สูตรลับดับแค้น: เค้กของอดีตสามีที่ผมไม่ขอรับคืน•ตอนที่ 1

รอยร้าวในเศษจาน

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายของวนิลากลากเกลื่อนด้วยคราบน้ำตาในอดีตไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำของรินรดาเลยแม้แต่น้อย มันคือกลิ่นของความพ่ายแพ้ กลิ่นของหญิงสาวผู้เคยยอมเอาชีวิตทั้งชีวิตไปเดิมพันไว้กับเตาอบและผู้ชายที่มองเห็นเธอเป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นหนึ่งในคฤหาสน์หลังโต ทว่า ณ วินาทีนี้ ภายใต้แสงไฟระยิบระยับของคริสตัลนับพันดวงในห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางเมือง กลิ่นอายเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยความหอมลึกล้ำของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพัน—กลิ่นกายของหญิงสาวผู้รอดชีวิตจากกองเพลิงแห่งความชอกช้ำ และกลับมาเกิดใหม่เพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยถูกพรากไป รินรดากวาดสายตามองภาพเบื้องหน้าด้วยนัยน์ตาเรียุบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดหวั่นพรพรหมใดๆ ชุดราตรีปักเลื่อมระยิบระยับเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มราวมหาสมุทรยามราตรี ขับเน้นส่วนโค้งเว้าอันสง่างามและไหล่เนียนระหงที่เคยถูกกดให้ต่ำต้อยด้วยวาจาเชือดเฉือนของใครบางคน ผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต เปิดลำคอระหงที่ประดับด้วยสร้อยเพชรน้ำงาม—ของขวัญชิ้นแรกที่ธันวา คู่คิดผู้ยืนเคียงข้างเธอในวันที่โลกพังทลาย—มอบให้เพื่อเป็นเกียรติแก่การเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ "ตื่นเต้นไหมครับคนเก่ง" เสียงทุ้มนุ่มนวลกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู พร้อมกับสัมผัสอุ่นวาบที่วางทอดลงบนข้อศอกเปลือยเปล่า ธันวาสส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ สายตาของเขาคู่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยและความเทิดทูน ซึ่งเป็นสิ่งที่รินรดาไม่เคยได้รับเลยตลอดสามปีในฐานะภรรยาของคินทร์ "รินไม่เคยกลัวความมืดอีกต่อไปแล้วค่ะพี่ธันวา" เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามั่นคงจนคนฟังสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าเกรงขามที่ซ่อนอยู่ภายใน ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยงซึ่งอบอวลไปด้วยเสียงหัวeเราะและการเจรจาธุรกิจระดับพันล้าน คินทร์กำลังยืนถือแก้วแชมเปญด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและเย็นชาดังเช่นเคย สายตาคมกริบกวาดมองผู้คนรอบกายด้วยความเบื่อหน่าย ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนี๊ยบกริบยังคงทรงอิทธิพลและเป็นศูนย์กลางความสนใจของสังคมไฮโซเสมอมา แต่ทว่า... นับตั้งแต่หกเดือนก่อนที่บ้านเรือนหอต้องเหลือเพียงความว่างเปล่าและความเย็นเยียบ คินทร์ก็ค้นพบว่าความสำเร็จทางธุรกิจนับร้อยล้านไม่สามารถเติมเต็มความเวิ้งว้างในอกที่เคยมีกลิ่นขนมปังอบใหม่ๆ คลอเคลียได้เลย "คุณคินทร์ครับ ทางโครงการรีสอร์ทใหม่ที่ภูเก็ต..." เสียงคู่ค้าดังขึ้นข้างกาย แต่คินทร์กลับไม่ได้ยินมันเลย สัญชาตญาณบางอย่างกระชากความสนใจของเขาให้หันขวับไปยังบันไดวนเบื้องหน้า—จุดที่แขกผู้มีเกียรติทยอยก้าวลงมาจากชั้นลอย ที่ตรงนั้น รินรดากำลังก้าวลงมาทีละขั้นอย่างสง่างาม ท่วงท่าของเธอราวนางพญาหงส์ที่เพิ่งกางปีกบินข้ามผ่านพายุร้าย แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาต้องร่างระหง ทำให้ประกายเพชรบนเครื่องประดับและชุดราตรีสะท้อนเข้าตาผู้คนจนแทบหยุดหายใจ แต่สิ่งที่ทำให้คินทร์ถึงกับมือไม้สั่น แก้วแชมเปญเกือบหลุดร่วงจากปลายนิ้ว ก็คือ 'ดวงตาคู่นั้น' ดวงตาที่เคยฉายแววออดอ้อน เจ็บปวด และยอมจำนนต่อเขาตลอดมา บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และว่างเปล่าเสียจนน่ากลัว หล่อนไม่ได้มองมาที่เขาด้วยความโกรธเกลียด หรือแม้แต่ความน้อยเนื้อต่ำใจ... หล่อนแค่มองผ่านเขาไป ราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศไร้ตัวตน *รินรดา? เป็นไปไม่ได้... ผู้หญิงคนนั้นจะกลายมาเป็นคนแบบนี้ได้อย่างไร* คินทร์ขยับตัวก้าวออกไปโดยไม่รู้ตัว หัวใจที่เคยด้านชากลับกระหน่ำเต้นรัวด้วยความหวาดวิตกที่อธิบายไม่ถูก ร่างสูงพยายามแหวกฝูงชนเข้าไปใกล้บันไดให้มากที่สุด สายตาจับจ้องทุกย่างก้าวของผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าจะอยู่ที่ก้นบึ้งของความซมซานไปตลอดกาล แต่ภาพตรงหน้ากลับตบหน้าเขาอย่างแรงจนชาหนบ รินรดาย่างก้าวลงมาเคียงข้างชายหนุ่มอีกคน—ธันวา เจ้าของอาณาจักรเกษตรกรรมแปรรูปรายใหญ่ที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้ มือหนาของธันวาโอบประคองเอวบางอย่างทะนุถนอม และรินรดาก็ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขา—รอยยิ้มที่คินทร์ไม่เคยได้รับมาเนิ่นนานนับตั้งแต่แต่งงานกัน "ริน..." คินทร์พึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับคนละเมอ ลำคอแห้งผากจนกลืนน้ำลายแทบไม่ลง ทันทีที่เท้าเรียวแตะถึงพื้นห้องจัดเลี้ยง รินรดาก็หันมาสบตากับอดีตสามีเข้าโดยบังเอิญ ระยะห่างระหว่างพวกเขามີไม่ถึงสเมตร ความอึดอัดและแรงปะทะทางอารมณ์พุ่งทะยานจนบรรยากาศรอบข้างราวกับถูกแช่แข็ง รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมาให้เขาเพียงคนเดียว ก่อนที่เธอจะเอ่ยคำพูดเบาๆ ที่แม้จะไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีแดงระเรื่อ แต่คินทร์ก็อ่านปากของเธอได้อย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ... *‘สายไปแล้วค่ะ… คุณคินทร์’* สิ้นเสียงคำท้าทายในใจนั้น ธันวาก็โน้มตัวลงกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูกลุ่มผมหอมกรุ่นของรินรดา พร้อมกับรอยยิ้มภาคภูมิใจที่ประกาศสถานะของพวกเขาให้คนทั้งสังคมได้รับรู้ แต่ในวินาทีที่คินทร์กำลังจะก้าวเข้าไปกระชากแขนหญิงสาวเพื่อถามความจริงทั้งหมด ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องจัดเลี้ยงก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงประกาศของพิธีกรที่ทำให้ร่างของคินทร์ต้องชะงักงันค้างเติ่ง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม "และขอต้อนรับแขกผู้มีเกียรติคนสำคัญ... คุณหญิงมาลินี พร้อมด้วยทายาทตัวน้อย น้องโปรด ที่บินตรงมาจากปารีสเพื่อร่วมงานประมูลการกุศลในค่ำคืนนี้ครับ!" รินรดาชะงักก้าวเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าสวยคมเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่ง ขณะที่คินทร์หันขวับไปมองตามเสียงประกาศนั้นด้วยความตกตะลึง เด็กชายวัยราวสามขวบในชุดสูทเด็กตัวจิ๋ว หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดพิมพ์ทรงมาจากใครบางคนในห้องนี้ราวกับแกะ กำลังก้าวเดินเตาะแตะเข้ามาในอ้อมกอดของพี่เลี้ยง พร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อใครคนหนึ่งด้วยเสียงใสแจ๋วที่ดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงอันเงียบงัน... "แม่รินครับ... น้องโปรดง่วงนอนแล้วครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการทวงคืนศักดิ์ศรีครั้งนี้ด้วยกันนะคะ เมฆหมอกสีชมพู
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับดับแค้น: เค้กของอดีตสามีที่ผมไม่ขอรับคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%