เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม•ตอนที่ 6

ดุจริงหรือแค่เขิน

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
เสียงทุบโต๊ะทำงานดังปัง! พร้อมกับใบหน้าตื่นตระหนกของกรวีร์ที่พุ่งเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของฉันโดยไม่คิดจะเคาะประตูขออนุญาตสักนิด เป็นการเสียมารยาทระดับสิบที่ทำให้คิ้วเรียวสวยของฉันต้องขมวดเข้าหากันด้วยความไม่สบอารมณ์ "คุณริดาครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงของกรวีร์ตื่นตูมเสียจนฉันเกือบจะหยิบแฟ้มเอกสารปาใส่หน้าเขาข้อหาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยปากไล่ตะرد เจ้าของร่างโปร่งบางในชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิงที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาก็เบี่ยงตัวหลบพ้นกรอบประตูเข้ามาเสียก่อน ลลิล... เลขานุการตัวแสบที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน แต่กลับสร้างความปั่นป่วนให้หัวใจฉันรวนเรได้ทุกวี่ทุกวัน วันนี้เธอกล้าดียังไงถึงสวมชุดเดรสสายเดี่ยวเว้าหลังลึกโชว์ผิวเนียนละเอียด ตัดกับลิปสติกสีแดงก่ำที่สะกดทุกสายตาในห้องทำงานโทนสีเข้มแห่งนี้ให้หมุนตาม "ขอโทษทีนะคะท่านประธาน พอดีคุณกรณ์เขาใจร้อนกลัวฉันจะหนีหายไปไหนเสียก่อนน่ะค่ะ" ลลิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งยิ้มกึ่ง กวน ประกายตาพราวระยับคู่นั้นมองตรงมาที่ฉันอย่างท้าทาย โดยไม่สะทกสะท้านเลยสักนิดกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวฉัน ฉันกวาดสายตามองสำรวจร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่สบอารมณ์ ความโกรธระลอกใหญ่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ไม่ใช่เพราะเธอมาสายหรือเพราะกรวีร์พาเธอเข้ามาพล่อยๆ แต่เป็นเพราะไอ้ชุดสุ่มเสี่ยงที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ต่างหาก! มันสั้นเกินไป มันเปิดเผยเกินไป และสายตาทุกคู่ของผู้ชายในบริษัทกำลังจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน ตั้งแต่เดินเข้ามาจนถึงวินาทีนี้ "ลลิล! นี่คุณแต่งตัวบ้าอะไรมาทำงาน?" ฉันเผลอตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงที่หลุดออกไปทั้งแข็งกร้าวและสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่อัดแน่น "นี่คุณคิดว่าออฟฟิศฉันเป็นผับบาร์หรือไง ถึงได้กล้าใส่ชุดที่แทบจะไม่เหลือผ้าปิดตัวแบบนี้มาเดินร่อนเร่!" กรวีร์กะพริบตาปริบๆ ด้วยความตกใจกับปฏิกิริยาอันรุนแรงของฉัน เขาคงคิดว่าฉันแค่จะตำหนิตามระเบียบวินัยบริษัทธรรมดา แต่เปล่าเลย... ความหึงหวงที่พุ่งพล่านจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้าต่างหากที่กำลังแผดเผาฉันอยู่ข้างใน "อ้าว... ชุดนี้ไม่เรียบร้อยตรงไหนเหรอคะคุณริดา" ลลิลเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยียวน เธอแกล้งหมุนตัวช้าๆ ให้ผ้าเนื้อดีแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนใจ "ฉันเห็นว่าช่วงนี้อากาศมันร้อน ท่านประธานน่าจะชอบอะไรที่มันดู... สดชื่นเจริญหูเจริญตาบ้าง" "สดชื่นบ้าอะไรล่ะ!" ฉันสวนกลับทันควันโดยไม่ทันได้ยั้งคิด เผลอหลุดมาดท่านประธานผู้เยือกเย็นไปเสียสนิท "คุณแต่งตัวแบบนี้ตั้งใจจะอ่อยใคร หรือตั้งใจจะให้ผู้ชายทั้งชั้นล่างมองจนตาค้างกันแน่ ถอด... เอ๊ย หมายถึง... ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!" คำสั่งที่เกือบจะหลุดปากไล่ให้เธอถอดออกทำเอาลลิลถึงกับหลุดหัวเราะคิกออกมาเบาๆ ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ฉันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ร้ายกาจเป็นที่สุด "แหม... ดุจังเลยนะคะท่านประธาน แค่ฉันใส่ชุดนี้เดินเข้ามา คุณก็ออกอาการซะขนาดนี้... ตกลงว่าโกรธที่ฉันแต่งตัวไม่เรียบร้อย หรือว่า... 'หวง' กันแน่คะเนี่ย?" คำถามจี้ใจดำทำเอาฉันถึงกับพูดไม่ออก ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ฉันรีบเบือนหน้าหนีสายตาแพรวพราวคู่นั้นแล้วพยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมานิ่งสนิทที่สุดเท่าที่จะทำได้ "อย่ามาเพ้อเจ้อ ลลิล! ฉันเป็นเจ้านายคุณ ฉันมีสิทธิ์ตักเตือนเรื่องความเหมาะสมในการแต่งกายตามกฎระเบียบของบริษัท กรวีร์... คุณออกไปรอข้างนอกก่อน ผมมีเรื่องจะคุยกับเลขาฯ ส่วนตัวตามลำพัง" กรวีร์ที่ยืนทำหน้าเหวออยู่ครู่หนึ่ง รีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างจำใจ เขายอมถอยฉากออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ ปิดประตูลงกลอนเบาๆ ทิ้งให้เราสองคนยืนเผชิญหน้ากันในความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยกระแสความตึงเครียดและเคมีที่ร้อนแรงจนแทบจะหลอมละลายอากาศรอบตัว ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท ลลิลก็ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของฉันทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มบนเรียวปากสีแดงสดนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย เธอยื่นมือเรียวสวยมาวางทับลงบนแฟ้มเอกสารตรงหน้า โน้มตัวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมละมุนกรุ่นจมูก "ไหนคะ... กฎระเบียบบริษัทข้อไหนที่ห้ามใส่เดรสสีแดงมาทำงาน ลองเปิดให้ฉันดูหน่อยสิคะท่านประธาน" ลลิลกระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูฉันไม่ถึงคืบ "หรือว่าแท้จริงแล้ว... คุณแคร์สายตาคนอื่นที่มองฉัน จนทนเห็นไม่ได้กันแน่หึ?" ฉันเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก มือที่กำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะสั่นระริกด้วยความเคืองปนหมั่นไส้ แม่นี่ช่างกล้าต่อปากต่อคำและอ่านเกมฉันขาดเสียจริง ๆ "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนัก ลลิล" ฉันเชิดหน้าขึ้นสบตาเธอกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าใบหน้าร้อนผ่าวจะฟ้องชัดเจนว่ากำลังเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี "ฉันแค่ไม่อยากให้ภาพลักษณ์บริษัทเสียหายเพราะเลขาฯ แต่งตัวเหมือนเด็กใจแตกต่างหากเล่า!" "ปากแข็งจังเลยนะคะ..." ลลิลหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความซุกซน เธอขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน "ปากบอกว่าไม่อยากให้ภาพลักษณ์บริษัทเสียหาย แต่เมื่อกี้คุณเกือบจะบอกให้ฉัน... ถอดมันออกด้วยซ้ำ จำไม่ได้เหรอคะ?" "ฉันไม่ได้..." "ชูว์..." ลลิลใช้นิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากของฉันเพื่อหยุดคำแก้ตัว รสัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากปลายนิ้วเธอมายังเรียวปากของฉันจนสะ่านไปทั้งร่าง "ไม่เอาค่ะ ไม่แก้ตัวนะ... คนสวยขา" คำว่า 'คนสวยขา' หลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงพร่ากระซิบที่เซ็กซี่เกินบรรยาย ทำเอาสติสัมปชัญญะที่ฉันพยายามประคับประคองมาตลอดพังทลายลงในพริบตา ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อンไปไหนไม่ได้ราวกับถูกมนต์สะกดจากแม่มดร้ายตรงหน้า ดวงตาคมกริบของลลิลไล่สายตามองตั้งแต่หน้าผากลงมายังริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า รอยยิ้มซุกซนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของเราทั้งคู่ที่ผสานเป็นจังหวะเดียวกัน มือเรียวของเธอเลื่อนจากริมฝีปากลงมาจับข้อมือฉันที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ "ถ้าดนักนัก... ก็จับฉันเปลี่ยนชุดเองเลยไหมล่ะคะ... ท่านประธาน?" ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยปฏิเสธหรือด่าทออะไรกลับไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งรวดอย่างไม่มีมารยาท พร้อมๆ กับร่างของมีนตรา เพื่อนสนิทของลลิลที่ผลักประตูพรวดพราดเข้ามาหน้าตาตื่น "ลินแก! แย่แล้ว! เอกสารด่วนจากบอร์ดบริหาร... อุ๊ย!" มีนตราหยุดชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นสภาพของเราสองคนที่ยืนประชิดติดกันจนแทบจะสิงร่าง ดวงตาโตเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์สุดขีด "อุ๊ย... ขอโทษค่ะ ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย เชิญพวกคุณหวานกันต่อได้เลยนะ เดี๋ยวฉันออกไปรอข้างนอกก่อน!" มีนตราหัวคิกคักแล้วรีบดึงประตูห้องปิดกลับอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฉันยืนหน้าแดงก่ำอยู่กับความอבออายที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ขณะที่ลลิลกลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี หันมาส่งสายตาวิบวับให้ฉันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถอยหลังกลับไปยืนเว้นระยะห่างตามเดิม "เอาไว้เราค่อยมาเคลียร์เรื่อง 'ดุจริงหรือแค่เขิน' กันใหม่นะคะท่านประธาน... พอดีเพื่อนฉันคงมีเรื่องด่วนจริงๆ" ลลิลกระซิบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหมุนตัวเดินนิ่มนวลออกไปจากห้อง ทิ้งให้ฉันยืนกำหมัดแน่นอยู่หน้าโต๊ะทำงานท่ามกลางหัวใจที่เต้นรัวระเบิดราวกับจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ ฝากไว้ก่อนเถอะ... แม่เลขาตัวแสบ! ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สการ์เล็ตโรส" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักคุณหนูซ่อนหนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%