แฟ้มผลงานหนาเตอะในมือถูกวางลงบนกระจกโต๊ะทำงานราคาแพงด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นไปเสียหน่อย—ไม่ใช่เพราะความซุ่มซ่าม แต่เป็นเจตนาอันแรงกล้าที่จะประกาศให้เจ้าของห้องทรงอำนาจรู้ว่า ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้มาเพื่อก้มหัวให้ใคร
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย็นยะเยือกของแอมเบอร์ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นสูงสุดหรูหรา ภริดา ประธานบริหารสาววัยยี่สิบแปดปี ละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตราคาแพง เปลือกตาคมเฉี่ยวตวัดขึ้นมองผู้หญิงแปลกหน้าด้วยแววตาที่พร้อมจะเชือดเฉือนให้แหลกคาที่
"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ถึงกล้าทำกิริยาไร้มารยาทใส่ข้าวของในห้องทำงานของดิฉัน?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นโดยไม่มีคำทักทาย ร่างบางในชุดสูทผ้าทวีตเข้ารูปนั่งไขว่ห้าง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากมาให้ ลลิล กะพริบตาปริบๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แม้ในใจจะแอบนึกหมั่นไส้ท่าทางเย่อหยิ่งราวกับนางพญาของอีกฝ่ายจนอยากจะเข้าไปหยิกให้เนื้อเขียว
"ลลิลค่ะ... ชื่อเล่น ลิน บัณฑิตจบใหม่ป้ายแดงที่ส่งใบสมัครตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวที่คุณกำลังเปิดรับอยู่ไงคะท่านประธาน หรือว่าอ่านเรซูเม่แล้วความจำเสื่อม จำไม่ได้ว่านัดใครมาสัมภาษณ์บ้าง?"
รอยยิ้มพราวเสน่ห์ถูกส่งกลับไปพร้อมความกวนประสาทที่ปิดไม่มิด ลลิลเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบที่ราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
ภริดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงประเมินผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาดตากับกระโปรงทรงเอเข้ารูปที่สั้นกว่ามาตรฐานเลขาฯ ทั่วไปเล็กน้อย มันดูทันสมัยและเซ็กซี่เกินกว่าจะมานั่งทำงานเอกสารหลังโต๊ะ แต่วันนี้อีกฝ่ายไม่ได้มาสมัครเป็นนางแบบ... หล่อนมาสมัครเป็นเลขาฯ ของบริษัทพีดี โฮลดิ้ง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและระเบียบวินัยขั้นสุด
"ปากเก่งดีนี่... หวังว่าฝีมือคงจะดีเทียบเท่ากับความอวดดีนะ" ภริดาหยิบเรซูเม่ของลลิลขึ้นมาเปิดผ่านๆ สายตาคมกวาดมองข้อความบรรทัดแล้วบรรทัดเล่าก่อนจะโยนมันกลับลงบนโต๊ะดังปึก "เกียรตินิยมอันดับหนึ่งบริหารธุรกิจ... แต่ประสบการณ์ทำงานคือศูนย์ ศูนย์กลมๆ เลยล่ะคุณลลิล บอกฉันทีสิว่าทำไมฉันต้องจ้างเด็กจบใหม่ที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโลกธุรกิจมันสกปรกแค่ไหน มาคอยเดินตามตูดฉัน"
"เพราะเด็กจบใหม่อย่างฉันไม่มีภาระผูกพันกับบริษัทคู่แข่งไงคะ และที่สำคัญ..." ลลิลโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำโต๊ะทำงาน ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าสวยเฉี่ยวจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ "ฉันมีความอดทนสูงมากพอที่จะทนรับมือกับเจ้านายปากร้าย ขี้เหวี่ยง และเอาแต่ใจตัวเองได้โดยไม่ลาออกไปซะก่อน"
บรรยากาศในห้องราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นผ่าน ภริดาชะงักไปชั่วขณะเมื่อถูกจู่โจมระยะประชิด กลิ่นกายหอมหวานละมุนละไมจางๆ จากตัวของหญิงสาวรุ่นน้องลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยความท้าทาย ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
ร่างบางในชุดสูทขยับถอยหลังเล็กน้อยเพื่อสร้างเกราะกำบังทาง
จิตวิทยา สายตาคมตวัดมองด้วยความไม่พอใจที่ถูกล้ำเส้น
"มั่นใจเกินไปหรือเปล่า? งานเลขาฯ ของฉันไม่ได้มีไว้ให้มานั่งเล่นเกมหรือส่งยิ้มหวานเรี่ยราด ถ้าคุณทำไม่ได้อย่างที่ปากพูด ประตูห้องนั้นเปิดกว้างเสมอ... เชิญออกไปได้เลยค่ะ"
"ยังไม่ได้เริ่มงานเลย จะไล่กันซะแล้วเหรอคะท่านประธาน ใจร้ายจัง..." ลลิลแกล้งทำเสียงออดอ้อนแต่นัยน์ตากลับทอประกายดื้อรั้น "ไหนๆ ก็อุตส่าห์เรียกมาสัมภาษณ์ทั้งที ขอโอกาสให้ลินได้พิสูจน์ตัวเองสักสามเดือนเถอะค่ะ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง... หรือว่า..." เธอเว้นจังหวะ ปล่อยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาราวกับแมวขี้เล่น "กลัวว่าตัวเองจะแพ้เสน่ห์เด็กจบใหม่เข้าล่ะคะ?"
"หึ! ฝันไปเถอะ" ภริดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเข้าไปประชิดตัวจนลลิลต้องเป็นฝ่ายผถะถอยหลังบ้าง ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ใบหน้าของทั้งคู่แทบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจเต้นรัวอย่างไม่น่าเชื่อ "คนอย่างภริดาไม่มีวัน..."
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดระคนวาบหวาม ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาต กรวีร์ ในชุดสูทเนี๊ยบกริบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ลลิลมองแล้วรู้สึกคลื่นไส้ในความปลอมเปลือก
"ริดาครับ ผมแวะเอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้... เอ๊ะ, เรามีแขกเหรอครับ?" สายตาคมของกรวีร์กวาดมองลลิลด้วยความแปลกใจ ก่อนจะยิ้มมุมปาก "หรือว่านี่คือเลขาฯ คนใหม่? หน้าตาใช้ได้เลยนี่ครับ"
ภริดาถอยห่างจากลลิลทันที สีหน้ากลับมาเรียบเฉยไร้อารมณ์ดังเดิม ร่างบางผินกายไปต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยท่าทีเป็นทางการ "มีอะไรก็วางไว้ตรงนั้นค่ะคุณกรณ์ ฉันกำลังคุยธุระส่วนตัวอยู่"
ลลิลยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความหมั่นไส้ทวีคูณ เธอจำหน้าผู้ชายคนนี้ได้ดี... กรวีร์ คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่พยายามจะฮุบกิจการของครอบครัวภริดา ทางที่ดีเธอก็ควรจะรีบคว้าตำแหน่งนี้ไว้ เพื่อจะได้คอยเป็นหูเป็นตาและปกป้องท่านประธานปากร้ายคนนี้จากเสือร้ายสวมรอย
"สรุปว่า..." ลลิลแทรกขึ้นกลางอากาศ ไม่สนใจสายตาไม่พอใจของกรวีร์ "ฉันได้งานนี้ไหมคะท่านประธาน หรือจะต้องให้ลินพิสูจน์ตรงนี้อีกยก ถึงจะยอมเซ็นสัญญาจ้าง?"
ภริดาหันกลับมามองหน้าลลิลอีกครั้ง แววตาส่อประกายความระ3อาใจปนความท้าทายที่ถูกโยนกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ ร่างบางหยิบปากกา Montblanc ราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นในมือช้าๆ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบ
"พรุ่งนี้แปดโมงตรง... ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียว คุณลลิล"
คำตอบนั้นทำให้ลลิลยิ้มกว้างออกมาอย่างผู้ชนะ แต่ความดีใจยังไม่ทันได้ฉายชัดเต็มใบหน้า ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดผางเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตื่นตระหนกของมีนตรา เพื่อนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา
"ลิน! แย่แล้วแก! ทางฝ่ายบุคคลโทรมาบอกว่า... รายชื่อผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ของแกมันถูกสลับกับคนอื่น!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของลลิลค้างเติ่งทันที ขณะที่สายตาคมกริบของภริดาหันขวับกลับมามองเธอพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่แผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนขนลุกซู่
ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่า แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ สการ์เล็ตโรสคนนี้เตรียมความแซ่บรอไว้เพียบเลยค่ะ!
เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 1
ใบสมัครงานจากนรก
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!