้ เพราะฉันแอบขายผลงานของแกให้คู่แข่งทางธุรกิจไปหมดแล้ว ต่อให้แกจะไปกาล่าคืนนี้ แกก็ไม่มีวันได้เดินเข้างานหรอก เพราะฉันสั่งรปภ. ไว้แล้วว่าถ้าเห็นหน้าแก ให้จับส่งตำรวจข้อหาบุกรุกทันที... เตรียมตัวไปนอนคุกได้เลยนะยัยคนน่าสมเพช!” รินรดากำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ก่อนจะแค่นยิ้มที่ทำให้คนมองต้องหวาดหวั่น เธอหันไปมองกระจกหน้าร้านหรูที่สะท้อนเงาตัวเอง... วันนี้ ‘รินรดาคนเดิม’ ได้ตายไปแล้ว และ ‘ดีไซเนอร์ผู้กุมอำนาจคนใหม่’ กำลังจะถือกำเนิดขึ้น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดานะคะ โปรดติดตามว่าการกลับมาของเธอในค่ำคืนนี้จะสะเทือนวงการแฟชั่นขนาดไหนค่ะ
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%