เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 33

อ้อมกอดที่โหยหา

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
“ฉันบอกให้เปิดประตู!” เสียงทุบประตูปอนด์ดังปังๆ ราวกับพายุคลั่งที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่เบื้องนอก พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราดของกรวีร์ที่ดังทะลุบานไม้หนาทึบเข้ามาในห้องชุดส่วนตัวของภริดา ลลิลสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อหันไปสบตากับร่างสูงระหงของท่านประธานสาวที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ภริดากัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน แววตาคมกริบฉายแววคุกกรุ่นราวกับพร้อมจะฆ่าคนได้ด้วยมือเปล่า “เขาเข้ามาได้ยังไง…” เสียงพึมพำของลลิลเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวเย็นเฉียบยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง “ฉันล็อกประตูแล้วนี่นา… ริดา คุณมีกสำรองสำรองไว้เหรอคะ?” “ไม่ใช่เรื่องเวลามาถามหาความรับผิดชอบเรื่องกุญแจค่ะ ลิน!” ภริดาตวาดเสียงต่ำแต่ทรงพลัง เธอสาวเท้าเข้าประชิดตัวเลขaสาวคนสนิทที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ใกล้บานหน้าต่าง ภริดาปรายตามองประตูห้องที่สั่นสะเทือนตามแรงกระแทก ก่อนจะหันกลับมาจ้องลลิลด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “กรวีร์มันรู้รหัสผ่าน… และถ้ามันพังเข้ามาได้ ชีวิตเราสองคนในห้องนี้คงไม่จบแค่การเคลียร์งานเอกสารแน่ๆ” ปัง! เสียงทุบครั้งใหญ่ทำให้กระจกหน้าต่างสั่นสะเทือน หยาดฝนด้านนอกเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง ราวกับท้องฟ้ากำลังวิปริตสะท้อนความวุ่นวายภายในจิตใจของคนทั้งคู่ บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ลลิลมองใบหน้าสวยเฉียบที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของภริดา ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอก ถ้าคืนนี้เธอดื้อดึงไม่มาที่คอนโดของเจ้านาย ภริดาก็คงไม่ต้องมาเผชิญหน้ากับไอ้ตัวน่ารำคาญอย่างกรวีร์ตามลำพัง และตอนนี้… สายฝนข้างนอกก็กำลังกระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง กรวีร์ยังคงยืนตะโกนโวยวายท้าทายอยู่หน้าห้องไม่เลิกรา เสียงของเขาปะปนไปกับเสียงคำรามของฟ้าผ่าด้านนอก ทว่าในวินาทีที่ลลิลเห็นแววตาไหววูบที่ฉายความเหนื่อยล้าออกมาจากดวงตาคู่สวยของประธานสาวผู้เย่อหยิ่ง… กำแพงความดื้อรั้นในใจของเธอก็พังครืนลงมาในเสี้ยววินาที “ริดา… หลบไปค่ะ” ลลิลพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวผิดจากเมื่อครู่ ก่อนจะหมุนตัวคว้า“ร่มพับสีดำ” ของภริดาที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์อย่างรวดเร็ว “คุณจะทำอะไร ลิน! อย่าบ้าสมองนะ ออกไปตอนนี้คุณจะเปียกฝน แล้วกรวีร์มัน…” ภริดารั้งข้อมือเรียวไว้แน่น ความร้อนจากฝ่ามือของประธานสาวส่งผ่านความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด แต่ลลิลกลับส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทั้งกวนประสาทและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน “ฉันบอกแล้วไงคะว่า… ฉันไม่ยอมให้ใครมารังแกเจ้านายของฉันหรอกค่ะ ต่อให้เป็นไอ้บ้านั่นก็เถอะ” พูดจบลลิลก็สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุม เธอพุ่งตัวไปที่ประตูระเบียงห้องนอนใหญ่ที่เชื่อมออกไปยังระเบียงด้านนอก ซึ่งเป็นจุดอับสายตาที่กรวีร์อาจจะกำลังเดินวนเวียนสอดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง “ลิน! กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ภริดากรีดร้องเรียกด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเลขาฯ ตัวดีเปิดประตูระเบียงแล้วพุ่งออกไปท่ามกลางสายฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามาอย่างรุนแรง ความเย็นเยียบของสายฝนยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวเนื้อทันทีที่ลลิลก้าวเท้าออกไป ลมกรรโชกแรงพัดผมยาวสลวยให้ลู่แนบไปกับใบพักและลำคอขาวผ่อง หยาดน้ำฝนเม็ดโตโปรยปรายลงมาทัศนียภาพรอบตัวพร่ามัว แต่เป้าหมายของเธอชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด ที่ริมระเบียงด้านข้าง กรวีร์กำลังเงื้อมือขึ้นเตรียมจะทุบกระจกบานเลื่อนซ้ำอีกครั้ง ชายหนุ่มหันขวับมาตามเสียงเปิดประตูด้วยสีหน้าตกใจเมื่อเห็นลลิลวิ่งฝ่าสายฝนออกมาทั้งตัวเปียกโชก “เธอ! ยัยเลขา… ออกมาทำไมวะ หลบไป! ฉันจะคุยกับภริดา!” กรวีร์ตะโกนแข่งกับเสียงฝน พยายามจะเดินดุ่มๆ เข้ามาหาลลิลที่ยืนกางร่มสีดำขวางทางไว้ “ถอยไปนะคุณกรวีร์!” ลลิลตะโกนกลับเสียงดังลั่น เธอไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ปลายร่มในมือถูกดันไปข้างหน้าเพื่อกันไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ระเบียงห้องนอนของภริดา “ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะแจ้งข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สิน! สภาพคุณตอนนี้ดูไม่จืดเลยนะคะ อยากให้ตำรวจมาลากตัวไปออกสื่อตอนเที่ยงคืนหรือไง!” “นังตัวแสบ!” กรวีร์หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด เขาเงื้อมือขึ้นทำท่าจะคว้าแขนของลลิลด้วยความโมโห แต่ทว่า… ก่อนที่มือของกรวีร์จะทันได้แตะต้องตัวเลขาฯ สาว ร่างสูงเพรียวของใครอีกคนก็พุ่งแหวกม่านฝนออกมาจากประตูระเบียงด้วยความเร็วสูงราวกับเสือชีตาร์ เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบแก้มอย่างรุนแรงดังแข่งกับเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร่าง กรวีร์หน้าหันไปตามแรงตบมหาศาล ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึงเมื่อหันกลับมาพบกับนัยน์ตาดุดั่งพญาเสือโคร่งที่กำลังลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ “อย่า-แตะ-ต้อง-เลขา-ของ-ฉัน!” ภริดาเค้นเสียงทีละคำอย่างเหี้ยมเกรียม มือข้างที่เพิ่งใช้ตบสั่นระริกด้วยความโกรธ ชุดสูทและเสื้อผ้าของประธานสาวเปียกปอนแนบลู่ไปกับสัดส่วนโค้งเว้า หยดน้ำฝนไหลผ่านใบหน้าสวยเฉียบที่ตอนนี้ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น เธอยืนบังร่างของลลิลไว้มิดชิดราวกับแม่ไก่ปกป้องลูก กรวีร์กุมแก้มตัวเองที่เริ่มขึ้นรอยแดงเป็นปื้น เขาถอยหลังกรูดด้วยความตกใจและหวาดกลัวต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวภริดา “ริดา… เธอ ตบฉันเหรอ?” “ออกไปจากพื้นที่ของฉัน! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วเรียกบอดี้การ์ดมาโยนหัวคุณลงไปจากตึกชั้นสิบห้านี้!” ภริดาคำรามลั่น น้ำเสียงเฉียบขาดและแววตานิ่งสนิทไร้ความลังเลทำให้กรวีร์รู้ทันทีว่าเธอไม่ได้พูดเล่น ชายหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ส่งสายอาฆาตมาให้ทั้งคู่ก่อนจะหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีหายไปในความมืดของบันไดหนีไฟอย่างหัวซุกหัวซุน เมื่อเสียงฝีเท้าของกรวีร์เงียบหายไป เหลือเพียงเสียงสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศบนระเบียงแคบๆ กลับตกอยู่ในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกระกระพือของหัวใจ ภริดายืนหายใจหอบถี่ ไหล่บางไหวเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้าและอารมณ์ที่ยังค้างคา เธอค่อยๆ หันกลับมามองคนด้านหลังช้าๆ ลลิลยืนถือร่มค้างไว้ในมือ เนื้อตัวเปียกปอนจนหยดน้ำไหลหยดลงมาจากปลายผม ดวงตากลมโตมองสำรวจเจ้านายสาวที่เปียกโชกไม่แพ้กัน เสื้อเชิ้ตสีขาวของภริดาแนบเนื้อจนเผยให้เห็นสัดส่วนและร่มผ้าด้านในอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของลลิลกระตุกวูบไม่ใช่ความเซ็กซี่นั้น… หากแต่เป็นร่องรอยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ “คุณ… บ้าหรือเปล่าคะริดา เปียกหมดแล้วเนี่ย” ลลิลส่งเสียงสั่นนิดๆ ด้วยความหนาวเหน็บ ภริดาไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคู่คมจ้องลลิลนิ่งสนิท ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ประธานสาวก้าวเข้าไปประชิดตัวเลขาฯ สาวอย่างรวดเร็ว จนลลิลต้องเผลอกลั้นหายใจ หมับ! อ้อมแขนเรียวแต่ทรงพลังของภริดาคว้าเข้าที่เอวบางของลลิล ก่อนจะดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดติดกัน ร่มในมือของลลิลร่วงหล่นลงกับพื้นระเบียง เสียงโลหะกระทบพื้นถูกกลืนหายไปกับเสียงสายฝน ลลิลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าเสียงกลองเมื่อวงแขนอุ่นจัดของเจ้านายสาวโอบกอดเธอไว้แน่นท่ามกลางสายฝนที่หนาเม็ด “คุณต่างหากที่บ้า…” เสียงกระซิบของภริดาดังแผ่วอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเล็กน้อย เจือไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ห่วง และ… ความโหยหาที่อัดแน่นอยู่ในอก ใบหน้าสวยซบลงกับลาดไหล่บางของลลิล ลมหายใจอุ่นๆ รดรินต้นคอจนเลขาฯ สาวรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง “ริดา…” ลลิลครางชื่อนั้นแผ่วเบา สองมือที่ตอนแรกยกขึ้นตั้งท่าจะดันออก เปลี่ยนเป็นค่อยๆ ยกขึ้นโอบกอดแผ่นหลังของภริดาแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึมซับไออุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บของค่ำคืนนี้ ในอ้อมกอดที่แนบแน่นริมสายฝน ความโกรธเกรี้ยวและความหวาดกลัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงจังหวะหัวใจสองดวงที่เต้นตรงกันอย่างบ้าคลั่ง แต่ทว่า… ในวินาทีที่ลลิลกำลังจะหลับตาลงซึมซับความอบอุ่นนั้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ปลายจมูกของเธอก็พลันได้กลิ่นบางอย่าง—กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ไม่ใช่ของกรวีร์… และไม่ใช่ของภริดา ลอยอบอวลมาจากมุมมืดของประตูหนีไฟที่เพิ่งปิดลง! ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเธอมองข้ามไหล่ของภริดาไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูนิ่งสนิท ราวกับยืนดูฉากรักเร่าร้อนนี้มาตั้งแต่ต้น… และดวงตาคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่พวกเธอด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ --- (สการ์เล็ตโรส) ---
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%