*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันหนักแน่นและทรงพลังกว่าเดิม ราวกับผู้มาเยือนรู้ดีว่าเบื้องหลังบานประจกแผ่นนั้นมีความตึงเครียดระดับไหนกำลังก่อตัวขึ้น
รังสิมันต์ไม่ขยับเขยื้อน ปลายนิ้วชี้ของเขาแตะค้างอยู่บนไกปืนพกสั้นซีแซด 75 ที่ขึ้นลำพร้อมลั่นไก สายตาคมกริบของอดีตสารวัตรจดจ้องไปยังเงาร่างที่ทาบทับอยู่บนกระจก เงาร่างนั้นสูงโปร่ง ไหล่กว้าง และยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน ท่ามกลางกลิ่นอายคาวเลือดและสารเคมีในห้องชันสูตรที่อบอวลไปด้วยความกดอากาศต่ำ
ในขณะเดียวกัน รินรดากลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แพทย์นิติเวชสาวอัจฉริยะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างเงียบเชียบ ดวงตาสีนิลคู่สวยกวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อประเมินทางหนีทีไล่และวัตถุที่อาจใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวได้ทันที
"ถอยไปอยู่หลังตู้เก็บเครื่องมือแพทย์ซะ" เสียงกระซิบต่ำของรังสิมันต์ลอดไรฟันออกมาอย่างระมัดระวัง สัญชาตญาณดิบของนักล่าบอกเขาว่าผู้ที่อยู่หลังประตูกระจกไม่ใช่ตำรวจท้องที่ธรรมดา และไม่ใช่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่กำลังเดินตรวจงานตามรอบปกติอย่างแน่นอน
"คุณต่างหากที่ควรลดปืนลง" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เยือกเย็นจนน่าเหลือเชื่อ ท่าทีของเธอราวกับกำลังวิเคราะห์เคสผ่าศพมากกว่าการเผชิญหน้ากับบุคคลปริศนาในยามวิกาล "การยิงปืนในเขตรักษาความปลอดภัยระดับสูงของโรงพยาบาล จะสร้างร่องรอยวิถีกระสุนและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่คุณเองก็คงไม่อยากอธิบายให้ผู้บัญชาการฟังหรอกนะฃครับ... เอ่อ หมายถึง... ในฐานะอดีตสารวัตร"
รังสิมันต์เหลือบสายตากลับมามองเธอแวบหนึ่งด้วยความฉงนแกแกมทึ่งเล็กน้อย ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นผู้หญิงคนไหนสงบสติอารมณ์ได้ดีเยี่ยมขนาดนี้ท่ามกลางปากกระบอกปืนและเงาสืบสวนที่คืบคลานเข้ามา
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น มือเรียวยาวข้างหนึ่งยื่นออกไปผลักบานประจกฝ้าให้เปิดออกอย่างไม่เกรงกลัว
*แอ๊ด...*
แสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามาภายในห้องชันสูตร เผยให้เห็นใบหน้าของผู้มาเยือนอย่างชัดเจน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มเข้ารูป เส้นผมยาวประบ่าถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมฉายแววคมปลาบและเต็มไปด้วยความถือดี รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความเป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ
"โอ๊ะ ดูเหมือนว่าเราจะมาขัดจังหวะการประชุมลับของอดีตตำรวจกับแพทย์นิติเวชมือหนึ่งเข้าสินะคะ..." น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากปากของผู้มาใหม่ เธอกวาดสายตาสำรวจรังสิมันต์ที่ยังคงถือปืนค้างไว้ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รินรดาด้วยแววตาวิเคราะห์
รังสิมันต์หรี่ตาลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้านั้น "สารวัตรใหญ่พัชรา... คุณมาทำอะไรที่นี่ในเวลาตีสอง?"
พัชรา หรือที่ในวงการสืบสวนเรียกขานกันลับๆ ว่า "ผู้หญิงร้อยเล่ห์" ก้าวเท้าเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นกระเบื้องดัง *ก๊อก แกร๊ก* เป็นจังหวะที่จงใจสร้างความกดดัน เธอยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองรอบห้องที่มีร่องรอยการต่อสู้เล็กน้อยจากการค้นหาความจริงเมื่อครู่
"ถ้าฉันไม่มา ฉันคงพลาดฉากเด็ดที่อดีตสารวัตรผู้ตกอับกำลังพยายามทำลายหลักฐานคดีฆาตกรรมอำพรางในห้องชันสูตรแน่ๆ" พัชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทุกคำพูดบาดลึกราวกับใบมีดโกน "และที่สำคัญ... ฉันได้รับคำสั่งด่วนจากเบื้องบนให้มาตรวจสอบการปฏิบัติงานที่ผิดระเบียบของแพทย์นิติเวชผู้เย่อหยิ่งบางคน ที่กล้าผ่าศพโดยไม่ได้รับอนุมัติจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี"
ดวงตาสีนิลของรินรดาหรี่แคบลงเล็กน้อย ความเยือกเย็นไร้อารมณ์ของเธอเริ่มมีรอยร้าวขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดที่ถูกขัดขวางการทำงานอันละเอียดอ่อน
"ถ้าฉันไม่ผ่าตัดเปิดกะโหลกชิ้นนั้นในเวลาตีหนึ่ง เศษโลหะผสมไทเทเนียมขนาดเล็กที่ฝังอยู่ใต้ฐานสมองของผู้ตายคงจะละลายหายไปกับกระบวนการเน่าสลายตามธรรมชาติในอีกสามชั่วโมงถัดมา..." รินรดาก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับพัชราโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ได้เปรียบกว่าแม้แต่น้อย น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่ทรงพลังด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ "ในฐานะสารวัตร คุณน่าจะรู้ดีว่าการรักษาหลักฐานทางกายภาพสำคัญกว่าพิธีรีตองทางราชการที่ล่าช้าเป็นเต่าคลานนะฃครับ... เอ่อ หมายถึง... ล่าช้าจนหลักฐานสูญหาย"
พัชราแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องมองแพทย์สาวรุ่นน้องอย่างไม่ยอมแพ้ "เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ฟังดูสวยหรูเสมอเมื่อมันออกจากปากคนที่ต้องการปิดบังอะไรบางอย่าง รินรดา... เธอคิดว่าตัวเองฉลาดเหนือกว่ากฎหมายงั้นหรือ? การกระทำของเธอและอดีตสารวัตรตกอับคนนี้เข้าข่ายการทำลายหลักฐานและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ชัดเจนยิ่งกว่ารอยนิ้วมือบนแก้วกาแฟเสียอีก"
บรรยากาศในห้องชันสูตรอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รังสิมันต์เก็บปืนพกกลับเข้าซองใต้แจ็คเก็ตอย่างเงียบเชียบ แม้ใบหน้าของเขาจะยังคงรอยยิ้มกวนประสาทไว้ได้ แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาแค่ขู่ พัชรามีหลักฐานบางอย่างอยู่ในมือ หรือไม่เธอก็กำลังเล่นเกมการเมืองที่สกปรกยิ่งกว่าคดีฆาตกรรมที่พวกเขากำลังตามหา
"คุณพัชรากำลังกล่าวหาพวกเราโดยใช้ข้ออ้างเรื่องระเบียบราชการ แต่ลืมมองภาพใหญ่ไปหรือเปล่าครับ?" รังสิมันต์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างผู้หญิงทั้งสองคน ร่างสูงใหญ่ของเขาบังคับให้สารวัตรสาวต้องเงยหน้าขึ้นมอง "ฆาตกรไร้เงาคนนั้นไม่ได้ทิ้งแค่ร่องรอยไว้ที่ศพ แต่มันกำลังทิ้งความท้าทายไว้ให้พวกเราทั้งกรมตำรวจ ถ้าคุณยังมัวแต่สนใจเรื่องพิธีการมากกว่าการตามล่าตัวฆาตกร ศพต่อไปอาจจะไปนอนอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณเองก็ได้"
พัชรานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาของเธอไหววับด้วยความโกรธที่ถูกอดีตสารวัตรตอกกลับอย่างเจ็บแสบ แต่เธอก็เป็นมืออาชีพพอที่จะไม่แสดงอาการสติหลุดออกมาให้เห็น
"งั้นเหรอคะ..." พัชรายิ้มเยาะ เธอยื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ถือติดมือมาด้วย วางกระแทกกลงบนโต๊ะทำงานสเตนเลสของรินรดาเสียงดัง *ปึก* "ถ้าพวกคุณมั่นใจในทักษะและเหตุผลนัก ก็ลองอธิบายเอกสารชิ้นนี้ให้ฉันฟังหน่อยสิคะ... คดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสามปีก่อน ที่มีลายมือชื่อลงนามในใบชันสูตรศพว่าเป็น 'อุบัติเหตุ' เป็นคนเดียวกันกับพี่ชายของแพทย์นิติเวชอัจฉริยะอย่างคุณรินรดาไม่ใช่หรือ?"
เพล้ง!
ราวกับมีค้อนเหล็กขนาดมหึมาทุบลงกลางใจ รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างเพรียวบางแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อก้มลงมองเอกสารในแฟ้มสีน้ำตาลที่เปิดอ้าออก เผยให้เห็นลายมืออันคุ้นเคยและภาพถ่ายที่เธอพยายามลืมเลือนมาตลอดสามปีเต็ม
รังสิมันต์หันขวับไปมองรินรดาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นอาการผิดปกติทางสีหน้าของคู่หูสาวเป็นครั้งแรก ปมในใจที่เธอแบกรับมาตลอดกำลังถูกกระชากออกมากลางแสงไฟอย่างโหดเหี้ยม
พัชราโน้มตัวเข้าไปกระซิifข้างหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและสะใจ "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ... คุณหมอคนเก่ง"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของรังสิมันต์ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษที่ดังขึ้นเบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบ
*[ระบบตรวจพบเงื่อนไขลับ: การเผชิญหน้ากับความจริงเบื้องหลังตราบาป]*
*[ระดับความยาก: SSS]*
*[เวลาจำกัดในการไขปริศนาเบื้องหลังการตายของเป้าหมาย: 24 ชั่วโมง]*
*[คำเตือนจากระบบ: ผู้ร่วมมือคนใหม่กำลังเดินเข้ามาทางประตูด้านหลัง และเขาถือมีดผ่าตัดที่เปื้อนเลือดสดๆ ของพยานปากเอกไว้ในมือ...]*
รังสิมันต์สะดุ้งสุดตัว เขาหันขวับกลับไปมองประตูด้านหลังที่เพิ่งปิดสนิทลงไป ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครบางคนก็ดังขึ้น *ก้าว... ก้าว... ก้าว...* มุ่งตรงมายังห้องชันสูตรแห่งนี้!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในคดีอันซับซ้อนนี้ด้วยกันนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับอาชญากรไร้เงา•ตอนที่ 2
การปะทะของเหตุผลและสัญชาตญาณ
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับอาชญากรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
