"ปืนก็ไม่ได้ลั่น ร่องรอยการต่อสู้ก็ไม่มี แม้แต่รอยช้ำบนผิวหนังชั้นนอกยังหาไม่เจอ... สารวัตรยังกล้าพูดเต็มปากอีกเหรอครับว่านี่คืออุบัติเหตุ"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความระอาของรังสิมันต์ ดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องตรวจศพที่เย็นยะเยือก กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนและแอลกอฮอล์คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายความตายอันเป็นเอกลักษณ์ เขายืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองร่างไร้วิญญาณบนเตียงสแตนเลสด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
บนเตียงนั้นคือร่างของ "ชัยยศ" นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล สภาพศพภายนอกดูปกติราวกับคนกำลังนอนหลับใหล ไร้ร่องรอยการถูกทำร้าย ใบหน้าสงบ ศีรษะไม่มีรอยยุบ กระดูกไม่มีจุดแตกหัก ตำรวจท้องที่สรุปสำนวนอย่างรวดเร็วว่าเป็น "อุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำจนหัวใจวายเฉียบพลัน" แต่สำหรับอดีตสารวัตรฝีมือดีอย่างรังสิมันต์แล้ว สัญชาตญาณดิบในตัวบอกชัดเจนว่า นี่คือฆาตกรรมที่ถูกจัดฉากไว้อย่างแนบเนียนที่สุด
ทว่า คนที่ทำให้คดีนี้ยังไม่ถูกปิดตาย ไม่ใช่ตำรวจน้ำดีที่ถูกลดชั้นอย่างเขา... แต่เป็นแพทย์นิติเวชสาวผู้ยืนอยู่เบื้องหลังแสงไฟนีออนสีขาวโพลนต่างหาก
รินรดายังคงก้มหน้าก้มตาทำงานของเธออย่างเงียบเชียบ ปลายมีดผ่าตัดคมกริบกรีดลงบนผิวหนังส่วนต้นคออย่างแม่นยำและนุ่มนวล แววตาภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือระทึกขวัญ มีเพียงความเย็นชาและสมาธิระดับสูงที่ถูกหล่อหลอมจากอดีตอันดำมืด ปมในใจเกี่ยวกับการตายปริศนาของพี่ชายเมื่อหลายปีก่อนผลักดันให้เธอปฏิเสธความมักง่ายของกระบวนการยุติธรรม เธอไม่เชื่อถือ "ความบังเอิญ" และไม่เคยปล่อยผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอื่นมักมองข้าม
"ถ้าตำรวจท้องที่เขาฉลาดพอก็คงไม่ต้องรบกวนเวลาผ่าตัดของฉันหรอกค่ะ... อ้อ ขอโทษทีติดปากไปหน่อยครับ พอดีคุยกับพวกสมองทึบมาทั้งวัน" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง เธอจงใจใช้สรรพนามกวนประสาทเพื่อกลบเกลื่อนความหงุดหงิดในระบบราชการ
รังสิมันต์หลุดหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน เขาชอบรอยยิ้มเยาะหยันที่มักซ่อนอยู่มุมปากของเธอเสมอ แม้ในยามที่เธอต้องเผชิญหน้ากับศพเน่าเฟะหรือคดีสุดสะพรึง รินรดาก็ยังคงรักษาความสุขุมเยือกเย็นไว้ได้ราวกับหุ่นยนต์ที่มีชีวิตชีวา เคมีระหว่างอดีตสารวัตรผู้ใช้วิธีนอกกรอบกับแพทย์นิติเวชสาวผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ ค่อยๆ พัฒนาจากความไม่ไว้วางใจ กลายเป็น "คู่หู" จำยอมที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคอันตรายในโลกมืดไปด้วยกันอย่างอบอุ่นและสมจริงในแบบของพวกเขา
"แล้วคุณหญิงหมอผู้เย็นชาเจออะไรล่ะครับ ถึงได้ยอมเสียเวลาล่วงเวลามาถึงเที่ยงคืนแบบนี้" รังสิมันต์เดินเข้ามาใกล้เตียงผ่าตัดมากขึ้น กลิ่นกาแฟดำจางๆ จากแก้วในมือเขาเจือจางกลิ่นคาวเลือดลงได้บ้าง
รินรดาวางมีดผ่าตัดลงบนถาดสแตนเลส เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* สะท้อนก้องในห้องแคบๆ เธอดึงถุงมือยางออกข้างหนึ่งแล้วหยิบแว่นขยายอุตสาหกรรมขึ้นสวม ก่อนจะใช้คีมปลายแหลมคีบเส้นใยขนาดเล็กมากๆ ที่ซ่อนอยู่บริเวณร่องกระดูกท้ายทอยชิ้นที่สองขึ้นมาส่องดูใกล้ๆ
"ร่องรอยระดับไมโครสโคป... ถ้าฉันใช้แค่ตาเปล่าหรือมองผ่านๆ แบบตำรวจพวกนั้นก็คงเห็นเป็นแค่รอยขีดข่วนจากผ้าขนหนู" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักของคำพูดกลับทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งลงทันที เธอยื่นจานแก้วบรรจุตัวอย่างชิ้นเนื้อและเส้นใยสีดำสนิทให้รังสิมันต์ดู "ดูนี่สิคะสารวัตร ผิวหนังชั้นในบริเวณก้านสมองมีรอยช้ำสีม่วงคล้ำขนาดเท่าหัวเข็มหมุด สองจุด... เป๊ะๆ"
รังสิมันต์รับจานแก้วมาพิจารณา ดวงตาคมกريบหรี่ลงด้วยความครุ่นคิด "รอยเจาะจากเข็ม... หรืออะไรสักอย่างที่เล็กและแหลมคมมากๆ?"
"ถูกต้องค่ะ" รินรดาพยักหน้าน้อยๆ แววตาส่อประกายความอัจฉริยะ "ฆาตกรไม่ได้ใช้กำลัง ไม่ได้ใช้ยาพิษที่ตรวจพบได้ง่ายในกระเพาะอาหาร แต่เลือกใช้สารกระตุ้นระบบประสาทปริมาณความเข้มข้นสูง ฉีดเข้าสู่ก้านสมองผ่านรอยต่อของกระดูกต้นคอโดยตรงโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นด้านนอกให้เห็น สารตัวนี้จะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลันภายในสามนาที และสลายตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอยภายในหกชั่วโมงหลังผู้ตายเสียชีวิต... พูดง่ายๆ คือ ถ้าฉันไม่ผ่าดูไขสันหลังและก้านสมองอย่างละเอียดในระดับโมเลกุล เราก็คงฝังศพนี้ไปพร้อมกับความลับ และคิดว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุธรรมดาๆ ตามที่พวกมันต้องการ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รังสิมันต์สูดหายใจเข้าลึก ภายในอกรู้สึกได้ถึงความเดือดพล่านของเลือดในกาย คดีนี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็นฝีมือของ "อาชาญากรไร้เงา" มืออาชีพที่รู้ระบบนิติเวชของโรงพยาบาลดีเสียยิ่งกว่าหมอ ทว่า ในขณะที่รังสิมันต์กำลังจะเอ่ยปากวิเคราะห์แผนประทุษกรรมต่อ จู่ๆ ไฟนีออนบนเพดานห้องผ่าตัดก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ และดับวูบลงพร้อมกัน เสียงหึ่งต่ำๆ ของเครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ เงียบหายไปในพริบตา เหลือเพียงความมืดมิดและแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องลงมาอาบไล่ร่างไร้วิญญาณบนเตียงให้กลายเป็นสีเลือด
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
เสียงแจ้งเตือนแปลกประหลาดดังขึ้นจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของรินรดา มันไม่ใช่เสียงข้อความธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยเข้ารหัสระดับสูงสุดจากระบบฐานข้อมูลลับของกรมอุบัติเหตุและคดีพิเศษที่เธอแอบติดตั้งไว้เพื่อสืบหาการตายของพี่ชาย
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด เผยให้เห็นข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับตำแหน่งพิกัด GPS แบบเรียลไทม์ที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ห้องผ่าตัดนี้ทุกที
**[เตือนภัยระดับ SSS: ตรวจพบการเข้าถึงระบบควบคุมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต]**
**[เป้าหมาย: ห้องปฏิบัติการนิติเวชชั้น 4]**
**[ข้อความจากระบบ: "คุณกำลังผ่าตัดศพของคนที่สอง... และผู้ส่งสารกำลังมาเคาะประตูห้องคุณแล้วครับ หมอรินรดา"]**
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่ความเยือกเย็นไร้อารมณ์ของเธอสั่นคลอน รังสิมันต์พุ่งตัวไปคว้าปืนพกสั้นประจำกายขึ้นมาขึ้นลำพร้อมยิงอย่างไร้เสียงสะท้อน ดวงตาของอดีตสารวัตรกวาดมองไปที่ประตูกระจกฝ้าด้านนอก ซึ่งเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาไปกับเรานะครับ
---
*โปรดติดตามตอนต่อไป*
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับอาชญากรไร้เงา•ตอนที่ 1
ศพที่ไม่มีร่องรอย
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับอาชญากรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
