เสียงก้าวเดินส้นสูงสเตเลตโตบนพื้นหินอ่อนขัดมันของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ดังระรัวราวกับเสียงกลองศึกที่ประกาศการกลับมาของปีศาจ รินรดาในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิท ดีไซน์เรียบหรูไร้ที่ติแต่ทรงพลัง บาดตาบาดใจผู้พบเห็น ยืนหยัดอย่างมั่นคงเคียงข้างคีย์รินทร์ ชายหนุ่มผู้แผ่รังสีความเยือกเย็นและอำนาจมืดทึบออกมาจนผู้คนรอบข้างต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
ดูท่าทาง... คืนนี้พวกเราคงต้องไปร่วมงานแถลงข่าวในฐานะ ‘แขกรับเชิญพิเศษ’ เสียแล้วล่ะมั้งคะ
ประโยคที่ทิ้งไว้เมื่อครู่ยังคงก้องกังวานในความรู้สึก เมื่อประตูบานใหญ่เปิดออก แสงแฟลชจากสื่อมวลชนนับร้อยก็สาดซัดเข้ามาประหนึ่งพายุหิมะ ทว่าไม่มีใครสนใจนักข่าวพวกนั้น สายตาทุกคู่บนพรมแดงกำลังพุ่งเป้าไปที่จุดศูนย์กลางของห้องโถง ซึ่งงานเลี้ยงการกุศลและแฟชั่นโชว์การกุศลกำลังดำเนินไปอย่างหรูหรา
"อุ๊ยตาย... นั่นมัน รินรดาไม่ใช่เหรอคะ?"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง ศิรินทร์ ในชุดราตรีปักคริสตัลระยิบระยับสีแชมเปญ มูลค่าหลายหลัก เดินนետนิ่มเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบไว้ด้วยความเสแสร้ง เธอกวาดตามองสภาพของรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสมเพชเวทนา "กล้าโผล่หัวมางานสังคมระดับนี้ได้ยังไงคะเนี่ย หรือว่า... แอบย่องเข้ามาขโมยบัตรเชิญเหมือนที่เคยทำกับผลงานดีไซน์ของฉันเมื่อปีก่อน?"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รัศมีสับเมตรทันที บรรดาไฮโซและเซเลบในงานต่างหยุดบทสนทนา แล้วหันมาจับจ้องการปะทะกันของอดีตเพื่อนสนิทด้วยความอยากรู้อยากเห็น ศิรินทร์ตั้งใจส่งเสียงดังเพื่อให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน หวังจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของรินรดาให้จมดินต่อหน้าธารกำนัลอีกครั้ง
รินรดาไม่แม้แต่จะกระพริบตา เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ทว่าเย็นเยียบจนน่ากลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววคมกริบทรงปัญญา ต่างจากอดีตที่เคยยอมให้คนตรงหน้าเอาเปรียบอย่างไร้ทางสู้ เธอก้าวเข้าไปใกล้ศิรินทร์อีกหนึ่งก้าว จนอีกฝ่ายเผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ขโมยเหรอคะ?" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราใบมีดโกนของรินรดาดังขึ้น ทะลุผ่านเสียงรอบข้างได้อย่างง่ายดาย "คำนี้น่าจะเหมาะกับคุณศิรินทร์มากกว่านะคะ... อ้อ ไม่สิ ต้องเรียกว่า 'โจรปล้นผลงานศิลปะ' ถึงจะถูกต้องตามกฎหมายลิขสิทธิ์ที่กำลังรอหมายศาลไปเสิร์ฟถึงหน้าบ้านต่างหากล่ะคะ"
สีหน้าของศิรินทร์กระตุกวูบ รอยยิ้มเสแสร้งแข็งค้างในทันที "เธอ! อย่ามาปากดีนะรินรดา หลักฐานทุกอย่างในมือฉัน..."
"หลักฐานอะไรคะ? ภาพร่างฉบับจริงที่ยังมีลายเซ็นและวันที่ร่างด้วยหมึกซึมยี่ห้อหายาก หรือว่าไฟล์ต้นฉบับที่มีรหัสพิกเซลลอยน้ำซึ่งระบุชื่อตัวตนของฉันชัดเจน?" รินรดาเอียงคอถามด้วยท่าทางราusกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าแววตากลับจริงจังและกดดันจนศิรินทร์หายใจไม่ออก "ถ้าคุณอยากให้ฉันเปิดโปรเจคเตอร์กลางงานนี้แล้วฉายเอกสารทางกฎหมายทั้งหมดขึ้นจอใหญ่เพื่อให้แขกผู้มีเกียรติทุกคนได้อ่าน... ฉันก็ยินดีจัดให้นะคะ ถือเป็นการทำบุญให้ทานแก่คนความจำเสื่อม"
"รินรดา! แกมัน..." ศิรินทร์หน้าซีดเผือด มือที่ถือกระเป๋าคลัตช์สั่นระริกด้วยความโกรธและความหวาดกลัวที่พรั่งพรูขึ้นมาในอก เธอบริหารเสน่ห์ไต่เต้ามาถึงจุดนี้ได้เพราะผลงานของรินรดา หากความจริงถูกเปิดโปง ชีวิตสังคมชั้นสูงของเธอในค่ำคืนนี้จะพังทลายลงในพริบตา
"พอได้แล้ว"
เสียงทุ้มต่ำ ทรงพลัง และเย็นชาจนแทบจะแช่แข็งอากาศรอบตัวดังขึ้น คีย์รินทร์ที่ยืนกอดอกเงียบมาตลอด ขยับตัวก้าวมาบังรินรดาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบราวกับพญาน้ำแข็งมองกราดไปยังศิรินทร์และกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ยืนล้อมรอบด้วยความดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง
แรงกดดันมหาศาลจากตัวตนของคีย์รินทร์ทำเอาศิรินทร์ถึงกับเข่าอ่อน เธอนึกไม่ออกเลยว่าผู้หญิงไร้ค่าอย่างรินรดาไปคว้าตัวปีศาจแห่งวงการการลงทุนคนนี้มาควงแขนได้อย่างไร ผู้ชายที่แม้แต่นายทุนระดับประเทศยังต้องก้มหัวให้
"คุณ... คุณคีย์รินทร์คะ คือว่าผู้หญิงคนนี้..." ศิรินทร์พยายามเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นออดอ้อน หวังจะใช้มารยาหญิงเข้าหา ทว่ากลับต้องพบกับสายตารังเกียจเดียดฉันท์ที่ส่งกลับมา
"คู่ขาทางธุรกิจของผม... คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อเธอด้วยซ้ำ" คีย์รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบขาดราวกับประกาศิต "และถ้าหากฉันได้ยินว่าใครในที่นี้กล้าพูดจาดูหมิ่นคู่หมั้นของฉันอีกแม้แต่คำเดียว... เตรียมตัวต้อนรับการถอนทุนสนับสนุนกิจการภายในสามวินาทีนี้ได้เลย"
สิ้นคำพูดนั้น ความโกลาหลเล็กๆ ก็เกิดขึ้นในกลุ่มนักธุรกิจทันที เพราะทุกคนรู้ดีว่า "คีย์รินทร์" พูดจริงทำจริง อำนาจเงินในมือเขาสามารถทำให้บริษัทใหญ่โตล้มละลายได้ภายในชั่วข้ามคืน ศิรินทร์หน้าถอดสี ขาหมดแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น ท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองเธอด้วยความเหยียดหยามแทน
รินรดาลอบยิ้มสะใจในความพ่ายแพ้ที่เห็นได้ชัดเจนของอดีตเพื่อนรัก เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เคียงข้าง หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่อาจนิยาม เคมีระหว่างพวกเขาทรงพลังเสียจนไม่มีใครกล้าสบตา
ทว่า ในจังหวะที่ชัยชนะกำลังหอมหวานอยู่นั้นเอง ไฟในห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้ห้องโถงจมอยู่ความมืดมิดชั่วขณะ ก่อนที่สปอตไลท์ดวงเดียวจะสาดส่องลงมาที่ประตูทางเข้าด้านหลัง
ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามา พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังก้องกังวานไปทั่วทิศทาง และคำพูดที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกสาวตัวดี ที่เธอหนีไปซ่อนตัวกับผู้ชายคนนี้ เพราะคิดว่าฉันจะตามเธอไม่เจออย่างนั้นเหรอ?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา•ตอนที่ 7
เผชิญหน้าศัตรูเก่า
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับทายาทหมื่นล้านผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!